ทันหุ้น –สู้โควิด –จับตา “คมนาคม” ชง ครม.เคาะโครงการแผ่นยางพาราหุ้มแบริเออร์ วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ผู้บริหาร NER ชี้เอื้ออุตสาหกรรมยาง ช่วยระบายซัพพลายดันราคาเพิ่ม แย้มเร็วนี้ๆ เซ็นสัญญาลูกค้าจีน 2 ราย ออเดอร์ 5 หมื่นตันต่อปี นักวิเคราะห์มองกำไร NER ปีนี้โตแกร่ง  มาร์จิ้นเพิ่มขึ้น เคาะราคาพื้นฐาน 3.10 บาท

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อไหว วันนี้ (26 พ.ค.63) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะนำเรื่อง การจัดทำแผ่นยางพาราหุ้มแบริเออร์ (Rubber Fender Barriers) เสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบการดำเนินการจัดทำแผ่นยางหุ้มแบริเออร์ (Rubber Fender Barrier) โดยสามารถใช้วิธีการจัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงได้ รวมถึงพิจารณาร่างลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่าง กระทรวงคมนาคมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดให้เกษตรกรเป็นผู้จำหน่าย และผลิตโดยตรงให้กับกรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) โดยไม่ผ่านบริษัทอื่นๆ หรือนายหน้า

ทั้งนี้ส่วนของงบประมาณที่จะนำมาจัดทำบนถนนที่มีเกาะสีกั้นกลางของ ทล. และ ทช. กว่า 12,000 กิโลเมตร แบ่งเป็นถนนของ ทล. ประมาณ 11,000 กิโลเมตร และ ถนนของ ทช. ประมาณ 1,000 กิโลกเมตรใช้น้ำยางพารา 360,000 ตัน ในระยะเวลา 3 ปี (2563-2565) นั้น โดยกระทรวงคมนาคมจะเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณดำเนินการประมาณกว่า 80,000 ล้านบาท เบื้องต้นใช้งบประมาณของแต่ละหน่วยงานก่อน

*NER ลุ้นออเดอร์ใหม่เข้า

นายชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NER เปิดเผยว่า สำหรับการพิจารณาโครงการดังกล่าวข้างต้นหากครม.เห็นชอบให้ดำเนินโครงการ ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่ออุตสาหกรรมยางเพราะจะทำให้ปริมาณยางในอุตสาหกรรมลดลงไป และจะสนับสนุนให้ราคายางปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่บริษัทก็มีโอกาสที่จะมีออเดอร์เพิ่มขึ้นในการซัพพลายยางให้แก่ผู้ดำเนินการผลิตแบริเออร์ด้วย ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

ขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ เนื่องจากมีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงโรงงานของลูกค้าในจีนเริ่มกลับมาเดินการผลิตแล้ว ยอดขายรถยนต์ในประเทศจีนเริ่มกลับมาเติบโตต่อเนื่อง หลังจากจีนผ่อนคลายมาตราการการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งบริษัทเป็นผู้ส่งออกหลักให้แก่จีน ทำให้ได้รับอานิสงค์ในส่วนนี้

นอกจากนี้ในเร็วๆ นี้บริษัทเตรียมเซ็นสัญญากับลูกค้าจีน 2 รวม ซึ่งเป็นลูกค้าสัญญาระยะยาว (Long Term Contact) ปริมาณออเดอร์ที่ 5 หมื่นตันต่อปี ทำให้ยอดขายของบริษัทมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง โดยปริมาณขายปีนี้บริษัทคาดว่าอยู่ที่ 350,000 ตัน ขณะที่รายได้คาดว่าทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 16,500 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ 13,107 ล้านบาท อีกทั้งล่าสุดบริษัทได้ทดลองเดินเครื่องจักรโรงงานผลิตแห่งใหม่ตามแผนที่วางไว้แล้ว

*จับตาไตรมาส 2 โตต่อ

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุถึง NER ว่ามีมุมมองในเชิงบวก คาดกำไรปกติในปี 2563 เติบโต 51% จากปีก่อนส่วนกำไรสุทธิโต 12% มาจากการเพิ่มกำลังการผลิตยาง รวมทั้งภาวะการแข่งขันราคาไม่แรงแรงในปีนี้ เนื่องจากผู้ส่งออกยางบางรายปิดกิจการไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จึงคาดว่าจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้น หรือ GPM เติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งสามารถชดเชยความต้องการของอุตสาหกรรมยางที่อาจลดลง เพราะภาวะเศรษฐกิจโลก และอุตสาหกรรมรถยนตร์ชะลอตัว

อีกทั้งคาดว่ากำไรปกติไตรมาส 2/2563 จะอยู่ที่ 133 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ลดลง 61% จากไตรมาสแรกปีนี้ สาเหตุที่เพิ่มขึ้น เพราะ GPM เพิ่มขึ้น เพราะภาวะแข่งขันราคาไม่รุนแรง แต่ที่ลดลงจากไตรมาสแรกปีนี้ เพราะลูกค้าชะลอคำสั่งซื้อในช่วงเดือน เมษายนราคาขายลดลง แต่ต้นทุนทรงตัว อย่างไรก็ตามคาดว่าไตรมาส 2/2563 จะไม่มีการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเหมือนในไตรมาสแรกปีนี้ โดยประเมินราคาเป้าหมายของ NER อยู่ที่ 3.10 บาทต่อหุ้น ซึ่งราคาหุ้นที่ซื้อขายปัจจุบันมีพี/อี เพียง 6 เท่า

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด