ลูกทัวร์แห่แจ้งตร.บริษัทท่องเที่ยวเบี้ยวบินไปออสเตรเลีย มูลค่าความเสียหายกว่า 1ล้านบาท

วันนี้ ( 8 กรกฎาคม 2562 ) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากพร้อมนายณัฐชานนท์ กิตติคุณธนพัฒน์ อายุ 33ปี บ้านเลขที่ 33 ม.4 ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา พร้อมพวกคือ นายเลาจง แซ่ห่าง อายุ 34 ปี บ้านเลขที่ 211 ม.13 ต.ร่มเย็น อ.เชียงคำ จ.พะเยา น.ส.กันตาภา ศาสนบุญณินท์อายุ 24ปี และนายพินิจ แซ่พ่าน ทั้งคู่อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.13 ต.ศรีถ้อย อ.แม่ใจ จ.พะเยา เข้าร้องเรียนเรื่องที่ถูกบริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในองเชียงคำ เบี้ยวค่าวีซ่าเข้าออสเตรเลียและค่าดำเนินการคืน ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้บ่ายเบี่ยงตลอดมา จึงได้แนะนำให้ไปแจ้งความร้องทุกข์หรือดำเนินคดีที่ สภ.เชียงคำและเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง

จากคำให้การของนายรัฐชานนท์ ทราบว่า ทั้งหมดได้มีจ่ายเงินให้กับบริษัทการท่องเที่ยวแห่งหนึ่งในอำเภอเชียงคำ เป็นค่าวีซ่าและค่าดำเนินการต่างๆและวีซ่าของตนทั้งหมด เพื่อไปประเทศออสเตรเลียเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2561 แต่ปรากฏว่าวีซ่าไม่ผ่าน จึงพากันมาขอเงินทั้งหมดคืน ทางบริษัทฯได้บ่ายเบี่ยงมาตลอดและเคยทำหนังสือสัญญากันไว้ว่าจะชดใช้ให้เมื่อประมาณ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแล้วก็ถูกเบี้ยวอีก จึงมาร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีกับนาย เอ ( นามสมมุติ ) เจ้าของบริษัทนำเที่ยวดังกล่าว

หลังจากรับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษ ร.ต.อ.อาคม แก้วหน่อ รอง สว. ( สอบสวน ) พงส.สภ.เชียงคำ ได้เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาที่มีความผิดส่วนตัว หรือความผิดอันยอมความได้ ตาม ป.อาญา ม.96 ต้องร้องทุกข์ต่อ พนักงานสอบสวนภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่รู้เรื่องการกระทำความผิดฯ ซึ่งกรณีนี้เกินเวลา 3เดือนไปแล้ว จึงได้แนะนำให้ผู้ร้องทุกข์ทั้งหมดให้ฟ้องร้องต่อศาลเชียงคำภายในเวลา 1 ปี หรือวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 ซึ่งทางผู้เสียหายทั้งหมดยืนยันจะยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยและต้องการให้เป็นคดีตัวอย่าง

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด