58วันหลังการเสียชีวิตของน้องชมพู่ เด็กหญิงวัย 3 ขวบ ที่เสียชีวิตบริเวณป่าภูเหล็กไฟ บ้านกกกอก หมู่ 2 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ขณะนี้คดีน้องชมพู่ ยังไม่สามารถจับคนร้าย เนื่องจากหลักฐานไม่สมบูรณ์

ต่อมากลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่น้องชมพู่ ได้เปิดใจอย่างตรงไปมา ผ่านรายการดังช่องอัมรินทร์ทีวี ว่าตัวเองนั้นอัดอั้นมานานและไม่ขอปิดข้อมูลอีกแล้ว โดยเจ้าตัวยอมรับว่าสงสัยลุงพลนั้นเป็นผู้ก่อเหตุกับน้องชมพู่ โดยสาเหตุที่แม่ชมพู่สงสัยนั้นสืบเนื่องมาจาก เพราะลุงพลนั้นไปทำเกี่ยวกับร่างทรง แต่พอเข้าไปที่ป่าช้าไม่เคยเข้ามาเหยียบที่บ้าน โดยตนสงสัยลุงพลแต่ไม่มีหลักฐาน โดยตนนั้นอยากให้ลุงพลมาชี้แจงด้วย

จนนำไปสู่ การตัดญาติกันทันที ระหว่างแม่น้องชมพู่กับลุงพล หรือนายไชย์พล วิภา พร้อมแฉกลับว่าแม่น้องชมพู่ ว่าไม่เคยขึ้นไปภูเหล็กไฟเลย ไม่ยอมไปดูสถานที่เกิดเหตุเลยแม้แต่ครั้งเดียวจนชาวบ้านต่างสงสัยและพูดกันต่างๆนาๆ หรือกำลังกลัวอะไรบางอย่าง และเปิดหลักฐานล่าสุดให้ดูนั่นคือ

วันเผาน้องชมพู่นั้นลุงพลได้เปิดให้ดู นั่นก็คือเป็นภาพและคลิปในงานเผาศพน้องชมพู่ โดยแม่น้องชมพู่นั้นรีบเอาเสื้อผ้าน้องชมพู่ทั้งหมดมาเผาพร้อมกันทั้งหมด โดยไม่ยอมเก็บไว้เป็นหลักฐานแม้แต่ชิ้นเดียว โดยลุงพลนั้นสงสัยว่าทำไมต้องรีบเผาหลักฐานทิ้งทั้งหมด โดยเรื่องทั้งหมดเก็บไว้มานาน และลุงพลยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า ที่น้องชมพู่ เสียชีวิต อาจจะเป็นเพราะพ่อกับแม่นั่นเอง

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ขออยู่เฉยๆดีกว่า เราช่วยทุกอย่างเพราะมีคนขอให้ช่วย เงิน 3,000 บ. ที่ได้จากการออกรายการหนึ่งก็ให้ครอบครัวน้องชมพู่หมด เพราะรู้ว่าทางครอบครัวเขาต้องใช้เงินถ้ารู้ว่าจะมาสงสัยกัน วันนั้นขออยู่เฉยๆดีกว่า”

ตามติดด้วย รายการโหนกระแสได้เชิญลุงพลมาอีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นที่กำลังพูดถึงว่าตนเป็นผู้ต้องสงสัยในสายตาของครอบครัวน้องชมพู่ พร้อมทั้งนำจดหมายจากป้าแต๋ม ภรรยาลุงพลที่เขียนถึงเรื่องราวในครั้งนี้มาเปิดในรายการด้วย

ลุงพล กล่าวว่า ยังคงยืนยันว่าน้องเดินเข้าไปบนเขาไม่ได้เพราะเขาสูงเกินกว่าเด็กจะขึ้น นอกจากมีคนพาไป อีกทั้งยังได้พูดคุยกับทางแม่ยายพบว่า ตัวแม่ยายกับพ่อตานั้นไม่ได้สงสัยตน แต่เป็นตัวของแม่เด็กคนเดียว

ว่ากันว่า ประเด็นที่ตนสงสัย คือ วันที่ล้างหน้าศพน้อง คนอื่นล้างหน้าศพ ยกเว้นตัวพ่อแม่ของน้องชมพู่ ซึ่งมันผิดวิสัยพ่อแม่ ต่อให้เสียใจแต่นี่เป็นวาระสุดท้ายของลูก ยังไงต้องทำ เรื่องการค้นหาตนไม่แน่ใจว่าพ่อแม่ออกค้นหาตอนไหนบ้าง 

นอกจากตอนกลางคืนวันที่ยังไม่เจอน้องชมพู่ ก็ไม่เคยขึ้นภูเหล็กไฟอีกเลยแม้ยังไม่เจอตัวน้อง แล้ววันที่เจอรองเท้านั้น เป็นพ่อของน้องเองที่ยื่นกระเป๋าเสื้อผ้า ของกินมาให้ตน และไม่ยอมขึ้นไป รวมถึงทำไมตนถึงโดนเพ่งเล็งทั้งๆ ที่ไม่ได้ทำอะไร เช่น หาดีเอ็นเอในรถ ซึ่งยังไงก็ต้องมีดีเอ็นเอของน้องอยู่แล้ว เพราะน้องเพิ่งขึ้นรถตนและอาเจียนใส่ไปก่อนหน้าที่จะหายไป และตนไม่ได้ทำความสะอาด อีกทั้งประเด็นที่ตนขับรถไปรับพระอีก

ทั้งนี้ในเฟซบุ๊กพันธนะ ไชยช่อฟ้า โพสต์ข้อความระบุว่า มีคนเดียวที่ฆ่าน้องชมพู่#บาปกรรมจริงๆหนอ

พร้อมระบุว่า พูดมากไม่ดีครับ เร็วๆนี้มีข่าวดี รอติดตามจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนะครับ ชัวที่สุด รู้แค่ว่า เหลือคนเดียวแล้วครับ รอรวบรวมหลักฐาน ออกหมายจับ

ล่าสุดเมื่อเวลา 21.28 น. วันที่ 8 กรกฏาคม 2563 เฟซบุ๊กพันธนะ ไชยช่อฟ้า โพสต์ข้อความระบุว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตั้งแต่วันน้องชมพู่หาย จนพบศพน้องชมพู่ จนติดตามคดีจนวันนี้กว่า2เดือนลุงพล ผู้ชายผู้นี้ ที่มีลูกชาย มีลูกเล็ก และเป็นพ่อคนเหมือนกับทุกคน

โดนกดดันสารพัด ทั้งความสงสัยของผู้คน ชาวบ้านต่างๆ รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มุ่งหน้าไปเก็บหลักฐานในรถของลุงพล เก็บDNA รวมถึง ทำหน้าที่ลุงควบคู่ไปด้วย กับการจัดการต่างๆเกี่ยวกับงานศพ และเรื่องศพ ที่ทางพ่อแม่น้องชมพู่ให้ลุงพลเป็นคนจัดการบางส่วน

ลุงพลได้เป็นคนค้นหาน้องชมพู่กับทีมค้นหา ตลอดทั้งวัน ในช่วงกลางวัน ให้ความร่วมมือตลอดทุกวัน

ลุงพลแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการให้การณ์ให้ข้อมูลทุกสิ่ง แม้จะโดนสอบนานทั้งวัน ทุกวัน วันละหลายชั่วโมง ก็ไม่อาจเหนื่อยท้อได้

ลุงพลไม่เอ่ยปากบ่นแม้แต่ครั้งเดียว และไม่ซักทอดใคร และจะให้ข้อมูลกับตำรวจเพียงผู้เดียวเท่านั้น

จนเมื่อไม่กี่วันลุงพลโดนซัดทอดจาก พี่น้องในครอบครัว จนลุงพลขอเปิดปากพูดซักครั้ง กลับรายการโหนกระแสของพี่หนุ่ม กรรชัย

ลุงพลเปิดปากเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่แรกว่าอยู่ที่ใหน ทำอะไร และคิดอะไรอยู่ หลังจากโดนซักถามและข้อสงสัยต่างๆ

ลุงพลตอบทุกประเด็น ตอบทุกข้อหาที่โดนสงสัย ฉะฉาน มั่นคง มั่นใจทุกคำตอบ

บางครั้งก็แอบคิดไม่ได้ หากลุงพลโดนจับ โดนการซักทอด โดนการยัดหลักฐานต่างๆ ที่คนอื่นๆโดนพยานเท็จๆ ลุงพลจะเป็นเช่นไร

เพราะเห็นว่าหลักฐาน DNA น้องชมพู่อยู่ที่หมาลุงพล หรือ อยู่ในรถ รวมถึงเสื้อผ้าน้องชมพู่ที่พ่อแม่น้องชมพู่ยัดให้ลุงพลแล้วแบกขึ้นไปบนดอย ตรงนี้ผมนี่กลัวหลักฐานนี้จะมัดลุงพลจริงๆ

นึกสงสารลุงพลไม่ได้ ก็ได้แต่ภาวนาให้ทุกสิ่งมันถูกต้อง หลักฐานความจริง ยุติธรรมที่สุดเป็นพอ

#อย่าจับแพะก็พอ#Saveลุงพล#ทีมลุงพลแชร์ไป

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด