ยากันแท้ง ได้ผลจริงหรือ ?

ยากันแท้ง ได้ผลจริงหรือ ?

แม่ตั้งครรภ์หลายคนอาจจะกลัวการแท้ง และอาจจะเคยได้ยินเกี่ยวกับ "ยากันแท้ง" มาบ้าง แต่ก็ยังไม่แน่ใจว่ายาตัวนี้จะได้ผลจริงหรือไม่ หรือจำเป็นต้องมีคำสั่งจากแพทย์เพื่อที่จะรับยาตัวนี้หรือไม่อย่างไร บทความนี้จะไขข้อข้องใจให้คุณแม่ค่ะ

ยากันแท้งคืออะไร ?

ยาสำหรับกันแท้งเป็นยาฮอร์โมนประเภทโปรเจสเตอโรนสังเคราะห์หรือยาอื่นในกลุ่มเดียวกัน ซึ่งมีทั้งชนิดฉีดและเป็นเม็ดสำหรับรับประทาน ยาตัวนี้จะมีประโยชน์เฉพาะสำหรับผู้ที่ขาดฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเท่านั้น ตัวยาจะช่วยให้ผนังมดลูกของคุณแม่หนาขึ้น เป็นการช่วยไม่ให้ผนังมดลูกหลุดง่ายเกินไป

สิ่งที่แม่ตั้งครรภ์กลัวที่สุดก็คือการแท้ง

เหมาะกับใคร ?

  • คุณแม่ที่เคยมีประวัติแท้งมาก่อน แม้จะไม่มีเลือดออกขณะตั้งครรภ์ แต่แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยากันแท้งได้
  • คุณแม่ที่มีภาวะแท้งคุกคาม คือเมื่อตั้งครรภ์ไปได้ซักระยะแล้วพบว่ามีเลือดออกทางช่องคลอด แต่ยาจะไม่สามารถป้องกันการแท้งได้ 100%

การแท้งมีกี่ประเภท ?

  • การแท้งทุกคาม (Threatened abortion) เป็นภาวะใกล้แท้ง พบได้ประมาณ 10% ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด โดยคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการปวดท้องน้อย มีเลือดออกทางช่องคลอดกระปริบกระปรอย เลือดออกไม่มากนัก ซึ่งการแท้งชนิดนี้ มีโอกาสที่จะแท้งประมาณ 50%
  • การแท้งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ (Inevitable abortion) คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีเลือดออกทางช่องคลอด และจะมีอาการปวดตรงท้องน้อยมากขึ้น บางครั้งมีการแตกของถุงน้ำคร่ำร่วมด้วย เนื่องจากปากมดลูกเปิดแล้ว จึงไม่สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ แพทย์ต้องนำทารกออกเพื่อให้เป็นการแท้งโดยสมบูรณ์
  • การแท้งไม่สมบูรณ์ (Incomplete abortion) เป็นการแท้งเพียงบางส่วนของทารกหรือเฉพาะส่วนรก โดยที่ยังมีส่วนเหลือค้างในโพรงมดลูก ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการปวดบริวเณท้องน้อยเป็นอันมาก และมีเลือดออกทางช่องคลอดมากจนถึงขั้นทำให้หมดสติได้ จึงจำเป็นต้องพบแพทย์เพื่อให้น้ำเกลือหรือเลือดทดแทน และนำส่วนที่เหลือออกมาให้หมด
  • การแท้งสมบูรณ์ (Complete abortion) เป็นการแท้งแบบที่ทารกและรกออกมาทั้งหมดโดยสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อชิ้นเนื้อหลุดออกมาหมดแล้ว เลือดและอาการปวดท้องก็จะหายไปเอง
  • การแท้งค้าง (Missed abortion) เป็นการแท้งที่ทารกในครรภ์เสียชีวิตมานานกว่า 8 สัปดาห์ในครรภ์ โดยที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ทราบเนื่องจากตัวอ่อนยังไม่ถูกขับออกมา โดยอาการที่พบได้ก่อนแท้งคืออาการคลื่นไส้อาเจียนจะหายไป และมดลูกที่เคยมีขนาดโตขึ้นก็กลับมามีขนาดเล็กลง
  • การแท้งซ้ำซาก (Habitual abortion) คือการแท้งติดต่อกันตั้งแต่ 3 ครั้งขึ้นไป ในช่วงอายุครรภ์ใกล้เคียงกัน มีสาเหตุมาจากปากมดลูกปิดไม่สนิท (Cervical incompetence) การขาดฮอร์โมนเพศ หรือมีความผิดปกติของโครโมโซม
  • การแท้งติดเชื้อ (Septic abortion) เป็นการแท้งร่วมกับการอักเสบติดเชื้อ ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีไข้ ปวดท้อง และมีเลือดออกทางช่องคลอด
อย่าไปซื้อมารับประทานเอง ต้องให้แพทย์สั่งเท่านั้น

สำหรับยากันแท้งนั้น คุณแม่ไม่ควรหาซื้อมารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ที่ฝากครรภ์เสียก่อนว่าร่างกายของเรามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่ต้องใช้ หากไม่มีข้อบ่งชี้ว่าจำเป็นต้องใช้ก็ไม่ต้องกังวลมากเกินไป สิ่งที่ต้องทำคือนอนพักผ่อนให้มากพอ หลีกเลี่ยงการทำงานหนัก รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมทั้งวิตามิน ธาตุเหล็ก ไอโอดีน และโฟลิก หลีกเลี่ยงการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ชา กาแฟ น้ำอัดลม นอกจากนี้แนะนำให้งดมีเพศสัมพันธ์ในช่วงครรภ์อ่อน ๆ และควรออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์ และหากมีความผิดปกติต่าง ๆ เกิดขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ ให้รีบไปพบแพทย์ จะได้ลดความกังวลเรื่องแท้งค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด