25 พฤษภาคม 2563 จากกรณีมีผู้เสียหายจำนวน 2 ราย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนสภ.แม่สาย จ.เชียงราย และ สภ.เมืองเชียงราย ว่าได้ถูกกลุ่มคนเป็นชาย 1 คนและหญิง 1 คน ซึ่งทำงานอยู่ในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน (เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้เรียกรับเงินรายละ 70,000 บาท อ้างว่าเพื่อแลกกับการช่วยให้เข้าทำงานในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ดังกล่าวโดยมีการแจ้งความข้อหา "ฉ้อโกง" กับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น 

ล่าสุด  พ.ต.ท.หญิงชลธิชา ธรรมสอน สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย ซึ่งได้รับแจ้งความจากเจ้าทุกข์ที่เป็นชายอายุ 27 ปีชาว อ.เชียงของ จ.เชียงราย ว่าถูกหลอกจากกรณีดังกล่าวไปสอบปากคำเพิ่มเติมซึ่งชายคนดังกล่าวพร้อมแฟนสาว แจ้งว่า ได้เจรจากับผู้ชายและหญิงคู่ดังกล่าวทำให้ได้รับการโอนเงินคืนครบทั้ง 70,000 บาทแล้ว 

โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 26 ปีแฟนของเจ้าทุกข์ กล่าวว่า ได้มีผู้ติดต่อว่ามีเจ้าหน้าที่ในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ดังกล่าว สามารถช่วยให้ทำงานได้ทางแฟนหนุ่มของตนก็ได้ลาออกจากงานแล้วนำเงินที่เก็บไว้ไปจ่ายให้แต่เมื่อทราบว่าถูกหลอกก็พยายามเจรจาและเมื่อตกเป็นข่าว วันนี้ได้มีการโอนเงินคืนให้กับแฟนของตนทั้งหมดแล้ว ดังนั้นโดยส่วนตัวก็ไม่ติดใจเอาความใดๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนว่าจะดำเนินการอย่างไร ทั้งนี้ขอเตือนให้ผู้ที่อาจจะตกเป็นเหยื่อได้ระมัดระวังอย่าได้หลงถูกหลอกเหมือนกับแฟนของตนอีก

ทางด้านนายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย ได้สั่งการให้นายกวีประสมพล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ รวบรวมข้อมูลเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่หลอกลวงกรณีดังกล่าวที่ สภ.แม่สาย และได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัยและอาญาที่เกี่ยวข้อง 

อย่างไรก็ตามกรณีคดียังอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงได้ลงบันทึกประจำวันกับพนักงานสอบสวนสภ.แม่สาย ไว้เป็นหลักฐานก่อน นอกจากนี้ได้มีคำสั่งให้ย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว  ไปประจำที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย ในช่วงที่มีการตรวจสอบ แต่ให้ไปอยู่ที่สวนรุกขชาติโป่งสลี อ.เมืองเชียงราย ชั่วคราว

สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ได้มีขบวนการที่ก่อเหตุหลอกลวงคนว่าจะสามารถช่วยให้ทำงานในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ จริง โดยเป็นหญิง 1 คนและชาย 1 คนโดยกรณีฝ่ายชายเป็นเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้และเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งๆ แรกช่วงเดือน ก.ย.2562 เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งมีผู้แอบอ้างดังกล่าวเหมือนกันทำให้สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 เชียงราย ได้มีประกาศแจ้งเตือนมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ไม่ปรากฎตัวผู้เสียหายทำให้เรื่องเงียบหายไป 

กระทั่งครั้งนี้มีผู้ไปแจ้งความร้องทุกข์ 2 ราย อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ จึงได้มีการประกาศเมื่อวันที่ 14 พ.ค.2563 แจ้งข้อเท็จจริงกับประชาชนอีกครั้ง แต่ครั้งนี้พบว่ามีการเปิดตู้ ปณ.ที่ อ.แม่สาย เพื่อให้เจ้าทุกข์ได้ส่งเอกสารเกี่ยวกับการขอเข้าทำงานในอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯ ด้วย ประกอบกับทางเจ้าหน้าที่ได้สอบถามเจ้าทุกข์บางรายทำให้มีหลักฐานมากกว่าเดิม ทางนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สั่งการให้นายกมลไชยตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพราะถือว่าสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์

โดยนายกมลไชย กล่าวว่า กรณีนี้ถือว่าเป็นขบวนการหลอกลวง เพราะปัจจุบันอุทยานแห่งชาติถ้ำหลวงฯหรือแม้แต่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 ไม่ได้มีการเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ที่จะให้เข้ามาทำงาน จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะรับสมัครคนเข้าไปทำงาน นอกจากนี้เมื่อสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและพบว่าผู้กระทำการดังกล่าวได้เปิดตู้ ปณ.รับเรื่องจากเจ้าทุกข์เอาไว้ด้วยทำให้มีหลักฐานจึงได้โยกย้ายเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวและตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้ให้เวลาคณะกรรมการรายงานผลภายใน 7 วัน ปัจจุบันผ่านมา 2 วัน ปรากฎว่าทางคณะกรรมการต้องใช้เวลารวบรวมพยานจำนวนมากเพราะทราบว่ามีการเปิดกลุ่มไลน์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เกือบ 100 คน จึงขอเลื่อนเวลาออกไปอีก ซึ่งผลที่ได้ก็จะนำมาดำเนินการทางวินัยและอาญาตามที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ จะพิจารณาดำเนินการต่อไป

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด