การบินไทย-เลิกไฟลต์

พนักงานการบินไทยกว่า 8 พันคนมึนตึ๊บ! บริษัทร่อนจดหมายขอความร่วมมือพนักงานทั้งหมดกว่า 2.1 หมื่นคน สมัครใจลดเงินตัวเองต่อเฟส 2 ช่วง มิ.ย.-ส.ค.นี้ เผยรอบนี้พนักงานสมัครใจไม่ถึง 50% ต่างจากเฟสแรกที่สมัครใจถึง 80% ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงไม่มีการสื่อสารถึงพนักงานกลุ่มที่เสียสละ สมัครใจลดเงินเดือนแต่อย่างใดว่าผลจากการเสียสละเพื่อให้องค์กรอยู่รอดครั้งนี้คืออะไร แถมยังไปพูดคุยอี๋อ๋อกับตัวแทนสหภาพซึ่งเป็นกลุ่มต้านนโยบายนี้ของฝ่ายบริหารมาตั้งแต่เริ่มต้น

แหล่งข่าวจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นับตั้งแต่การบินไทยมีมาตรการลดเงินเดือนพนักงานโดยสมัครใจมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 โดยแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 ตั้งแต่มีนาคม-พฤษภาคม 2563 และระยะที่ 2 คือ ตั้งแต่มิถุนายน-สิงหาคม 2563 โดยข้อสังเกตที่น่าคิดคือ ในระยะแรกแม้ว่าบริษัทยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านโดยคงสถานะการเป็นรัฐวิสาหกิจอยู่ ความร่วมมือร่วมใจของพนักงานที่มีต่อมาตรการดังกล่าวมีค่อนข้างมาก หรือประมาณ 80% ของพนักงานทั้งหมด (ประมาณ 21,000 คน) ซึ่งแตกต่างจากความร่วมมือร่วมใจในการลดค่าตอบแทนที่บริษัทประกาศมาในระยะที่ 2

กล่าวคือ ตั้งแต่มิถุนายน-สิงหาคม 2563 พนักงานในบริษัทกลับให้ความร่วมมือ ค่อนข้างน้อยมาก โดยตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการระบุว่าถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีพนักงานให้ความร่วมมือในการสมัครใจลดค่าตอบแทนเป็นจำนวนราว 8,000 กว่าคน หรือไม่ถึง 50% ของพนักงานทั้งบริษัท ที่สำคัญมีเพียงพนักงานในส่วนที่เป็นนักบินเท่านั้น ที่ให้ความร่วมมือสมัครใจลดค่าตอบแทนตามโครงการดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนถึง 95% ของจำนวนนักบินทั้งหมด

“ข้อเท็จจริงดังกล่าวทำให้เป็นที่น่าตั้งข้อสังเกตว่า มีปัจจัยอะไรทำให้พนักงานของสายการบินแห่งชาติตัดสินใจเช่นนั้น ทั้ง ๆ ที่ในระยะแรกของการออกมาตรการลดเงินเดือน บริษัทการบินไทยยังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของการเป็นรัฐวิสาหกิจ ซึ่งกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ มีค่อนข้างมาก อีกทั้งสหภาพแรงงานก็มีการโฆษณาชวนเชื่อให้พนักงานไม่จำเป็นต้องให้ความร่วมมือกับทางบริษัท แต่ผลปรากฏว่าพนักงานกลับให้ความร่วมมือกับทางบริษัทค่อนข้างมาก แตกต่างกับการขอความร่วมมือในครั้งที่ 2 ซึ่งอยู่ในช่วงที่บริษัทการบินไทยเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว กฎเกณฑ์ข้อบังคับต่าง ๆ ที่สามารถใช้กำกับดูแลพนักงานได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านโครงสร้างระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง พนักงานกลับไม่มีความรู้สึกอยากจะให้ความร่วมมือกับทางบริษัทแต่อย่างใด” แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ส่วนตัวไม่รู้ว่าผู้บริหารระดับสูงสื่อสารถึงพนักงานทั้งหมดอย่างไร หรือมีปัญหาในเรื่องของการสื่อสารหรือไม่ ถึงมีจำนวนผู้สมัครใจไม่ถึง 50% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่สถานะขององค์กรการบินไทยในขณะนี้อยู่ในภาวะวิกฤตอย่างหนัก ขณะเดียวกันพนักงานที่ให้ความร่วมมือในครั้งนี้ไปแล้วยังสามารถที่จะเปลี่ยนใจไม่ให้ความร่วมมือตามที่บริษัทร้องขอได้ด้วย

“ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นนี้ ทำให้ชวนให้ตั้งข้อสงสัยว่าการที่พนักงานของบริษัทการบินไทยไม่ให้ความร่วมมืออย่างที่ควรจะเป็นในภาวะที่บริษัทเกิดวิกฤตเช่นนี้ เป็นเพราะว่าพนักงานไม่มีความเชื่อมั่นในฝ่ายบริหาร หรือพนักงานเชื่อมั่นในองค์กรอดีตสภาพที่เคยมีอยู่เดิม (ตามที่สหภาพกล่าวอ้าง) หรือว่าเป็นเพราะปัญหาเรื่องของการสื่อสารของฝ่ายบริหาร”

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าขวัญและกำลังใจของพนักงานการบินไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะถดถอยเป็นอย่างยิ่ง เพราะในส่วนของพนักงานที่สมัครใจลดเงินเดือนไปแล้วนั้นก็ไม่ได้รับการสื่อสารจากฝ่ายบริหารเลยว่าผลที่พวกเขาได้รับจากการเสียสละในครั้งนี้ จะแตกต่างจากพนักงานที่ไม่สมัครใจลดเงินเดือนอย่างไร

นอกจากนี้ ยังรับทราบข่าวมาว่าคณะผู้บริหารชุดปัจจุบันกลับมีการพูดคุยสนิทสนมกับ ตัวแทนจากสหภาพ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายเสียสละเพื่อองค์กรด้วยการสมัครใจลดเงินเดือนตัวเองลงตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในเฟสแรกแล้ว ยิ่งทำให้กลุ่มพนักงานที่สมัครใจเสียสละเพื่อองค์กร เกิดความสับสนว่าการพนักงานที่เสียสละไปตามคำขอของบริษัท กับพนักงานที่ไม่ทำตามคำขอของบริษัทมีความแตกต่างกันอย่างไร

ดังนั้น จึงมองว่าหากปล่อยให้ภาวะเช่นนี้เป็นอยู่ เชื่อได้เลยว่าในอนาคตอันใกล้ มาตรการต่าง ๆ ที่ออกมาเพื่อขอความร่วมแรงร่วมใจจากพนักงาน ให้ช่วยกันเสียสละเพื่อนำพาบริษัทฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ นอกจากจะไม่ได้ผลแล้ว ยังจะทำให้เกิดความสับสนในหมู่พนักงาน และไม่เกิดผลดีต่อการนำพาบริษัทให้ผ่านพ้นวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้แน่นอน

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด