1
William Adolphe Bouguereau, Child at Bath. 1886. Oil on canvas. Henry Art Gallery, University of Washington, Seattle, Horace C. Henry Collection.

โรครักเด็กหรือพีโดฟิเลีย-Pedophilia จัดว่าเป็นพฤติกรรมผิดปกติหรือวิตถารอีกแบบหนึ่ง กลุ่มเดียวกับซาดิสม์หรือพวกชอบแอบดู-วอยูริสม์ (voyeurism) เป็นต้น

คำว่าพีโดส (pedos) หรือไพโดส (pidos) ในภาษากรีกแปลว่าเด็ก ส่วนคำว่าฟีเลีย แปลว่าชอบหรือรัก พีโดฟิเลียจึงแปลว่าชอบหรือรักเด็ก แต่รักเด็กมนที่นี้แตกต่างจากรักเด็กทั่วไปตรงที่ใช้เด็กเป็นของรัก (love object) เพื่อนำไปสู่การกระทำทางเพศของตน

แฟนศิลปวัฒนธรรมคงได้พบข่าวเช่นนี้เสมอๆ จากสื่อที่ว่าผู้ใหญ่ใจร้ายข่มขืนเด็ก เหยื่อบางรายได้รับบาดเจ็บ บางรายถูกข่มขู่ไม่ให้นำความลับไปบอกผู้ใด เหยื่อบางรายถูกฆ่าเพราะเกรงว่าจะนำความลับนั้นไปเปิดเผย และบางรายถูกข่มขืนอยู่นานจนเหยื่ออายุย่างเข้าวัยรุ่น

ผู้ใหญ่ที่ไม่ปกติเหล่านั้นเกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย แต่งงานแล้วหรือเคยแต่งงานมีภรรยาเป็นตัวตน บางคนมีบุตรแล้วด้วยซ้ำไป ผู้ใหญ่เหล่านี้ส่วนใหญ่มิใช่คนแปลกหน้าสำหรับเหยื่อแต่เป็นคนในชุมชนนั้นและรู้จักกันดี บางรายเป้นญาติใกล้ชิด หลายรายเป็นครูทั้งครูไทยและครูฝรั่ง และเหยื่อของเขาเหล่านั้นก็คือลูกศิษย์นั่นเอง ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย

ผู้ใหญ่ที่รักเด็กเหล่านี้เป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดให้เป็นปกติ โดยทั่วไปชาวบ้านมักไม่ค่อยให้อภัยเมื่อพวกเขาถูกจับได้และเจ้าหน้าที่นำไปทำแผนประกอบคดี มักถูกกลุ้มรุมทำร้ายจากกลุ่มชาวบ้านเสมอ และถูกประณามว่าเป็นพวกบ้ากาม พวกวิตถาร หรือเฒ่าหัวงู เป็นต้น

โรครักเด็กเกิดกับผู้ใหญ่ที่เป็นสตรีด้วยเหมือนกัน เคยมีข่าวครูสตรีผู้หนึ่งในประเทศอังกฤษถูกตั้งข้อหาว่าข่มขืนเด็กนักเรียนชาย โดยมีพยานรู้เห็นน่าเชื่อถือ ข่าวนี้ได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก

ตามปกติอายุของเหยื่อถือเอาอายุ ๑๓ ปีลงไป โดยที่ยังไม่แตกเนื้อหนุ่มเนื้อสาว ถ้าผู้ป่วยเป็นวัยรุ่นเหยื่อที่ถูกกระทำต้องมีอายุต่ำกว่ากันอย่างน้อย ๕ ปี เหยื่อจะถูกกอดจูบลูบไล้ จับเปลือยกายจนถึงกระทำการร่วมเพศ

โดยทั่วไปผู้ป่วยมักเป็นชายอยู่ในวัยประมาณ ๔๐ ปี แต่งงานแล้วและมีภรรยาและบุตร บางคนใช้บุตรเป็นเหยื่อของตนเองด้วย ผู้ป่วยที่มีอายุมากมักเลือกเหยื่อที่มีอายุน้อย เป็นเด็กเล็กหรือแม้กระทั่งเด็กทารก ส่วนผู้ป่วยอายุน้อยมักเลือกเหยื่อที่มีอายุมากขึ้นอยู่ในวัยแรกรุ่นหรือเกือบวัยรุ่น เหยื่อเป็นเด็กชายมากกว่าเด็กหญิงในอัตรา ๒ ต่อ ๑ ผู้ป่วยโรครักเด็กจำแนกออกเป็น ๔ แบบ คือ

แบบที่หนึ่ง เป็นพวกบุคลิกภาพไม่สมวัย (immature personality) คนเหล่านี้มักมีชีวิตรักไม่ราบรื่น กลัวหรือกังวลเกินไปกับผู้ใหญ่ผู้หญิง แต่มีความรู้สึกดีๆ ต่อเด็ก วิเคราะห์ว่ามีภาวะหยุดชะงักหรือติดตรึง (fixated) ในช่วงพัฒนาการตอนต้น นวนิยายเรื่องโลลิตา ของนาโบคอฟ เป็นตัวอย่างอันดีในข้อนี้

แบบที่สอง เป็นพวกถอยกลับไปเป็นเด็ก (regressed) กล่าวคือชีวิตรักแรกๆ ก็เป็นปกติดี ต่อมาเปลี่ยนไปเพราะคู่รักหรือคู่สมรสเป็นอื่น ตนเองรู้สึกเสียหน้า เจ็บใจจึงหันไปข่มขืนเด็กหญิงเพื่อล้างแค้น แล้วรู้สึกว่าได้ความเป็นชายกลับคืนมา

แบบที่สาม พวกถูกวางเงื่อนไข (conditioned) คือ เคยมีประสบการณ์ประทับใจในอดีตกับเด็กๆ อาจเป็นนักเรียนประจำ ความประทับใจนั้นเป็นแรงผลักดันในวันนี้ซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้ว

แบบสุดท้ายพวกมีพยาธิสภาพทางบุคลิกภาพ (psychopathic personality) เช่น ต้องการหาความตื่นเต้นใหม่ๆ แปลกๆ เช่น แสวงหาโสเภณีเด็ก เป็นต้น อาจแสวงหาในบ้านเมืองของตนเองและออกไปในต่างประเทศ ในบ้านเราพบเสมอที่พัทยาในรูปของนักท่องเที่ยวหรือครูสอนดนตรี สอนภาษาต่างประเทศ ผู้ป่วยเหล่านี้นอกจากจะมีอารมณ์เพศผิดปกติแล้ว ยังอาจเป็นคนติดเหล้า คนก้าวร้าวหุนหันและมีอาการทางจิตด้วย

เราต้องไม่บอกเด็กให้ระมัดระวังแต่เพียงคนแปลกหน้า คนจรหมอนหมิ่น หรือคนมาจากบ้านเมืองอื่น แต่ต้องบอกให้ระมัดระวังคนกันเองด้วย แม้ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านกันหรือญาติกัน เพราะเมื่อมีโอกาสโรครักเด็กก็จะปรากฏตัวขึ้นได้ง่ายๆ!

 

เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 2 ธันวาคม 2560

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด