ภาพไฮไลต์

โลกโซเชียลว่าอย่างไร หลัง ศบค.เปิดไทม์ไลน์ “ทหารอียิปต์” ติดโคโรนาไวรัส เข้าออกไทย ไปเดินห้าง ไม่กักตัว อีกเคสเป็นเด็ก 9 ขวบ ที่มากับคณะทูต 

จากกรณี นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโคโรนาไวรัส 3 รายใหม่ โดย 1 ใน 3 รายนี้ เป็นทหารอียิปต์ อายุ 43 ปี ซึ่งมีไทม์ไลน์ที่น่าสนใจ คือ เดินทางมาถึงสนามบินอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งในซึ่งเป็น State Quarantine ใน อ.เมืองระยอง เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2563 

จากนั้น วันที่ 9 ก.ค. 2563 ออกจากโรงแรมใน จ.ระยอง ไปสนามบินอู่ตะเภา เพื่อบินไปทำภารกิจทางการทหาร ที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน และกลับมาวันเดียวกัน เข้าพักที่โรงแรมแห่งเดิม

10 ก.ค. 2563 หน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CDCU) อ.เมืองระยอง เข้าคัดกรองอาการคณะเดินทางและลูกเรือ เก็บตัวอย่างส่งตรวจทั้งคณะ 31 ราย ก่อนที่ผลจะออกมาเมื่อวันที่ 12 ก.ค.2563 ยืนยันว่าติดเชื้อโควิด-19 แต่คณะดังกล่าวเดินทางออกจากประเทศไทยกลับไปยังอียิปต์แล้ว เมื่อวันที่ 11 ก.ค.2563 

ทั้งนี้ นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กวันนี้มีการพูดคุยกัน แม้จะเป็นลูกเรือต่างชาติเข้ามาในไทยตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 12 ในข้อ (5) ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือเจ้าหน้าที่ประจำยานพาหนะซึ่งจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาตามภารกิจและมีกำหนดเวลาเดินทางออกนอกราชอาณาจักรชัดเจน โดยรายนี้เดินทางมาลงที่สนามบินอู่ตะเภา จึงต้องเกิดการทบทวนมาตรการการปฏิบัติกันใหม่ ทำให้โรงแรมดังกล่าวใน จ.ระยอง ถือว่าเป็นสถานที่สัมผัสกับผู้พบเชื้อ ซึ่งมาตรการสอบสวนโรคต้องครอบคลุมโรงแรมนี้ทั้งหมด

ที่สำคัญ ระหว่างที่ผู้ป่วยยังไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยันผลการติดเชื้อ กลุ่มนี้มีการออกจากโรงแรมที่กักตัวไปสถานที่บางแห่งใน จ.ระยอง รวมถึงห้างสรรพสินค้าบางแห่งด้วย 

นอกจากนี้ยังมี เด็กหญิงสัญชาติซูดาน อายุ 9 ปี เดินทางมาพร้อมครอบครัวซึ่งเป็นคณะทูต โดยเดินทางมาถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2563 คัดกรองไม่มีอาการ แต่เมื่อเก็บตัวอย่างพบเชื้อโควิด-19 ในบุตรอายุ 9 ปี ก่อนพาเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งใน กทม. ตรวจซ้ำอีกครั้งพบเชื้อโควิด-19 เช่นเดิม ส่วนครอบครัวที่เหลือกักกันในที่พำนักในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งใน กทม. ก่อนที่วันที่ 11 ก.ค. 2563 แพทย์ตรวจพบปอดอักเสบ จึงส่งต่อเด็ก 9 ปีมารักษาต่อที่โรงพยาบาลรัฐ

ซึ่งภายหลังจากแถลงข่าวของ ศบค. ประเด็นการยกเว้นบุคคลบางกลุ่มให้เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวนั้น ถูกนำมาพูดถึงอีกครั้ง เนื่องจากมองว่าเคสที่เกิดขึ้น การันตีไม่ได้ว่าจะมีใครได้รับเชื้อแล้วหรือไม่ ทั้งๆ ที่ในประเทศเองปลอดเชื้อมาแล้วกว่า 1 เดือน

เฟซบุ๊กเพจ"Drama-addict" ของจ่าพิชิต โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่า "ตอนนี้ที่ ศบค. ควรทำ คือเผยตำแหน่งห้าง ผับบาร์ พื้นที่เสี่ยงที่ทหารอียิปต์คนนั้นไปเที่ยว เพื่อให้ประชาชนรู้จุดเสี่ยง และจำกัดวงของการกำหนดพื้นที่เสี่ยงให้เล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ คนที่เกี่ยวข้องจะได้รับกักตัว รีบไปตรวจ ส่วนคนที่ใกล้จุดเสี่ยงจะได้ป้องกันตัวด้วยการใส่หน้ากากให้เต็มที่ ส่วนคนที่ไม่ได้อยู่ในจุดเสี่ยงก็จะได้ทำมาหากินกันต่อไป (แต่ก็ต้องป้องกันนะจ๊ะ)

รวมถึงพื้นที่ กทม. ที่คนในครอบครัวทูตไปด้วย เพราะทั้งระยอง และ กทม. เป็นจุดสำคัญมากของการฟื้นฟูเศรษฐกิจในบ้านเราที่ถดถอยจากการล็อกดาวน์ ถ้าบอกแค่ว่า กทม. ระยอง แบบกว้างๆ แบบนี้ผลกระทบมันจะมหาศาลแน่ ระบุไปเลยว่าจุดไหน แล้วรีบจัดการให้ไว ตีวงการปิดสถานที่ให้แคบที่สุด ให้จำเพาะที่สุด เหมือนที่เกาหลีทำตอนเกิด cluster ในผับที่อิแทวอน ให้ไวโว้ยยยยยย"

ส่วน เฟซบุ๊ก"อีเจี๊ยบ เลียบด่วน" โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า ติดกันในประเทศ ไม่ค่อยห่วงหรอก ห่วงแต่ท่านๆ ที่มาจากต่างประเทศนี่แหละ ให้ประชาชนในประเทศ ช่วยกันเสียสละ ให้อดทน ทนกันจนจะอดตายแล้ว แต่ปล่อยแบบนี้ผ่านมาพักโรงแรม มาเดินห้างได้ไง งง

เฟซบุ๊กเพจ "Jessada Denduangboripant" ของ รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ โพสต์แสดงความเห็นว่า "4 วันก่อน ยังพูดอวดดีกันอยู่เลย ว่ากลุ่มติดตามแขกพิเศษจากต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน เพราะมีทักษะป้องกันโรคดีเยี่ยม

เป็นไงล่ะ ข้ามสัปดาห์มาก็เจอผู้ติดเชื้ออีก 2 รายที่เป็นแขกพิเศษของรัฐ การ์ดอย่าตก สิพ่อคุณ ทำให้ประชาชนเขาเดือดร้อนทั้งประเทศหมด!! เด็กๆ ยังต้องลำบากอยู่บ้าน อดเรียนหนังสือ … ดันเอาอภิสิทธิ์ชน มาสร้างความหวาดกลัวโรคเพิ่มขึ้นแบบนี้ ทำไมห้ะ"

ขณะที่ในทวิตเตอร์ มีการพูดถึงกรณีนี้อย่างมาก พร้อมกับติดแฮชแท็ก #โควิด19 ส่วนใหญ่แสดงความวิตกกังวล เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศไทยเริ่มผ่อนคลาย และกิจการหลายอย่างก็เพิ่งเริ่มกลับมาฟื้นฟู แต่กลับเจอสถานการณ์แบบนี้ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนมาตรการยกเว้นการกักตัวคนบางกลุ่มอีกครั้งหนึ่ง.

ที่มาจาก ทวิตเตอร์/ เฟซบุ๊ก : Drama-addict, อีเจี๊ยบเลียบด่วน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด