รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat โดยระบุว่า ตอนนี้หากนับยอดรวมของอเมริกา บราซิล และอินเดีย ซึ่งเป็น 3 อันดับแรกของโลก จะพบว่ามีจำนวนเคส ติดเชื้อถึง 45% ของจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งหมดในโลก และมีจำนวนผู้เสียชีวิตรวมกันราว 40% ของจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดในโลก ทวีปอเมริกาเหนือและใต้ และเอเชีย มีภาวะการระบาดที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และคาดว่าน่าจะมีจำนวนมากขึ้นไปอีก หลังจากหลายประเทศประกาศปลดล็อคให้ดำเนินชีวิตตามปกติหรือใกล้เคียงปกติ เม็กซิโกได้ปลดล็อคไปตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน โดยยังมีภาวะการระบาดอยู่ในประเทศ หลังปลดล็อคไปจนถึงปัจจุบัน พบว่าทั้งจำนวนการติดเชื้อและจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า และยังควบคุมไม่ได้ 

 

สิ่งที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้กับโรคติดเชื้อนั้น นอกจากการปรับพฤติกรรมของคนไม่ให้เจอกับเชื้อโรคแล้ว มีอยู่ 3 อย่างหลักคือ หนึ่ง การพัฒนาชุดตรวจการติดเชื้อที่มีประสิทธิภาพ แม่นยำ ทั้งความไวสูงและความจำเพาะที่สูง ยิ่งหากโรคน่ากลัว ความไวสำหรับชุดตรวจคัดกรองควรมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อลดโอกาสที่คนติดเชื้อจะตรวจแล้วพลาดเป็นผลลบ (เรียกว่า "ผลลบปลอม") สอง การพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกัน สาม การพัฒนาวิธีรักษา

 

ตอนนี้เรามีอย่างแรก แต่ยังมีคุณสมบัติที่ยังไม่สมบูรณ์นัก แต่อย่างที่สองและสามนั้นยังไม่มี การที่มีชุดตรวจการติดเชื้อที่ยังไม่สมบูรณ์ และผลอาจผิดพลาด ขึ้นกับระยะเวลาของการติดเชื้อในขณะที่ทำการตรวจ จึงต้องการการดำเนินการที่ควบคู่ไปด้วยอย่างเคร่งครัด นั่นคือ การกักตัวเฝ้าสังเกตอาการอย่างน้อย 14 วัน และระบบการติดตามตัวที่แม่นยำโดยสามารถทราบได้ว่าแต่ละคนนั้นอยู่ที่ใด เดินทางไปไหน ช่วงไหน เพื่อประโยชน์ในการสอบสวนโรคหากเกิดการติดเชื้อขึ้นในพื้นที่ดังนั้น "โรคติดต่อจะติดต่อหากเราติดต่อกัน"

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

2 เรื่องใหญ่ ที่อย่าให้ระบาดซํ้า

นายกฯเตือน“การ์ดอย่าตก”ป้องกันโควิดระบาดรอบ2

ผวาโควิดรอบ2 ดันราคาทองพุ่ง

โพลชี้คนไทยไม่เชื่อมั่นรัฐจะคุมโควิดอยู่ หากเร่งเปิดต่างชาติเข้าประเทศ

 

จึงเป็นสัจธรรมที่ต้องระลึกไว้เสมอ การเปิดเสรี ปลดล็อค จึงตามมาด้วยความเสี่ยงที่มากขึ้นตามลำดับ ประเทศไทยวันนี้มีเพิ่ม 1 คน มาจากต่างประเทศ ขอให้ปลอดภัยและหายโดยเร็ว ยอดรวม 3,217 คน

ประเทศอื่น หลังปลดล็อคเสรีใกล้เคียงปกติ มีกิจการเสี่ยงสูง และการเคลื่อนย้ายของคนจำนวนมาก มักมีการระบาดในประเทศภายใน 2-6 สัปดาห์ ดูเค้าแล้วมาคอยดูเรา…ช่วงที่เราต้องช่วยกันติดตามคงจะเป็น 15 กรกฎาคม จนถึง 15 สิงหาคม… ระหว่างนี้ สิ่งที่เราพอจะทำได้ เพื่อลดโอกาสการแพร่ระบาดในประเทศของเราคือ "ใส่หน้ากากเสมอ…ล้างมือบ่อยๆ…อยู่ห่างคนอื่นหนึ่งเมตร…พูดน้อยลง…พบปะคนน้อยลงสั้นลง…เลี่ยงที่อโคจร…หมั่นสังเกตอาการของตนเองและครอบครัว"
 

หากไม่สบาย เป็นไข้ ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล ดมไม่ได้กลิ่น ลิ้นรับรสผิดปกติ ท้องเสีย…โปรดรีบไปตรวจรักษา จะได้ช่วยตัดวงจรการระบาดของโรคได้ ส่วนรัฐควรลด ละ เลี่ยง นโยบายที่จะนำความเสี่ยงสูงมาสู่ประชาชนในประเทศ การนำเข้าคนต่างชาติมาสู่ประเทศไทยนั้น ใน 11 กลุ่มเป้าหมายที่เคยประกาศไป ก็ควรขันน็อตระบบเฝ้าระวังให้แน่นหนา คัดกรอง กักตัว และติดตาม ไม่ให้หลุด เพราะโรคนี้ติดง่าย แต่ยังไม่มีวิธีรักษามาตรฐาน ไม่มีวัคซีนป้องกัน

ในขณะที่ฟองสบู่ท่องเที่ยว ที่จะนำนักท่องเที่ยวเข้ามานั้นเสี่ยงสูงมากเกินกว่าจะยอมรับได้ และประตูนี้จำเป็นต้องปิดไปยาว คาดว่าอย่างน้อยอีก 6 เดือนครับ ระหว่างนี้ รัฐ เอกชน และประชาชน ควรช่วยกันประคับประคองผู้ที่ได้รับผลกระทบ ให้พอหายใจหายคออยู่รอดได้ แต่ต้องปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตและรูปแบบการดำเนินธุรกิจ ไม่สามารถทำแบบอดีตได้ เอาใจช่วยทุกคน ประเทศไทยต้องทำได้

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด