ชายชาวนิวซีแลนด์ วัย 32 ปี จะถูกแจ้งข้อหา หลังหลบหนีการกักตัวที่โรงแรม สแตมฟอร์ด ในเมืองออคแลนด์ เมื่อคืนวันอังคาร และผลตรวจพบติดเชื้อไวรัสโรคโควิด-19 เมื่อวานนี้ ( 8 ก.ค.)  รายงานระบุว่าชายคนนี้ เดินทางจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ถึงนิวซีแลนด์เมื่อ 3 ก.ค. จากนั้นได้เข้ากักตัวที่โรงแรม สแตมฟอร์ด พลาซา เช่นเดียวกับทุกคนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ

แต่เมื่อค่ำวันอังคาร เขาแอบหนีออกไปทางช่องว่างรั้วที่กำลังซ่อมแซม บริเวณพื้นที่สูบบุหรี่  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเร่งตามตัว แต่ก็คลาดกัน ในที่สุด เขาออกไปเดินเล่น 70 นาที ระหว่างนั้น แวะซูเปอร์มาเก็ตเคาทน์ดาวน์ บนถนนวิคตอเรีย สตรีท เวสต์ ผู้จัดการสาขาฯ กล่าวว่า ชายคนดังกล่าวซึ่งเป็นผู้ป่วยโควิดรายล่าสุดของนิวซีแลนด์ ใช้เวลา 14 นาที เลือกสินค้าความงามและสุขภาพจำนวนหนึ่ง กับถ่ายเซลฟี และเดินไปทั่วซูเปอร์มาเก็ตอีก 6 นาที  ก่อนชำระสินค้าในช่องบริการตนเอง และกลับโรงแรมเวลา 2 ทุ่ม 
 

การกระทำของเขา สร้างความไม่พอใจแก่คนที่อยู่ในซูเปอร์มาเก็ตเวลานั้น พากันประณามพฤติกรรมเห็นแก่ตัว และไม่รับผิดชอบ ทำให้คนอื่นต้องเสี่ยงไปด้วย บางคนระบุว่าอาจจะต้องกักตัวเองเพื่อปลอดภัยไว้ก่อน อย่างไรก็ดี ดาร์ริน เวบบ์ ผู้อำนวยการศูนย์กักกัน กล่าวว่า ภาพจากกล้องวงจรปิดในซูเปอร์มาเก็ต ยืนยันว่าเขาไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับใคร ระหว่างที่อยู่ในนั้น เขาใส่หน้ากาก แต่ถอดออกช่วงสั้นๆ ประเมินว่าความเสี่ยงแพร่เชื้อมีไม่มาก  แต่เขาอาจเจอโทษปรับ ราว 8 หมื่นบาท และจำคุก 6 เดือน 
ซูเปอร์มาเก็ตปิดบริการเมื่อวาน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อครั้งใหญ่ ตั้งแต่ยังไม่รู้ผลตรวจโควิดของลูกค้าที่หนีกักตัวมาจากโรงแรม 
 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด