ยาสีฟันดอกบัวคู่

คอลัมน์ เอชอาร์ คอร์เนอร์

โดย รณดล นุ่มนนท์

สวัสดีครับ…อะไรเอ่ยที่ทุกคนต้องทำเมื่อตื่นนอน และก่อนเข้านอน ?

“แปรงฟัน” น่าจะเป็นคำตอบที่ตรงใจที่สุด จำความได้สมัยเด็ก ๆ พ่อแม่ช่วยแปรงฟันให้ มาถึงตอนที่ปลุกปล้ำแปรงเอง และถูกเตือนให้ต้องแปรงฟันก่อนนอน ที่จริงการแปรงฟันไม่ได้เป็นเรื่องน่ากลัว เพราะมักจะถูกหลอกล่อด้วยแปรงสีฟัน สีสันสวยงาม แถมยาสีฟันบางยี่ห้อผสมรส และกลิ่นที่เด็ก ๆ อยากจะกลืนลงไปด้วยซ้ำ

สิ่งที่ผมจำได้ตั้งแต่เด็ก คือ การได้ใช้ผงยาสีฟันวิเศษนิยม สร้างความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับมีผงอะไรมาอุดอยู่ตามซอกฟัน และทิ่มแทงเหงือก แต่ยาสีฟันที่ผมจำติดตามาจนถึงทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้นยาสีฟันยี่ห้อ “ดาร์กี” (Darkie) ที่มีภาพโลโก้คนผิวดำ ใส่หมวกยิ้มเห็นฟันขาวโดดเด่นอยู่บนกล่อง รวมทั้งบนหลอดยา ทำให้อยากให้ฟันตนเองสวย ขาว สะอาดเช่นนั้นบ้าง ไม่ได้คิดถึงเรื่องของการเหยียดผิว

แต่ต่อมาเมื่อบริษัทคอลเกต-ปาล์มโอลีฟ เข้ามาซื้อกิจการจากบริษัทฮอว์ลีย์แอนด์ฮาเซิล ผลิตในฮ่องกง บริษัทได้ตัดสินใจเปลี่ยนชื่อยาสีฟันเป็นดาร์ลี และปรับปรุงภาพโลโก้ใหม่ ไม่เป็นคนผิวดำ นอกเหนือจากยาสีฟันวิเศษนิยม, ยาสีฟันดาร์ลีแล้ว ยังมียาสีฟันยี่ห้อ “ดอกบัวคู่” ที่เริ่มเป็นที่นิยมดังกระหึ่มขึ้นมา เนื่องจากไม่ได้ใช้สารฟลูออไรด์มาผสม แต่ใช้สมุนไพรมาเป็นสรรพคุณแทน และที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง คือ ตัวยาสีฟันกลับเป็นสีดำ แทนสีขาว เรียกว่าถ้าจะให้คนหันมาใช้ ต้องมีความกล้าหาญพอสมควร เพราะสี และรสชาติแปลกประหลาด

ยาสีฟันดอกบัวคู่เกิดจากความคิดริเริ่มของ “คุณบุญกิจ ลีเลิศพันธ์” คนไทยเชื้อสายจีน ผู้เริ่มต้นชีวิตจากศูนย์ ไม่ได้เรียนหนังสือสูง ไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านสมุนไพรมาก่อน แต่ไม่เคยยอมแพ้แก่โชคชะตา อดทนต่อความยากลำบาก จนสามารถทำให้ยาสีฟันดอกบัวคู่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานกว่า 40 ปี นับตั้งแต่ปี 2520 ถือเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

บทความ “ยาสมุนไพรดอกบัวคู่ ใช้ดีจึงบอกต่อมา 27 ปี” เขียนโดย “อรวรรณ บัณฑิตกุล” ในนิตยสารผู้จัดการ เมื่อกรกฎาคม 2547 เล่าว่า…คุณบุญกิจเป็นชาวอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบครัวเป็นคนจีนแซ่ลี้ อพยพมาจากเมืองซัวเถา เปิดร้านขายขนมเปี๊ยะ และร้านขายของชำอยู่ในตลาด จุดเปลี่ยนของชีวิตเริ่มขึ้นเมื่อพ่อแม่ค้าขายขาดทุน จึงตัดสินใจอพยพครอบครัวขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ ได้เรียนหนังสือแค่ชั้นประถม

“คุณบุญกิจ” บอกว่า…ผมไม่ชอบเป็นลูกจ้างใคร พออายุ 17 ปี ออกไปขายผลไม้ เหมาทุเรียน ส้มเขียวหวาน ขายเท่าไหร่ไม่รวยสักที หันไปทำรับเหมาก่อสร้าง และอีกสารพัดอาชีพ ก็ยังไม่มีเงิน ลำบากมาก ตอนพ่อตายยังไม่มีเงินฝังศพ ต้องใช้เวลาไปทำฟาร์มไก่ถึง 3 ปี จึงมีเงินมาทำศพพ่อได้ ต่อมาก็ถูกโกงจนหมดตัวอีก (1/)

“คุณบุญกิจ” ตัดสินใจพา “คุณสุนันทา” (ภรรยา) กลับบ้านที่ปากพนัง เพื่อไปศึกษาเรื่องยาสมุนไพรจากอาก๋ง ที่มีอาชีพเป็นหมอแผนโบราณ ตามสูตรที่ได้จากตำรามรดกตกทอด จนสามารถผสมยาด้วยตนเอง พร้อมแปรผันเป็นพ่อค้าขายยาเร่กลับมาอยู่กรุงเทพฯ ขายครั้งแรกที่ตลาดนัดสนามหลวง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2516 ซึ่งเป็นช่วงเวลาการชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ หลังจากนั้นก็ออกขายตรงเดินเคาะประตูบ้านต่อบ้าน ชีวิตตอนนี้ดูจะไปได้ดี แต่กลับมีอันต้องสะดุด เมื่อองค์การอาหารและยาสั่ง “แบน” เพราะเป็นยาที่ไม่มี อย. จึงเหลือเฉพาะลูกค้าที่มาซื้อเองที่ร้าน หรือไม่ก็ติดต่อส่งสินค้าไปที่บ้าน

“คุณบุญกิจ” ตั้งใจแน่วแน่ที่จะยึดอาชีพขายยาสมุนไพร โดยไม่เปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นอีกแล้ว เพราะเห็นว่ายาสมุนไพรของตนเองมีสรรพคุณโดดเด่น ประกอบกับเชื่อมั่นว่าได้เรียนรู้มาอย่างลึกซึ้ง แต่ต่อมาเริ่มคิดถึงเรื่องยาสมุนไพรที่จะใช้กับฟัน เพราะทุกคนต้องแปรงฟัน และการรักษาฟัน พอดีได้ค้นพบสมุนไพรที่ใช้ระงับอาการปวดฟันของลูกจนได้ผลชะงัด จึงเกิดความคิดใส่สมุนไพรลงในยาสีฟัน แต่ผสมไปผสมมากลายเป็นว่าสีของยาสีฟันออกมาเป็นสีดำ ที่แม้แต่ภรรยาก็ยังไม่กล้าลองใช้ (2/)

แต่เขากลับไม่ย่อท้อ เริ่มพัฒนาสูตรยาสีฟันสมุนไพรให้คนใกล้ชิดช่วยกันทดลองใช้ จนมั่นใจในคุณภาพแล้ว จึงเริ่มต้นผลิตใช้กันเองภายในครอบครัว ด้วยการนำสมุนไพรมาผสม และบดจนเนื้อเหลว ลูก ๆ จะช่วยกันเอาช้อนตักหยอดใส่หลอดอะลูมิเนียม “คุณบุญกิจ” และภรรยาขับรถเร่ออกขายไปในตลาดต่างจังหวัด โดยเฉพาะในภาคอีสาน พร้อมสโลแกน โฆษณาว่า “เปลี่ยนโฉมหน้าใหม่ยาสีฟันสมุนไพรตราดอกบัวคู่สีกาแฟฟองขาว ๆ”

กล่าวกันว่า มีอยู่ครั้งหนึ่ง “คุณบุญกิจ” ไปวางขายในตลาดสด เผอิญมีคนปวดฟันเดินเข้ามาหา เขาจึงรีบหยิบยาสีฟันให้ทา ปรากฏว่าอาการปวดฟันหยุดทันที จนเป็นที่เลื่องลือกันทั่วตลาด “คุณบุญกิจ” ไม่รอให้โอกาสหลุดลอยไป เขารีบวางสินค้าให้ลองใช้ และฝากคำพูดไว้กับลูกค้าว่า “ใช้ก่อน…ถ้าดีจริงแล้วค่อยบอกต่อ”

เมื่อมีผลวิจัยสรุปว่า ตัวยาสีฟัน “ดอกบัวคู่” มีสรรพคุณช่วยบำรุงรักษา และปกป้องเหงือก และฟันได้จริง ๆ ยอดขายจึงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคทั่วประเทศ กลายเป็นยาสีฟัน “ลูกทุ่ง” ที่บุกเข้าไปยึดห้องน้ำบ้าน “ไฮโซ” ได้สำเร็จ (3/)

แม้ว่า “คุณบุญกิจ” ถึงแก่กรรมก่อนเวลาอันสมควร แต่ปัจจุบัน “คุณสุนันทา” ในวัย 75 ปี และลูก ๆ 5 คน ได้ดำเนินกิจการต่อมา กระทั่งปัจจุบันมีการขยายตลาดออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และประเทศจีน รวมทั้งแตกไลน์สินค้าเพื่อผลิตสบู่ และครีมโลชั่นที่เน้นส่วนผสมของสมุนไพร จนมีรายได้ในแต่ละปีเกือบ 1,000 ล้านบาท แต่กระนั้น เรื่องราวของตระกูล “ลีเลิศพันธ์” แสดงให้เห็นว่า “แม้การเริ่มต้นชีวิตไม่อาจเนรมิตให้เท่ากันได้ แต่หากเราบากบั่นไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา มีความขยันอดทน มองไปข้างหน้าในมุมบวก ตราบนั้นชีวิตย่อมมีทางออกเสมอ”

แหล่งที่มา : 1/ http://www.gotomanager.com/. 2020. ยาสมุนไพรดอกบัวคู่ ใช้ดีจึงบอกต่อมา 27 ปี. [online] Available at: [Accessed 17 May 2020]. 2/ http://www.nationejobs.com/content/career/richrisk/template.php?conno=326, 3/ Longtunman.com. 2020. ต้นกำเนิด ยาสีฟัน ดอกบัวคู่. [online] Available at: [Accessed 17 May 2020].

หมายเหตุ – ขอขอบคุณ “คุณกาญจนา ชาวหัวเวียง” ที่แนะนำให้ค้นคว้าเพื่อนำมาเขียนเรื่อง

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด