ส่อง 3 ไอเท็มต้องห้าม!! ก่อนนำขึ้นเครื่อง

ช่วงนี้ข่าวดราม่าในแวดวงการบินออกมาเยอะหน่อย ทั้งขาดทุน เครื่องบินตก หรือแม้แต่ล่าสุดกับการอัปเดตกฎความปลอดภัยกันแบบรัวๆ โดยเฉพาะในเรื่องของ ‘ไอเท็มต้องห้าม’ ที่ครั้งหนึ่งอาจะเคยเอาขึ้นเครื่องได้ แต่วันนี้เอาขึ้นไม่ได้เสียแล้ว 

อย่างบรรดาของเหลวเพื่อสาวๆ เนี่ย ถือเป็นไอเท็มต้องห้ามสุดคลาสสิกที่มักจะถูกดักไว้ที่ตรวจเอ็กซเรย์กันเสมอๆ ก็อย่างว่าบางอย่างมันก็ไม่อยากจะโหลดลงใต้เครื่องอะ เพราะของมันต้องมีติดตัวปะ

ยิ่งสาวๆ ที่ชอบเดินทางใกล้ๆ แบบมีกระเป๋าใบเดียวไปได้ทุกที่ ส่วนใหญ่จะต้องพกไอเท็มต้องห้ามที่เป็นของเหลวในหมวดเครื่องสำอางเสมอๆ ซึ่งจริงๆ นำขึ้นเครื่องได้ แต่ต้องไม่เกินในปริมาณที่กำหนด เพราะเขากลัวกันว่าจะไปทำสารประกอบระเบิดกันบนเครื่อง 

ไอเท็มต้องห้ามที่เป็นของเหลวก็อย่างเช่น ครีมทาผิว น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ น้ำหอม สเปรย์ฉีดผม เจล ยาสีฟัน ยาประจำตัว อาหารเหลวเด็ก จะต้องมีปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตร (3.4 ออนซ์) ต่อชิ้น และยังต้องใส่ซีลซิปล็อก รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 1 ลิตร ได้คนละ 1 ใบเท่านั้น

แต่ที่น่าแปลกใจหน่อยคือไม่นานมานี้ กรมท่าอากาศยาน เขาห้ามไอเท็มต้องห้ามกลุ่มของเหลวหนึ่งขึ้นเครื่องและให้ไปโหลดใต้ท้องเครื่อง จนต้องแอบทาบอกเบาๆ นี่น่ะสิ

แหนมเนือง,Rabbit Today

1. แหนมเนือง เนื่องปริมาตรน้ำจิ้มแหนมเนืองที่บรรจุรวมอยู่ในชุดอาหารจำนวน 1 ถุง มีปริมาตรมากถึง 400 มิลลิลิตร ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เลยถูกวางเป็นไอเท็มต้องห้าม ซึ่งทางการท่าฯ เขาก็ประชาสัมพันธ์ไปยังสนามบินในเครือทั้ง 28 แห่ง ให้แจ้งข้อมูลไปยังสายการบินต่างๆ เพื่อแจ้งเตือนผู้โดยสารที่มีการพกพาแหนมเนืองว่าจะต้องฝากเป็นสัมภาระลงทะเบียนเท่านั้น โดยให้บรรจุในภาชนะที่มิดชิด เพราะจะไม่อนุญาตให้ถือติดตัวขึ้นเครื่องบิน

แกง,Rabbit Today

2. แกง สำหรับคำจำกัดความเรื่องหลักเกณฑ์การตรวจค้นของเหลว เจล สเปรย์ที่จะนำขึ้นบนห้องโดยสารอากาศยานหรือนำเข้าไปในเขตหวงห้ามของสนามบินสาธารณะ พ.ศ. 2562 นั้น ถูกรวมเข้าไปถึงไอเท็มต้องห้ามที่เป็นอาหารจำพวกที่มีของเหลวด้วยนะ เช่น อาหารประเภทต้ม สารพัดแกง น้ำพริก น้ำจิ้มต่างๆ น้ำซุป น้ำเชื่อม แยม สตูว์ ซอส น้ำพริก หรืออาหารที่อยู่ในซอสด้วย (เก็บอุดอู้ไว้ใต้เครื่องมันจะบูดไหมหว่า)

มาสคารา,Rabbit Today

3. มาสคารา ลิปสติกหรือลิปบาล์ม ที่มีปริมาตรมากกว่า100 มิลลิลิตร หรือ ไม่มีปริมาตรระบุ ก็เข้าข่ายไอเท็มต้องห้ามที่ถูกห้ามนำขึ้นเครื่องด้วยนะจ๊ะ (เตรียมหน้าศพออนไทม์ได้เลย)

แล้วรู้ไหมว่า ยังมีไอเท็มต้องห้ามอะไร ที่ถูกเทก่อนเครื่องเทคออฟอีกบ้าง?

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 

ก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน สมาร์ทโฟน Samsung Galaxy Note7 ถูกห้ามพกติดตัวขึ้นเครื่องบินหรือใส่ในกระเป๋าสัมภาระเด็ดขาด เพราะกลัวจะไประเบิดไหม้กันบนเครื่องบิน 

ส่วนล่าสุดที่ผ่านมา ทางการบินไทยเขาก็ห้ามนำ MacBook Pro หน้าจอ 15 นิ้ว รุ่นที่ผลิตระหว่างปี 2015 - 2017 วางจำหน่ายระหว่างข่วงเดือนกันยายน 2558 จนถึงเดือนพฤศจิกายน 2560 ขึ้นเครื่องทั้งแบบโหลดใต้ท้องเครื่องหรือสัมภาระติดตัวขึ้นเครื่อง (Carry-in) เพราะอยู่ในเกณฑ์ของผลิตภัณฑ์ตามโปรแกรมการเรียกคืนแบตเตอรี่ของผู้ผลิต ทำให้ การบินไทย ต้องขอความร่วมมือผู้โดยสารห้ามนำอุปกรณ์ที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าวขึ้นเครื่อง ซึ่งจริงๆ ก็เป็นไปตามข้อกำหนดของ EASA (กฎปลอดภัยด้านการบินสภาพแห่งยุโรป (European Aviation Safety Agency) ด้วยนั่นแหละ

แบตเตอรี่สำรอง และแบตเตอรี่ลิเธียม

ใครที่พก Power Bank กันเป็นเรื่องปกติ ก็ต้องรู้ไว้เพราะทุกสายการบินออกกฏ ห้ามโหลด Power Bank ไว้ใต้ท้องเครื่องมาแล้ว แต่ถ้าจะนำขึ้นเครื่องไปเอง ก็ต้องยึดตามนี้

  • Power bank ขนาดความจุไฟฟ้ามากกว่า 32000 mAh ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่องทุกกรณี
  • Power bank ความจุไฟฟ้าอยู่ที่ระหว่าง 20000 - 32000 mAh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน
  • Power bank ความจุไฟฟ้าต่ำกว่า 20000 mAh สามารถนำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 10 ก้อนต่อคน 

นอกจากนี้ยังมี กระเป๋าใบใหญ่เกินหิ้วขึ้นเครื่องไม่ได้นะ เครื่องประดับราคาแพง (เพราะกลัวมันหาย) รวมถึงอาวุธปืน ของมีคมและบุหรี่ไฟฟ้า

เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนมานั่งเสียใจภายหลัง

อันที่จริงแล้ว เรื่องการกักไอเท็มต้องห้ามไม่ให้ขึ้นเครื่อง เป็นประเด็นดราม่าที่คุยกันยังไงก็คงไม่จบ แถมบางคนก็มักจะมองเลยเถิดไปว่า ที่ทางท่าอากาศยานหรือสายการบินใดๆ ก็ตามจะยึดของเราไป ก็เพราะจะเอาไปทำมาหากินต่อ

แต่ในนโยบายของการท่าอากาศยานหรือสายการบินต่างๆ เขาไม่ได้มีนโยบายในการยึดไอเท็มต้องห้ามขึ้นเครื่องนะ และเขาให้คุณนำกลับไปได้ หากตรวจสอบแล้วว่ามันไม่ผ่านเกณฑ์ขึ้นบินติดตัวเรา แต่ประเด็นคือตัวเรานี่แหละจะมีปัญหานำกลับไปเก็บหรือฝากใครทันไหมต่างหาก 

นั่นก็เพราะส่วนใหญ่พอคนมาเช็กอินเข้าเกตกันช้า และโดนตรวจสอบไอเท็มต้องห้ามที่ไม่ผ่านตรงจุดเอ็กซเรย์สนามบิน ก็จะไม่ค่อยมีเวลานำกลับไปฝากเพื่อนหรือญาติพี่น้อง ทำให้ต้องจำใจทิ้งของบางอย่าง แต่ก็อย่างว่า กับกรณีของที่มีค่า มันก็ทำใจยาก เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ราคาสูง 

ฉะนั้น เราต้องท่องไว้ก่อนว่า ‘เขาไม่ได้ยึด’ แต่ ‘เขาไม่ให้เอาขึ้นเครื่อง’

เมื่อเป็นแบบนั้น เราจึงควรมาหาวิธีแก้ให้กับตัวเอง คงน่าจะดีกว่า ซึ่งมันก็มีอยู่ 2 กรณีง่ายๆ น่ะนะ

กรณีแรก ยกตัวอย่าง MacBook Pro รุ่นไอเท็มต้องห้าม ที่เราจำเป็นจะต้องนำติดตัวเพื่อไปทำงาน อันนี้เรื่องใหญ่เลย มีทางเดียวคือต้องหาทางถ่ายโอนไฟล์งานลงแฟลชไดรฟ์แบบเร่งด่วน ก่อนที่เครื่องบินจะเทคออฟ 

กรณีที่ 2 ถ้าไม่ได้มีความจำเป็นในการทำงาน ขอให้รีบนำออกไปฝากญาติหรือเพื่อนที่มาส่งได้เลย หรืออีกวิธีคือไปยังจุดบริการรับฝากของสนามบิน ตู้ล็อกเกอร์ และเคาเตอร์ของสายการบินที่มีการแบนไอเท็มต้องห้ามนั้นๆ ถ้าเครื่องดีเลย์หน่อยก็เป็นอันโชคดีไป แต่ถ้าไม่ดีเลย์คงวิ่งกันตาเหลือก ได้จำจนตายเลยยยยย 

ยังไงซะ เพื่อให้การเดินทางเป็นไปได้แบบลื่นไหล ไม่ต้องมากังวลในภายหลัง อยากให้ลองคลิกเข้าไปดูข้อมูลของเว็บไซต์ของการท่าอากาศยาน รวมถึงสายการบินต่างๆ ว่าเขามีกฎหรือข้อจำกัดที่เกี่ยวกับสัมภาระอย่างไรบ้างละกันนะจ๊ะ…

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด