เจาะลึก “วุฒิศักดิ์ คลินิก” จากกำไร 149 ล้าน สู่ขาดทุน 1 พันล้าน
เปิดเส้นทางรายได้ ‘วุฒิศักดิ์ คลินิก’ หลังยืนต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการ พบ 2 ปีล่าสุด พลิกขาดทุนรวมกว่า 1 พันล้านบาท ขณะที่บริษัทแม่ EFORL ปี 2562 ขาดทุน 272 ล้านบาท หนี้สินกว่า 2.5 พันล้านบาท

ศาลล้มละลายกลาง รับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ การบินไทย

“MUJI” ในสหรัฐฯ ยื่นล้มละลาย อีกหนึ่งบริษัทเจอพิษโควิด-19

เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2563 จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก ทนายเกิดผล แก้วเกิด โพสต์ประกาศศาลล้มละลายกลาง โดย บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาล ว่า มีหนี้สินไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และขอให้ศาลมีคำสั่งฟื้นฟูกิจการ โดยศาลได้มีคำสั่งรับคำร้อง เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2563 และกำหนดนัดไต่สวนคำร้องวันที่ 31 สิงหาคม 2563

เดิม บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก ก่อตั้งโดย นายแพทย์ วุฒิศักดิ์ ลิ่มพานิช, พลภัทร จันทร์วิเมลือง และณกรณ์ กรณ์หิรัญ ดำเนินธุรกิจเสริมความงามและผิวพรรณ มาหลาย 10 ปี จนกระทั่ง วุฒิศักดิ์ คลินิก เข้าสู่ยุครุ่งเรืองถึงขีดสุด ในปี 2556 สามารถขยายสาขาออกไปได้ถึง 120 สาขาในไทย และ 11 สาขาในต่างประเทศ  (สปป.ลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า)

ต่อมาปี 2557 บริษัท อี ฟอร์ แอล เอม จำกัด (มหาชน) หรือ EFORL ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ ได้เข้าซื้อหุ้นของวุฒิศักดิ์ คลินิก ด้วยจำนวนเงินกว่า 3,500 ล้านบาท สัดส่วน 60 % ผ่านบริษัทลูก ดับบลิวซีไอ โฮลดิ้ง โดยกู้มาจากสถาบันการเงินในประเทศ พร้อมกับเตรียมนำบริษัทลูกเข้าตลาดหลักทรัพย์ (แต่แผนดังกล่าวก็ถูกเลื่อนออกไป)

หลังเข้าซื้อกิจการ วุฒิศักดิ์ คลินิก ทำให้หุ้น EFORL ราคาพุ่งสูงไปถึง 1.97 บาท/หุ้น ในเดือนกันยายน ปี 2557 และปัจจุบัน ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2563 ราคาหุ้นตกลงมาเหลืออยู่ที่ 0.030 บาท/หุ้น หรือลดลง 98%

ขณะที่จำนวนสาขา วุฒิศักดิ์ คลินิก ปี 2560 ลดลงเหลือ 116 สาขา ปี 2561 ลดลงเหลือ 74 สาขา และปี 2562 เหลือ 49 สาขา เนื่องจากตลาดธุรกิจความงามมีการแข่งขันสูง และโรงพยาบาลหลายแห่งเริ่มขยายธุรกิจความงาม ส่งผลกระทบให้สาขาบางสาขาของแฟรนไชส์และบริษัทต้องปิดตัวลง

 

งบกำไรขาดทุนของ บริษัท วุฒิศักดิ์ คลินิก อินเตอร์กรุ๊ป จำกัด ปีงบการเงิน 2555 – 2560

ปี 2555  รายได้รวม   2,896    ล้านบาท        กำไร   594   ล้านบาท

ปี 2556 รายได้รวม    3,498    ล้านบาท        กำไร   414   ล้านบาท

ปี 2557 รายได้รวม    2,922    ล้านบาท        กำไร     71   ล้านบาท

ปี 2558 รายได้รวม    2,584    ล้านบาท       กำไร    149   ล้านบาท

ปี 2559 รายได้รวม    1,623    ล้านบาท       กำไร   -528   ล้านบาท

ปี 2560 รายได้รวม      481     ล้านบาท        กำไร  -664  ล้านบาท

 

ด้านบริษัทแม่ของ วุฒิศักดิ์ คือ EFORL งบการเงินปี 2562 มีรายได้รวม 1,994 ล้านบาท กำไรติดลบ 272 ล้านบาท มีหนี้สิน 2,548 ล้านบาท โดยเป็นผลมาจากธุรกิจการขายและให้บริการด้านความงามมีรายได้ลดลง 42%

ล่าสุดEFORL ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ ขอเลื่อนส่งงบการเงินมาแล้ว 2 ครั้ง งวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2563 โดยให้เหตุผลว่า บริษัท วุฒิศักดิ์ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 เนื่องจากถูกปิดสาขาตามมาตรการของรัฐบาล ตั้งแต่ช่วยปลายเดือนมีนาคม และเพิ่งเปิดให้บริการได้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ทำให้ บริษัทวุฒิศักดิ์ มีข้อจำกัดในการเข้าถึงการรวบรวมข้อมูลเอกสาร จนกระทั่งเดือนเมษายน 2563 บริษัท วุฒิศักดิ์ ได้ยื่นขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง รวมถึงขาดแคลนบุคลากรด้านบัญชีการเงินที่ลาออกโดยไม่มีการส่งมอบงาน ทำให้ วุฒิศักดิ์ ไม่สามารถนำส่งข้อมูลงบการเงินให้EFORL เพื่อจัดทำงบการเงินรวมได้ทัน 30 มิถุนายน 2563  จึงมีความจำเป็นขอผ่อนผันนำส่งงบการเงินภายในวันที่ 14 สิงหาคม 2563

 

 

ข้อมูลจาก : กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

รูปภาพ : Wuttisak สาขาสำนักงานใหญ่

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด