หนุ่มเมืองจันท์

คอลัมน์ Market-think สรกล อดุลยานนท์

ทุกครั้งที่เริ่มต้นเดือนกรกฎาคม แวดวงสื่อต้องมีการหวนระลึกถึงวันสำคัญวันหนึ่ง

2 กรกฎาคม 2540

วันลอยตัวค่าเงินบาท

ใครผ่านช่วงเวลานั้นคงเข้าใจดีว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นหลังลอยตัวค่าเงินบาทหนักหนาสาหัสแค่ไหน

จนมีคนบอกว่าเหมือนกับการเสียกรุงครั้งที่ 3

หลังจากลอยตัวค่าเงินบาท คนทำธุรกิจเหมือนเจอไฟชอร์ต ตัวชาไปช่วงหนึ่ง

กว่าจะเริ่มเผาจริงก็ปี 2541

GDP ของปี”41 ถึงขั้น -10.5%

แต่ปี”40 ลดลงแค่ -1.4% เพราะการลอยตัวค่าเงินบาทเกิดขึ้นช่วงไตรมาส 3

มีคนเทียบเคียงกับวิกฤตครั้งนี้ว่า GDP คงลงแรงตั้งแต่ปีนี้

ไม่ต้องรอปีหน้า

เพราะวิกฤตเริ่มขึ้นตั้งแต่ต้นปี ไม่ใช่กลางปีเหมือนปี”40

และที่คิดว่า -8 น่าจะไหลไปถึง -10 เหมือนปี”41

ลำพังแค่ตัวปัญหาเศรษฐกิจก็หนักพอแล้ว แต่วันนี้เรากำลังเจอปัญหาใหม่

นั่นคือ ปัญหาทางการเมือง

การยึดพรรคพลังประชารัฐ ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพวก

ไล่กลุ่ม 4 กุมาร พ้นจากกรรมการบริหาร ส่งสัญญาณว่าต้องการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่

และเป้าหมาย คือ รัฐมนตรีเศรษฐกิจในโควตาพรรคพลังประชารัฐ

กวาดหมดตั้งแต่ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และนายสุวิทย์ เมษินทรีย์

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเล่นบทเฉย

ยืนยันอำนาจในการปรับคณะรัฐมนตรีเป็นของตนเอง

แต่การปะทะกันของ ส.ส. กับนายสมคิด ครั้งล่าสุด ทำให้สถานการณ์การเมืองไม่สู้ดี

เพราะเป้าหมายของการยึดพรรค ไม่ใช่ตำแหน่งกรรมการบริหาร

แต่เป็น “รัฐมนตรี”

ถ้าไม่ปรับเปลี่ยน ก็ไม่รู้จะยึดพรรคไปทำไม

ผมเชื่อว่าหลังการพิจารณา พ.ร.บ.งบประมาณ เกมรุกไล่ปรับคณะรัฐมนตรีจะแรงขึ้นเรื่อย ๆ

และส่งผลกระทบต่อเรื่อง “ความเชื่อมั่น”

ในยามวิกฤต เราต้องการการตัดสินใจที่รวดเร็ว ต้องการผู้นำที่เข้มแข็ง

แต่การเมืองแบบนี้ ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก

ไม่มีใครมั่นใจว่า กลุ่ม 4 กุมารจะยังอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่

ออกนโยบายอะไรมา ภาคเอกชนก็ไม่กล้าเดินตาม

กลัวรัฐมนตรีคนใหม่มาเปลี่ยนอีก

เช่นเดียวกับข้าราชการในกระทรวงหลักเริ่ม “เกียร์ว่าง” เพราะไม่รู้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเจ้ากระทรวงหรือไม่

ที่สำคัญ ต้องดูทิศทางลมดี ๆ

ถ้าเดินเร็วไปก็อาจถูกมองว่า อยู่ในกลุ่ม “อำนาจเก่า”

เดี๋ยวคนใหม่มาจะถูกเพ่งเล็ง

สถานการณ์แบบนี้ไม่ดีเลยครับ

พล.อ.ประยุทธ์ ต้องตัดสินใจอะไรบางอย่าง จะทำอะไรก็รีบทำ

คนเป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยนั้น ต้องบริหาร 2 อย่าง

บริหารบ้านเมือง และบริหารการเมือง

ถ้าทำให้ “การเมือง” นิ่งไม่ได้

บริหาร “บ้านเมือง” ก็ลำบาก

ภาคธุรกิจต้องการ “ความชัดเจน”

ถ้ายังปล่อยให้ “การเมือง” ระส่ำระสายแบบนี้

ส.ส.พรรคแกนนำ ออกมาไล่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ

บอกว่า บริหารเศรษฐกิจแย่

บางคนบอกเลยว่าตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว เดินไปไหนชาวบ้านบ่นว่า เศรษฐกิจแย่มาก

แบบนี้ไม่งงหรือครับ เพราะขนาดคนกันเองยังบอกว่า รัฐบาลบริหารเศรษฐกิจล้มเหลว

ตั้งใจตี “สมคิด”

แต่ พล.อ.ประยุทธ์ สะดุ้ง

ทุกคนรู้ดีว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่อยากปรับคณะรัฐมนตรี

ยังเชื่อมั่น “สมคิด-อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์” อยู่

แต่การยื้อแบบนี้ไม่เป็นผลดีแน่ต่อเศรษฐกิจไทย จะไม่ปรับคณะรัฐมนตรีก็จัดการในพรรคให้เรียบร้อย

ถ้าจะปรับก็รีบปรับโดยเร็ว

เพราะอีก 3-4 เดือน เศรษฐกิจจะหนักกว่านี้

จะทำอะไรก็รีบทำเถอะครับ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด