เงินเดือนไม่ถึง 8.1 พันบาทเฮ! ‘ประกันสังคม’ เติมเงินชดเชยให้ครบ 5 พันบาท

เงินเดือนไม่ถึง 8.1 พันบาทเฮ! “คลัง-แรงงาน” ไฟเขียว "ประกันสังคม" เติมเงินชดเชยกรณีว่างงานให้ถึง 5 พันบาท คาดอีก 10 วันจ่ายได้

ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมาสำนักงานประกันสังคม ได้ส่งหนังสือถึงนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อขอรับเงินงบประมาณช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกันตน 86,128 คน ที่ได้รับเงินช่วยเหลือจากสำนักงานประกันสังคมไม่ถึงเดือนละ 5,000 บาท ตามอัตราช่วยเหลือในกฎกระทรวงที่กำหนดไว้ 62% ของค่าจ้างรายวัน เนื่องจากผู้ประกันตนกลุ่มนี้ทำงานไม่ถึง 26 วัน จึงได้รับค่าจ้างไม่ถึงเดือนละ 8,138 บาท

สำนักงาน ประกันสังคม จึงส่งหนังสือไปยังกระทรวงการคลังเพื่อให้ช่วยจ่ายเงินในกลุ่มนี้ให้ถึง 5,000 บาท จำนวน 3 เดือน หรือ 15,000 บาท เช่นเดียวกับโครงการเราไม่ทิ้งกัน โดยนายอุตตมลงนามอนุมัติจ่ายเงินช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกันตนกลุ่มนี้และส่งกลับมาแล้ว ซึ่งสำนักงานประกันสังคมคาดว่าจะจ่ายเงินผู้ประกันตนเหล่านี้ได้ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ประกันสังคม

“สำนักงาน ประกันสังคม ได้ส่งหนังสือไปยังกระทรวงการคลัง เพื่อให้ช่วยเหลือจ่ายเงินในกลุ่มนี้ให้ถึง 5,000 บาท เช่นเดียวกับโครงการเราไม่ทิ้งกัน เพราะถือเป็นผู้เสียภาษีเหมือนกัน โดยสำนักงานประกันสังคมจะใส่เงินให้ส่วนหนึ่ง และส่วนที่เหลือจะขอใช้เงินสนับสนุนของภาครัฐ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้ลงนามอนุมัติจ่ายเงินกลุ่มผู้ประกันตนเหล่านี้ส่งกลับมาให้แล้ว คาดว่าประกันสังคมจะสามารถจ่ายเงินได้ภายใน 10 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะส่งผลให้ประกันสังคมจ่ายเงินชดเชยคนตกงานในช่วงนี้ได้ครบทุกคน” ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าว

สำหรับกรณีที่นักวิชาการประเมินว่า แรงงานในระบบ ประกันสังคม เสี่ยงตกงาน 7 ล้านคนนั้น ม.ร.ว.จัตุมงคลกล่าวต่อว่า ตัวเลขดังกล่าวน่าจะเป็นตัวเลขที่เป็นการคาดการณ์เท่านั้น ส่วนสิ้นปี 2563 ตัวเลขผู้ว่างงานจะเป็นเท่าไหร่คงต้องมาดูกันต่อไป

แต่สำนักงานประกันสังคม ขอยืนยันว่า ยังมีเงินเหลือพอจะจ่ายให้กับผู้ประกันตนที่ได้รับความเดือดร้อนแน่นอน โดยมีงบประมาณที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้ทันที 160,000 ล้านบาท และเบื้องต้นประเมินว่าจะใช้เงินไม่ถึง 100,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันสำนักงานประกันสังคมจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนไปแล้ว 863,323 ราย รวมเป็นเงิน 13,297.246 ล้านบาท  เป็นการสะท้อนว่าปัญหาของแรงงานส่วนหนึ่งได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 นี้ เพื่อพิจารณาเห็นชอบให้กองทุนประกันสังคม สามารถนำดอกผลที่ได้จากการนำเงินไปลงทุนกว่า 600,000 ล้านบาท ออกมาใช้เพื่อดูแลแรงงานที่มีปัญหา ซึ่งคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในปี 2564

ผู้ประกันตนมาตรา 33 คือใคร?

ผู้ประกันตนตามมารตรา 33 คือ ลูกจ้าง ผู้ทำงานให้กับนายจ้างที่อยู่ในสถานประกอบการ หรือพนักงานเอกชน

โควิด-19: มาตรา 33 ได้อะไรบ้าง 

ในช่วงที่ผ่านมา ภาครัฐมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบ ดังนี้

  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ที่ยังคงทำงานอยู่ ให้ลดอัตราเงินสมทบจาก 5% หรือสูงสุด 750 บาทต่อเดือน เหลือ 1% หรือ 150 บาทต่อเดือน เป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2563

  • ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 เข้าข่ายกรณีต่อไปนี้ สามารถรับเงินชดเชยรายได้กรณีว่างงานได้

  • ลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง

  • ถูกเลิกจ้าง

  • รัฐบาลสั่งปิดกิจการชั่วคราว

  • สัมผัสใกล้ชิดผู้ติดเชื้อหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดโรคระบาด ต้องกักตัวเอง 14 วันที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล

  • นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ

  • นายจ้างไม่สามารถประกอบกิจการได้ เนื่องจากมีลูกจ้างสุ่มเสี่ยงติดเชื้อ COVID-19

จำนวนเงินชดเชยที่จะได้รับจากกรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย (โควิด 19) มีผลตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563 เป็นต้นไป โดยบังคับใช้เป็นระยะเวลา 2 ปี

กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัย จากเดิมให้เงินชดเชย50% ปรับเพิ่มเป็น 62%

  • นายจ้างไม่ให้ทำงาน หรือต้องกักตัว 14 วัน รับเงินกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน
  • หน่วยงานภาครัฐสั่งหยุดกิจการชั่วคราว รับเงินกรณีว่างงาน 62% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน

กรณีว่างงานเพราะลาออก หรือถูกเลิกจ้าง

  • ว่างงานจากการลาออก รับเงินกรณีว่างงาน 45% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 90 วัน
  • ว่างงานจากการถูกเลิกจ้าง รับเงินกรณีว่างงาน 70% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 200 วัน

กรณีเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 และ 40 จะไม่ได้รับเงินทดแทนรายได้กรณีว่างงานจาก ประกันสังคม แต่สามารถลงทะเบียนรับเงินช่วยเหลือจากกระทรวงการคลังได้ที่เว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com โดยหากผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับเงิน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน รวม 15,000 บาท ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน 2563

อ่านข่าวเพิ่มเติม

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด