ชื่อสกาลา มาจากไหน

โรงภาพยนตร์สกาลา แค่ชื่อก็รู้แล้วว่าต้องได้แรงบันดาลใจมาจากต่างแดน ซึ่งแรงบันดาลใจที่ว่านั้นก็คือ เตอาโตร อัลลา สกาลา(Teatro alla Scala) หรือ โรงอุปรากร‘ลา สกาลา’ ที่แสนโด่งดังในอิตาลีนั่นเอง

โรงอุปรากรลา สกาลา หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า ลา สกาลา ตั้งอยู่ในเมืองมิลาน สร้างขึ้นในศตวรรษที่18 และถือเป็นโรงอุปรากรอันดับต้นๆ ที่นักร้องโอเปร่าชื่อก้องโลกเคยไปปรากฏตัวมาแล้วมากมาย

ถึงแม้ว่าในชื่อโรงอุปรากรแห่งนี้จะมีคำว่าScala ซึ่งหมายถึง บันได ในภาษาอิตาเลียน(ซึ่งรับมาจากภาษาละตินอีกที) อยู่ด้วย แต่ที่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะโรงอุปรากรนี้ขึ้นชื่อเรื่องบันไดหรือสร้างในบริเวณที่มีบันไดแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะ ลา สกาลา สร้างตรงที่แต่เดิมเป็นโบสถ์เก่าแก่ ซานตา มาเรีย อัลลา สกาลา(Santa Maria alla Scala) [ทำนองว่าถ้าสำนักงานทรัพย์สินฯ ของจุฬาฯ ทุบศาลเจ้าแม่ทับทิมตรงสะพานเหลืองทิ้งแล้วสร้างคอนโดมิเนียมใหม่โดยตั้งชื่อว่า ทับทิม]

โบสถ์ซานตา มาเรีย อัลลา สกาลา แห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่14 โดยผู้ที่สั่งให้สร้างก็คือ แบร์นาโบ วิสกอนติ(Bernabò Visconti) ผู้เป็นลอร์ดแห่งเมืองมิลาน ส่วนที่ในชื่อมีคำว่าScala อยู่ด้วยก็เพราะ วิสกอนติตั้งชื่อโบสถ์แห่งนี้เป็นเกียรติแก่ภรรยาของตน ผู้มีนามว่า เบอาตริเช เรจีนา เดลลา สกาลา(Beatrice Regina della Scala) หรือ เบอาตริเช เรจีนา แห่งตระกูลเดลลา สกาลา(Della Scala) นั่นเอง

ตระกูลนี้เป็นตระกูลที่ปกครองเมืองเวโรนา(Verona) ในช่วงศตวรรษที่13 และ14 และด้วยความที่ชื่อตระกูลคือคำว่าScala อยู่ จึงมีตราประจำตระกูลเป็นรูปบันได(บันไดพาด ไม่ใช่บันไดแบบในอาคาร) 

ส่วนที่มาของชื่อตระกูลนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ บ้างก็บอกว่าต้นตระกูลอาจเป็นช่างทำบันได บ้างก็บอกว่าต้นตระกูลอาจจะมาจากภูมิภาคที่มีพื้นลดหลั่นเป็นขั้นคล้ายบันได หรือไม่ก็บอกว่าอันที่จริงแล้วต้นตระกูลมาจากทางเยอรมนีและชื่อเดิมของตระกูลมาจากคำภาษาสแกนดิเนเวียนที่แปลว่า บ้าน หรือกระท่อม บางคนถึงขนาดกล่าวอ้างว่าตระกูลนี้เป็นตระกูลแรกที่เริ่มใช้บันไดพาดกำแพงเมืองเวลาทำสงคราม

แต่ไม่ว่าชื่อของตระกูลนี้จะมีที่มาอย่างไร สรุปแล้วก็คือชื่อของโรงภาพยนตร์สกาลา มีที่มาจากตระกูลเก่าแก่ในอิตาลีนั่นเอง

ญาติของสกาลา ในภาษาอังกฤษ

คำว่าscala ที่แปลว่า บันได ในภาษาอิตาเลียนและละติน มีญาติอยู่ในภาษาอังกฤษอยู่หลายคำทีเดียว

คำแรกที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือคำว่าscale ที่เป็นศัพท์ดนตรี หมายถึง บันไดเสียง หรือการไล่โน้ตจากต่ำไปสูงหรือสูงไปต่ำ(หากลองจินตนาการภาพตัวโน้ตบนบันไดห้าเส้น ก็จะเห็นว่าตัวโน้ตเรียงกันคล้ายบันได)

แต่ทั้งนี้scale ที่แปลว่า เกล็ด หรือ ตราชั่ง ไม่ได้มีที่มาจากscala ที่แปลว่า บันได ในภาษาละตินแต่อย่างใดscale ที่แปลว่า เกล็ด มาจากคำว่าescale ในภาษาฝรั่งเศสเก่า หมายถึง เกล็ด เปลือก ส่วนที่แปลว่า ตราชั่ง มาจากskál ในภาษานอร์สเก่า หมายถึง ถ้วย ชาม หรือ จานของตราชั่ง นั่นเอง

อีกคำที่มีบันไดอยู่ในคำก็คือคำว่าescalator หรือบันไดเลื่อน คำนี้บางแหล่งก็บอกว่า ชาร์ลส์ ซีเบอร์เกอร์(Charles Seeberger) ผู้ประดิษฐ์บันไดเลื่อน สร้างคำนี้ขึ้นจากการเอาคำว่าescalade ซึ่งเป็นศัพท์ทางการสงครามสมัยก่อน หมายถึง การใช้บันไดพาดกำแพงเมือง และมาจากคำว่าscala อีกที มารวมกับelevator ที่หมายถึง ลิฟต์ แต่บางแหล่งก็บอกว่า ซีเบอร์เกอร์แค่เอาคำว่าscala ที่แปลว่า บันได มาเติมตัวe- เข้าไปข้างหน้าและเติมท้ายด้วย-tor เท่านั้นเอง

แต่ไม่ว่าที่มาจะเป็นอย่างไร ที่เห็นได้แน่ชัดก็คือescalator มีที่มาจากscala ที่แปลว่า บันได และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หลังจากที่เกิดสิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าescalator แล้ว ก็เริ่มมีคนสร้างคำย้อนกลับ เป็นกริยาescalate พูดอีกอย่างก็คือescalator ไม่ได้มาจากการนำescalate มาเติม-or แบบact เป็นactor แต่อย่างใด แต่กลับกันคือescalate เกิดจากการนำescalator มาตัด-or ออก(กระบวนการสร้างคำย้อนกลับแบบนี้เรียกว่าback-formation)

ทั้งนี้ หากเราสืบสาวกลับไปอีก ก็จะพบว่าคำว่าscala ในภาษาละตินที่หมายถึง บันได มาจากกริยาscandere ที่แปลว่า ปีน ไต่ ในภาษาละตินอีกทอดหนึ่ง ซึ่งมาปรากฏอยู่ในภาษาอังกฤษในรูปscend และscens เช่นที่เห็นในคำว่า เช่นascend (เคลื่อนขึ้น) descend (เคลื่อนลง) condescend (ลดตัว ดูเบา) และtranscend (ข้ามโพ้น)

กริยาscandere ที่แปลว่า ปีน หรือ ไต่ ยังถูกนำมาใช้ในเชิงเปรียบเปรยด้วย หมายถึง การไต่จังหวะขึ้นลงในโคลงกลอน หรือการอ่านกลอนตามจังหวะนั่นเอง ความหมายนี้ทำให้เกิดเป็นกริยาscan แต่เดิมหมายถึง การนับจังหวะหนักเบาและจำนวนพยางค์ในกาพย์กลอนทั้งหลาย(ถ้าใครเรียนกวีนิพนธ์ภาษาอังกฤษก็อาจจะเคยคุ้นเคยกับคำว่าscansion ซึ่งเป็นรูปคำนาม หรือที่ราชบัณฑิตฯ บัญญัติไว้ว่า ฉันทลักษณ์พินิจ) ในเวลาต่อมา ความหมายของคำว่าscan จึงเริ่มพัฒนาไป จนกลายมามีความหมายว่า ตรวจดูอย่างถี่ถ้วนรอบคอบ(I scannedthe audience for friendly faces. กวาดตามองหาคนรู้จักในบรรดาผู้ชม) กวาดตาผ่านเร็วๆ(I quickly scannedthe document. อ่านเอกสารผ่านๆ) ไปจนถึง การสแกนด้วยเครื่องจักรเพื่อตรวจหาสิ่งที่อยู่ด้านใน(All carry-on bags must be scannedfirst. กระเป๋าที่หิ้วขึ้นเครื่องทุกใบต้องผ่านการตรวจสแกนก่อน) และการสแกนภาพหรือสิ่งของด้วยอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องสแกน เพื่อทำเป็นไฟล์(I’ve scannedthese photographs into my phone. สแกนภาพเข้าโทรศัพท์แล้ว)

ด้วยเหตุนี้ โรงภาพยนตร์สกาลา จึงไปโยงกับโน้ตเพลง บันไดเลื่อน และเครื่องสแกน ได้นั่นเอง

บรรณานุกรม

http://www.etymonline.com/

http://oed.com/

https://en.wikipedia.org/wiki/La_Scala

https://en.wikipedia.org/wiki/Scaliger

https://www.prachachat.net/spinoff/culture/news-481309

http://www.royin.go.th/wp-content/uploads/2015/03/2375_7022.pdf

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมศัพท์วรรณกรรม อังกฤษไทย. ราชบัณฑิตยสถาน: กรุงเทพฯ, 2545.

ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรมศัพท์ภาษาศาสตร์(ภาษาศาสตร์ทั่วไป). ราชบัณฑิตยสถาน: กรุงเทพฯ, 2560.

Ayers, Donald M. English Words from Latin and Greek Elements. 2nded. The University of Arizona Press: Tuscon, 1986. 

Ayto, John. Word Origin: The Hidden Histories of English Words from A to Z. 2nded. A&C Black: London, 2008.

Barnhart, Robert K. The Barnhart Concise Dictionary of Etymology: The Origins of American English Words. H. W. Wilson: New York, 1995. 

Cresswell, Julia. Oxford Dictionary of Word Origins. OUP: New York, 2009.

Hoad. T. F. (Ed.). Oxford Concise Dictionary of English Etymology. OUP: Oxford, 2003.

Jeske, Jeff. Storied Words: The Writer’s Vocabulary and Its Origins. iUniverse, Inc.: New York, 2004.

Knapton, Michael, et al. Venice and the Veneto during the Renaissance: the Legacy of Benjamin Kohl. Firenze University Press: Firenze, 2014.

Longman Dictionary of Contemporary English

Merriam-Webster Dictionary

Oxford Advanced Learners’ Dictionary

Reaney, P. H., R. M. Wilson. Oxford Dictionary of English Surnames. OUP: Oxford, 2005.

Shorter Oxford English Dictionary

Skeat, Walter. A Concise Etymological Dictionary of The English Language. Forgotten Book: NY, 2012.

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด