วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ขอชวนทุกคนมาพักผ่อนหย่อนใจ ผ่อนคลายกายและใจกับบรรยากาศอันเงียบสงบ พร้อมเดินหาของกินอร่อยๆ แล้วแวะถ่ายรูปในมุมเก๋ๆ ที่ “ชุมชนเก่าหัวตะเข้” ชุมชุนเก่าริมน้ำแถวย่านลาดกระบัง กรุงเทพฯ

“ชุมชนเก่าหัวตะเข้” หรือที่เรียกกันว่า “ตลาดเก่าริมน้ำหัวตะเข้" เป็นชุมชนโบราณอายุกว่าร้อยปีริมคลองประเวศบุรีรมย์ สองข้างฝั่งคลองจะเรียงรายไปด้วยบ้านไม้เก่าแก่ ซึ่งในอดีตสมัยรัชกาลที่ ๕ ชุมชนแห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางของชานเมืองกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพราะเป็นจุดตัดของคลอง 3 คลอง ได้แก่ คลองจระเข้ คลองปลาทิว และคลองประเวศ ส่วนที่มาของชื่อชุมชนมาจากการที่เจ้าหน้าที่ขุดคลองบริเวณนี้บังเอิญขุดไปเจอกะโหลกจระเข้ตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง มีแค่ส่วนหัว แต่ไม่มีตัว จึงกลายเป็นชื่อชุมชน “หัวตะเข้” ซึ่งกะโหลกนี้ก็ยังอยู่ที่ศาลเจ้าปึงเถ่ากงจนถึงปัจจุบัน

ตลาดแห่งนี้เหมือนกับตลาดโบราณหลายๆ แห่ง ที่เคยมีร้านรวงคึกคักมีชีวิตชีวา มีร้านค้ากว่าร้อยห้อง และเป็นสถานที่จอดเรือซื้อขายขนถ่ายสินค้า เนื่องจากแต่ก่อนนั้นได้ใช้ลำคลองเป็นเส้นทางสัญจรหลัก การค้าขายและวิถีชีวิตต่างๆ จึงเกิดขึ้นริมคลอง ต่อมาเมื่อมีการตัดถนนเดินทางด้วยรถยนต์แล้ว ตลาดริมน้ำจึงค่อยๆ ซบเซา และล้มหายตายจากไปบ้าง แม้ว่าจะมีการอนุรักษ์และฟื้นฟูขึ้นมาอีกแต่ก็ยังไม่เต็มร้อยนัก

หากใครมาท่องเที่ยวที่ชุมชนเก่าหัวเข้ในช่วงนี้ จะพบกับกิจกรรม RakDok Floral Week(s) ดอกไม้แรก(ยิ้ม)แย้ม โดยกลุ่มรักดอกได้นำดอกไม้มาตกแต่งในสถานที่ต่างๆ ในชุมชนหัวตะเข้ ซึ่งเป็นตลาดเก่า นำเอาวิถีชีวิตของชุมชนมาร่วมออกแบบกับงานดอกไม้ให้เข้ากัน ไม่ว่าจะเป็นเรือที่อยู่ในคลอง หรือว่าเครื่องมือจับปลา ก็ได้นำมาร่วมออกแบบกับดอกไม้เพื่อให้ชุมชนมีสีสันดูสดใสเพิ่มขึ้น

สำหรับจุดตกแต่งดอกไม้ในชุมชนหัวตะเข้ มีรวมทั้งหมด 12 จุด โดยดอกไม้ที่นำมาตกแต่งนั้น ได้เลือกดอกไม้ที่เป็นดอกไม้สด ที่แห้งแล้วก็ยังมีความสวยงามอยู่ ดูวินเทจเข้ากับชุมชน จึงเลือกกลุ่มดอกไม้สแตติส ยิปโซ หรือกลุ่มดอกไม้แคสเปีย ซึ่งดอกไม้เหล่านี้พอทิ้งไว้นานๆ สีจะอ่อนลง และมีสภาพแห้ง แต่ก็ยังมีความสวยงามอยู่ ซึ่งกิจกรรม RakDok Floral Week(s) ดอกไม้แรก(ยิ้ม)แย้ม สามารถไปชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 4 สิงหาคม 2563 เวลา 10.00 - 18.00 น. ณ ชุมชนตลาดเก่าหัวตะเข้ ถนนลาดกระบัง

การเดินทางมาที่นี่สามารถเข้าได้หลายทาง ซึ่งหลักๆ ก็คือเข้าจากทางซอยลาดกระบัง 17 เมื่อเข้ามาจนสุดซอย จะพบกับสะพานไม้ข้ามคลองประเวศบุรีรมย์ เดินข้ามาแล้วไม่ไกลก็จะถึงร้าน “สี่แยกหัวตะเข้” ซึ่งถือว่าเป็นจุดเช็คอินห้ามพลาดของที่นี่ โดยที่ร้านนี้นอกจากจะมีมุมชิคๆ เก๋ๆ ให้ได้เก็บภาพแล้ว ยังมีอาหารคาวหวานมากมายให้ได้อิ่มท้อง และยังมีส่วนของห้องพักริมน้ำรองรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย

ตรงข้ามกันจะเป็นร้าน “ณ ลาดกระบัง” ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเช็คอินพร้อมอิ่มท้องนั่นเอง เดินข้ามสะพานมาอีกนิดจะเป็น “กำแพงหัวตะเข้” ที่จะเป็นกำแพงกราฟิตี้ลวดลายเกี่ยวกับจระเข้ ที่ชาวบ้านและนักศึกษาได้ร่วมกันวาด ซึ่งจากตรงนี้ก็มีทางออกสู่ถนนใหญ่เช่นกัน

หรือถ้าใครเดินทางมาทางแอร์พอร์ตลิงค์ ให้มาลงสถานีลาดกระบัง ถ้ามารถไฟให้มาลงสถานีหัวตะเข้ หรือถ้านั่งรถตู้ให้มาลงที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ซึ่งจากตรงนี้ก็จะมีทางเข้าอีกทางเช่นกัน โดยจะผ่านวิทยาลัยช่างศิลปะเข้าไป ฝั่งตรงข้ามกับวิทยาลัยจะมีศิลปะบนกำแพงเช่นกัน เป็นอีกจุดที่สร้างสีสันให้ชุมชนโบราณแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี

จากนั้นจะเข้าสู่ตัวชุมชนที่เป็นบ้านไม้โบราณหลังคามุงสังกะสี เรียงรายกันอยู่ตลอดทาง อย่างเช่น ร้าน “ยศบาร์เบอร์” ที่เป็นร้านตัดผมที่เปิดคู่กับชุมชนนี้มากกว่าร้อยปี แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นร้านโชว์ของเก่าแทน นอกจากนั้นยังมีร้าน “หงีจิ้นหลี” ที่เป็นร้านโชห่วย, ร้าน “ไพบูลย์ การช่าง” ซึ่งเป็นร้านรับซ่อมเครื่องสูบน้ำและท่อสูบน้ำ เป็นต้น

ชุมชนเก่าหัวตะเข้แห่งนี้ไม่ได้มีแค่ร้านค้าโบราณและของกินเท่านั้น ยังเป็นแหล่งความรู้อีกด้วย โดยมีศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้วิถีถิ่นหัวตะเข้, บ้านสามครู, ดาราศาสตร์วิถีไทย, ศูนย์สุขภาพชุมชน และบ้านหลวงพรต-ท่านเลี่ยม ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมหาความรู้อีกด้วย

หากใครมีเวลาว่างอย่าลืมแวะมาเก็บบรรยากาศอันแสนสงบ เรียบง่าย ที่แทบไม่น่าเชื่อว่า จะมีสถานที่มากด้วยเสน่ห์เช่นนี้ หลงเหลืออยู่ในเมืองกรุงอีก รับรองว่ามาแล้วสุขใจแน่นอน

“ชุมชนเก่าหัวตะเข้” ตั้งอยู่ใน ซอยลาดกระบัง 17 หลังตลาดอุดมผล เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เปิดให้เที่ยวชมได้ทุกวัน แต่จะคึกคักเป็นพิเศษในวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-19.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 08-3771-4111 และ 08-3043-1845 หรือที่ www.facebook.com/LoveHuatakhe

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ อีเมล์ travel_astvmgr@hotmail.com หรือ ชมคลิปต่าง ๆ ได้ที่ Youtube :Travel MGR

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด