วันนี้ (31 พ.ค.2563) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่วัดยานนาวา หรือวัดคอกควายในอดีต พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ได้ทำการรื้อถอนกุฏิโบราณรูปแบบทรงไทย 2 ชั้น ที่เป็นเอกลักษณ์แบบวัดยานนาวาทิ้งไปแล้ว 7 หลัง โดยส่วนหนึ่งนำไปทำเป็นที่จอดรถ ล่าสุดจะทำการรื้อถอนกุฏิอีก 7 หลัง และอาคารโรงเรียนพระปริยัติธรรม ที่เป็นเอกลักษณ์แบบวัดยานนาวามีศิลปปูนปั้นหน้าบรรณอันทรงคุณค่ายิ่งที่เหลืออยู่เป็นชุดสุดท้ายจาก 15 หลังทิ้งไปด้วย ซึ่งปัจจุบันกุฏิทั้งหมดนี้ยังมีพระภิกษุสามเณรพำนักอาศัยอยู่

ภาพ : เฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ : เฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา

 

วัดแห่งนี้ได้ดำเนินการพัฒนาวัดมาอย่างยาวนานอย่างมีพิรุธเพราะไม่มีโครงการใดแล้วเสร็จ สมควรที่จะรีบเร่งดำเนินการส่วนนี้ก่อน ตัวอย่างเช่น 1.การบูรณะพระอุโบสถ ดำเนินการมาร่วม 10 ปี แล้วแต่ก็ยังไม่ได้เริ่มก่อสร้างใดๆ 2.การให้บริษัทของเอกชนมาเช่าพื้นที่ดินของวัดยานนาวาด้านทิศเหนือเริ่มดำเนินการมา 10 กว่าปีแล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ซึ่งตอนนี้ก็ยังทำอะไรไม่ได้ และ 3.การก่อสร้างหอศิลป์เฉลิมพระเกียรติฯ ริมฝั่งแม่น้าเจ้าพระยา เริ่มดำเนินการมาจะร่วม 10 ปีแล้ว การก่อสร้างมีเพียงส่วนฐานราก เพิ่งโพล่พ้นพื้นผิวดินเท่านั้น และตอนนี้ก็หยุดก่อสร้างมานานแล้ว 

ภาพ : เฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา

ภาพ : เฟซบุ๊ก ศรีสุวรรณ จรรยา

 

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า วัดยานนาวามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาแล้ว มีพระอุโบสถเป็นเรือสำเภารูปเจดีย์ ซึ่งกรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แต่มิได้ขึ้นทะเบียนทั้งวัด จึงเป็นการเปิดช่องให้รื้อถอนอาคารโบราณที่ทรงคุณค่าออกไปได้ หากกรมศิลปากรจะได้ขึ้นทะเบียนอนุรักษ์ตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ 2504 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 เสียก่อนโดยเร็ว ก็จะเป็นการอนุรักษ์และปกป้องคุ้มครองป้องกันโบราณสถานแห่งนี้เอาไว้ให้อยู่คู่วัดยานนาวาต่อไปได้ 

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมฯ จะไปร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อขอให้สั่งการให้มีการตั้งกรรมการสอบวัดดังกล่าว รวมทั้งระงับการรื้อถอนกุฏิและอาคารปริยัติธรรมดังกล่าวเสีย และห้ามก่อสร้างอาคารสิ่งแปลกปลอมใหม่ ๆ ขึ้นในวัด

 

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด