อดีตส.ว. ชี้ ปชช.ปฏิรูปยุบพรรคตัวเอง ส่อกระทบการคำนวณบัญชีรายชื่อทั้งระบบ "สมชัย" แนะกกต.ต้องตัดพรรคนี้ออก แล้วคำนวณใหม่ โอนคะแนนให้พปชร.ไม่ได้ ระบุไม่ควรจบแค่ยุบพรรคตัวเองไปสังกัดพรรคใหม่ ห่วงพรรคเล็กทำตาม

วันนี้ (22ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเฟซบุ๊กนายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตสว.และนักวิชาการชื่อดัง ได้โพสต์บความตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินการยุบพรรคประชาชนปฏิรูป ของนายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าอาจส่งผลกระทบต่อการคำนวณสส.บัญชีรายชื่อทั้งระบบ มีเนื้อหาดังนี้ พรรคประชาชนปฏิรูป โดยคุณไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคกำลังดำเนินการยุบพรรค เมื่อแจ้งต่อ กกต.แล้ว ส.ส.คนเดียวของพรรค คือ คุณไพบูลย์จะต้องหาพรรคสังกัดใหม่ใน 60 วัน

ปมปัญหาจึงมีอยู่ว่า

1) “พรรคใหม่” ของคุณไพบูลย์ จะนำ ส.ส.ไพบูลย์ นิติตะวัน ไปอยู่อันดับที่เท่าไรของบัญชีรายชื่อ

2) คะแนน 45,374 ของพรรคประชาชนปฏิรูปจะนำไปรวมกับ “พรรคใหม่” หรือไม่ ถ้ารวมกับ “พรรคใหม่” จะทำให้สัดส่วนของ ส.ส. แต่ละพรรคการเมืองเปลี่ยนไปหรือไม่ เพราะจะมีการคำนวณใหม่

3) หากการคำนวณใหม่กระทบพรรคการเมืองอื่น หรือ “พรรคใหม่” ของคุณไพบูลย์ จะเกิดเหตุโต้แย้งสิทธิ์หรือไม่ เพราะอาจมีบางคนต้องหลุดจากการเป็น ส.ส.

4) หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ส.ส. เขตจำนวนหนึ่งขาดคุณสมบัติเพราะถือหุ้นสื่อ จะต้องมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ สัดส่วนของคะแนนก็อาจเปลี่ยนแปลงทำให้พรรคเล็กที่เคยได้ ส.ส.เพราะการปัดเศษคะแนนต้องหลุดไป เฉกเช่นเดียวกับพรรคไทรักธรรม ที่นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรค เป็น ส.ส. ได้เพียง 3 วัน ต้องพ้นจากเป็น ส.ส. เพราะมีการเลือกตั้งซ่อมที่จังหวัดเชียงใหม่

และหากการเลือกตั้งซ่อมครั้งใหม่ทำให้เกิดการคำนวณใหม่ พรรคประชาชนปฏิรูปต้องเสียที่นั่ง ส.ส. ไป (เช่นเดียวกับครั้งก่อนที่พรรคไทรักธรรมเสียที่นั่งไป) คุณไพบูลย์ นิติตะวัน ที่เป็นหัวหน้าพรรคและเป็น ส.ส. คนเดียว จะยังเป็น ส.ส. ต่อไปได้อีกหรือไม่

คุณไพบูลย์จะโต้แย้งได้หรือไม่ ว่าได้ย้ายพรรคไปเป็น ส.ส. ของพรรคอื่นเรียบร้อยแล้ว.

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ได้เข้าไปโพสต์แสดงความเห็นว่า กติกาไม่นิ่งครับ อาจารย์

ถ้าเป็นสมัยก่อน บัตรเลือกตั้งสองใบ เขาได้เป็นบัญชีรายชื่อจากบัตรเลือกตั้ง ก็ถือว่ามีสถานะเป็น ส.ส.แล้ว เมื่อยุบพรรคก็ไปหาพรรคใหม่อยู่ได้ใน 60 วัน

แต่กติกาใหม่ จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อผูกอยู่กับคะแนนเขตที่เลือกพรรคนั้น ผมจึงมีความเห็นว่า

1. โอนคะแนนไปให้พรรคใหม่ไม่ได้ เพราะตอนประชาชนกาบัตร เขาไม่ได้กาให้พรรคใหม่

2. กกต.ต้องคำนวณ ส.ส บัญชีใหม่ทั้งระบบ โดยตัดคะแนนพรรคคุณไพบูลย์ออก และจัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อจาก ส.ส.ที่พึงจะมีแต่ละพรรคใหม่

3. คุณไพบูลย์ ต้องเลือกไปอยู่พรรคที่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อเพิ่ม(หากเขารับ) และคงสถานะเป็น ส.ส. (แต่หากไม่รับ ความเป็น ส.ส.สิ้นสุดลง)

4. ไม่ควรจบง่ายๆว่า ยุบแล้วไปอยู่พรรคไหนก็ได้ทันที เพราะเช่นนั้น บรรดาพรรค 1 เสียงทั้งหลายจะทำตาม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในไม่แน่นอนที่ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งใหม่ใน 1 ปี หลังจาก 24 มีนาคม 2562 ว่าอาจถูก กกต.คำนวณใหม่ และหมดสภาพการเป็น ส.ส. เช่นเดียวกับ กรณีพรรคไทยรักธรรม

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด