(ภาพจาก “ศิลปวัฒนธรรม” สิงหาคม 2541)

“…ในคราวนั้นนับว่ามีเกียรติมาก เพราะอาหารที่ทำทั้งคาวหวาน ล้วนแต่เป็นฝีพระหัตถ์พระเจ้าอยู่หัวทรงทำ แลเจ้านายทั้งฝ่ายหน้าฝ่ายใน ตลอดจนคนล้างชามก็มีเกียรติทั้งนั้น พระเจ้าอยู่หัวทรงหลนปลาร้า แกงเทโพ กรมหลวงประจักษ์ศิลปากคม กรมหลวงสรรพศาสตร์ศุภกิจ กรมหมื่นมหิศรราชหฤทัย ทูลกระหม่อมชายทรงทำของคาว

เสด็จพ่อ (กรมพระยาดำรงราชานุภาพ) ทูลกระหม่อมอัษฎางค์ กรมพระสมมติอมรพุนธุ์หุงข้าว เสด็จพ่อทีแรกได้แต่ล้างชาม ภายหลังทรงหัดหุงข้าวต่างๆ เช่น ข้าวมัน ข้าวบุหรี่อย่างแขกเจ้าเซ็น นอกจานั้นช่วยล้างจานชาม เช่นพระยาสุรวงศ์…”

หม่อมเจ้าหญิงจงจิตรถนอม ดิศกุล (ท่านหญิงใหญ่ หรือท่านหญิงจง) พระธิดาองค์ใหญ่ในสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ  ทรงเล่าถึงพระราชพิธีขึ้นเรือนต้นในพระราชวังดุสิตไว้

ด้วยสภาพแวดล้อมดังกล่าวข้างต้น และการที่ท่านหญิงจงได้เสด็จอยู่ในสำนักของพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวีในรัชกาลที่ 5 จึงทำให้พระองค์ทรงมีฝีมือด้านอาหารเป็นที่ยอมรับทั้งจากเจ้านายไทยและต่างชาติ

ครั้งหนึ่งที่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประชวร เสวยพระกระยาหารไม่ใคร่ได้ พระนางเจ้าสุขุมมาลมารศรี ถวายน้ำพริก ที่ท่านหญิงจงทรงปรุง  นอกจากรัชกาลที่ 5 จะเสวยแล้วยังเจริญพระกระยาหารอย่างมาก ถึงกับทรงมีพระราชดำรัสแก่ท่านหญิงว่า “ข้ารอดตายได้เพราะกินน้ำพริกของเจ้า”

เมื่อเสด็จกลับมาอยู่กับพระบิดา ท่านจงทรงเป็น “แม่วัง” ของวังวรดิศ ความที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงมีงานสมาคมสมัยใหม่อยู่บ่อยครั้ง จึงมีงานเลี้ยงชาวต่างชาติที่วัง ท่านหญิงจงทรงมีหน้าที่ควบคุมการทำอาหาร ซึ่งเป็นที่เลื่องลือนัก

ภายหลังสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ เสด็จยุโรปปี 2473  ทรงส่งลายพระหัตถ์จากกรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก มาถึงท่านหญิงจงความว่า

“ชื่อเสียงของเธอมาดังในประเทศเดนมาร์ก ด้วยคราวน์ปริ๊นซ์กับปริ๊นซ์แอกเซลมาเที่ยวโจษเล่าว่า ฝีมือทำกับข้าวไม่มีใครสู้ทางตะวันออก และว่าอาจทำเลี้ยงดินเนอร์แล้วทำสัปเปอร์เลี้ยงอีกในวันเดียวันถึง 200 คน เจ้านายพากันถามถึงอภินิหารของเธอ…”

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชนุภาพ ต้องเสด็จไปประทับที่ปีนังท่านหญิงจงได้เสด็จไปอยู่ด้วยระยะหนึ่ง แล้วเสด็จกลับกรุงเทพฯ เพื่อรักษาองค์ พระบิดาถึงกับทรงมีลายพระหัตถ์ถึงว่า

“ตั้งแต่เธอไป พ่อคิดถึงอยู่เสมอหวังใจว่าจะไปรักษาตัวให่อาการดีขึ้นกว่าเมื่ออยู่ที่นี่ เธอเอาอะไรไปด้วยอย่างหนึ่ง ซึ่งพ่อรู้สึกขาดจริงๆ คือ รสมืออาหาร การกินเขาก็ตั้งใจทำตามเคย แต่รสมันไม่เหมือนรสมือเธอ ข้อนี้ทำให้คิดถึงจนบ่นเนืองๆ”

สมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ได้เคยเสวยเครื่องซึ่งท่านหญิงจงทรงทำไปถวาย และพระราชทานลายพระหัตถ์ชมเชยคราหนึ่งว่า

“…กับเข้าของเธอทุกอย่างที่ทำมา อร่อยทุกสิ่ง สำหรับกับเข้าฉันเลียมือของทีเดียวว่าอร่อยนัก แม้แต่กะปิพล่า ซึ่งเป็นของทำอย่างง่ายที่สุด เธอก็ปรุงอร่อยกลมกล่อมดี ถูกปากฉันนัก ฉันลองทำดูบ้าง กว่าจะปรุงได้ที่เหมือนมือเธอ ชิมไปชิมมากว่าจะได้ที่ก็อิ่มพอดี แต่อย่างนั้นก็ยังไม่อร่อยเหมือนเธอทำ…”

ข้อมูลจาก

พนิดา สงวนเสรีวานิช. “อาหารชาววังเบื้องหลังโต๊ะเสวย” ใน, ศิลปวัฒนธรรม สิงหาคม 2541

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กรกฎาคม 2563

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด