วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ที่ สถานีตำรวจภูธรเมืองศรีสะเกษ น.ส.ทัศศอร โยแก้ว อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ 7 ต.ตองปิด อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ, นางปราณี โยแก้ว อายุ 63 ปี และนางบุญมี อินธิเดช อายุ 59 ปี  เดินทางมาขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่เมตตา ให้ความเป็นธรรม พยายามที่จะไกล่เกลี่ยกับเจ้าหน้าที่สถานีเพาะชำกล้าไม้ เพื่อพยายามที่จะไม่ให้ เจ้าหน้าที่แจ้งความแก่พวกตน ที่บุกรุกเข้าไปในป่าหลังสำนักงาน โดยอ้างว่า ไม่มีเจตนาที่บุกรุก แต่ไม่ทราบว่าเป็นป่าสงวน เพราะพวกคนเดินทางมาจากอำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ โดยภายหลังจากที่ ได้มีการแจ้งความแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบป่า เพื่อเก็บหลักฐานประกอบสำนวน ทำให้ทราบว่า องค์ประกอบของหลักฐาน  ยังไม่ครบตามเหตุอันควรส่งฟ้องดำเนินคดี จึงได้เสนอสั่งไม่ฟ้องคดีไปยังศาล  ทำให้คุณยาย พร้อมพวกเป็นอิสระ จึงมาขอรับตะกร้าเก็บเห็ด กับดอกเห็ด และเสียม กลับไปบ้าน แต่ก่อนกลับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เห็นว่าการมาหาเห็ดเพื่อไปประทังชีวิต ช่วงโควิด19 จึงได้มอบน้ำใจ ปลอบขวัญ ด้วยการมอบข้าวสารคนละ 5 กิโล ไข่ไก่ คนละ 2 แผง ด้วย

          พ.ต.อ.เทพพิทักษ์ แสงกล้า ผกก.สภ.เมืองศรีสะเกษ กล่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษไปถอนแจ้งความแล้วทำให้คุณยายเป็นอิสระประกอบกับทางโดยที่ตำรวจตรวจสอบหลักฐานซึ่งพบว่าองค์ประกอบในการกระทำผิดไม่ครบถ้วน จึงได้ยกเลิกสั่งไม่ฟ้องเพื่อเป็นการปลอบขวัญคุณยายและพวกที่อยู่ในช่วงโควิด-19 มาหาเห็ดเพื่อไปประกอบอาหารจึงได้มอบสินน้ำใจจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งข้าวสารและไข่ไก่ให้กับครอบครัวทั้งสามดังกล่าวไปและขอโทษที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายของทางราชการ

          ขณะเดียวกัน ที่สถานีเพาะชำกล้าไม้จังหวัดศรีสะเกษ  นายประธาน ตันรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าสถานี ได้นำสื่อมวลชนไปตรวจสภาพป่าที่อยู่ในพื้นที่ด้านหลังอาคารสำนักงานซึ่งเป็นป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์และมีต้นไม้น้อยใหญ่ขึ้นเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะมีต้นพะยูง จากเดิมที่เคยเป็นศูนย์เพราะชำกล้าต้นพะยูงของภาคอีสานตอนล่างจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อหลายปีก่อนทำให้ป่าดังกล่าวมีต้นพะยูงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ โดยหัวหน้า สถานีเชื่อว่าการมาของยายและพรรคพวกอาจจะเป็นสายที่มาเดินสำรวจป่าในการส่งทีมมอดไม้เข้ามาตัดไม้พะยูงก็เป็นได้ เพราะก่อนหน้านี้เคยมีคนเข้ามาเดินทำท่าเหมือนมาเก็บเห็ดหลังจากนั้นไม่นานก็ถูกตัดต้นพะยูงไปเป็นจำนวนมาก ในการรักษาต้นพะยูงจึงต้องรักษาป่าห้ามคนเข้าไปในพื้นที่เพื่อเดินสำรวจด้วย จึงมีการแจ้งความในช่วงแรก จากนี้เป็นต้นไปคงต้องระวังมอดไม้พะยูงเพิ่มมากกว่าเดิมเช่นกัน

ภาพ/ข่าว นายพงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์ / ศรีสะเกษ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด