พวกผมชอบสร้างคน! 5 โค้ชลูกหนังไทยชอบปั้นเด็ก

เหลือเวลาอีก 2 เดือน ก่อนที่ไทยลีก 2020 จะกลับมาเปิดฉากแข่งขันกันอีกครั้ง บรรยากาศลูกหนังไทยช่วงนี้อาจเงียบเหงาเพราะวิกฤติโควิด 19 แต่ถึงกระนั้นบางสโมสรก็กลับมาฟิตซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมในการปรีซีซั่นไปบางส่วนแล้ว

ไทยลีก 2020 เป็นปีที่หลายๆสโมสรเสริมตัวผู้เล่นกันน้อยมาก ทำให้แทบทุกทีมเลือกใช้งานผู้เล่นโนเนมราคาไม่แพง หรือผลักดันเด็กเยาวชนที่มีอยู่

ปัจจุบันแวดวงลูกหนังไทยมีเยาวชนให้ใช้งายเยอะแยะมากมาย แต่หาโค้ชดีๆที่เปิดโอกาสให้เด็กลงสนามสร้างกระดูกเก็บเกี่ยวประสบการณ์แทบน้อยมาก เพราะอัดแน่นไปด้วยโค้ชต่างชาติที่เดินกันแน่นทั้งวงการ

แต่ถึงกระนั้นขอบสนามบอลไทย คัด 5 โค้ชไทยที่ชอบพิศมัยการปลุกปั้นเด็กขึ้นมาโชว์ฝีเท้า ส่วนจะมีใครบ้างนั้นเนื้อหาของเราพร้อมเชิญอ่านกันให้เต็มตาเลยครับ

1.สะสม พบประเสริฐ

นักบอลจากนครสวรรค์ ที่มาหาฝันในเมืองหลวงเป็นเยาวชนการท่าเรือ แต่มาประสบความสำเร็จกับธนาคารกสิกรไทย และมาเริ่มต้นงานโค้ชในฐานะผู้ช่วยที่บีอีซี เทโรศาสน จนได้โอกาสไปทำทีมหนองจอกพิทยานุสรณ์ และมาจับงานทีมชาติชุด 14 ปี ในรุ่นของศักรินทร์ จันทร์โยธา, ธีรศิลป์ แดงดา, จักรพันธ์ แก้วพรม, รณชัย รังสิโย หลังจากนั้นในปี 2004 สะสม รับจ็อบอีกงาน คือการทำบีอีซี เทโรศาสน เต็มตัวในฐานะกุนซือ ทว่าทีมไร้เงาแข้งเก๋า เขาจึงแก้ปัญหาด้วยการดันเยาวชน ขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ ทั้ง วัชรกร ไกลถิ่น, ชาคริต บัวทอง, ธฤติ โนนศรีชัย, ณธฤษภ์ ธรรมรสโสภณ ทว่าทีมกลับไม่ประสบความสำเร็จ เขาทำให้โค้ชเตี้ย ห่างหายไปจากวงการนาน 5 ปี

เมื่อกลับมาทำงานคุมการท่าเรือ เขาสร้างทีมฟุตบอลไฟท์เตอร์ ไม่เน้นความสวยงาม อาศัยของดีราคาถูกมาปั้นใช้งาน ผสมผสานกับการสร้างแข้งโนเนมมาประดับวงการ ทั้ง จิรวัฒน์ มัครมย์, เอกชัย สำเร, อาลีฟ เปาะจิ, ศิวกร จักขุประสาท, ใหญ่ นิลวงศ์ จากนั้นเขาก็โผล่รับงานคุมแบงค็อก ยูไนเต็ด ในช่วงเวลาที่กำลังก่อร่างสร้างทีม อาศัยเน้นใช้นักบอลภายในทีม เขาเปิดโอกาสให้ กรวิทย์ นามวิเศษ ได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องในฐานะเซ็นเตอร์แบ็ค ปรับตำแหน่งวิทยา หมัดหลำ มายืนเป็นกองกลางตัวรับ วิ่งไล่ตัดเกมคู่แข่ง  เมื่อโยกมาคุมแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล ทีมงบน้อยทุนต่ำ เขาเลือกสร้างเด็กหยิบยื่นโอกาสให้ นพพล พลคำ, กิตติไกร จันทะรักษา, เนติพงษ์ แสนมะฮุง, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, อภิสิทธิ์ โสรฎา, วันชัย จารุนงคราญ ลงสนามโชว์ฟอร์มเจ๋งจนถูกทีมใหญ่ดึงตัวไปร่วมทีม

ชื่อเสียงเก่าๆในการสร้างคนของโค้ชเตี้ย ทำให้ชลบุรี เอฟซี ยักษ์หลับวงการลูกหนังไทยที่มีสถานีบ่มเพาะดาวรุ่ง ตัดสินใจดึงตัวมาคุมทีม และทำการเปลี่ยนแปลงแท็คติกภายในสโมสรให้เป็นบอลไฟท์เตอร์แบบที่เขาถนัด เปิดโอกาสให้เด็กไทยขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ทั้งสัมพันธ์ เกษี, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว, ทรงชัย ทองฉ่ำ, ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์ มาผนึกกำลังกับลูกหม้อรายอื่นๆทั้ง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, กฤษดา กาแมน, สิทธิโชค ภาโส

2.สมชาย ชวยบุญชุม

อดีตนักบอลระดับตำนานของการท่าเรือ ที่มาแจ้งเกิดในฐานะกุนซืออาชีพกับทีมเล็กๆอย่างสมุทรสงคราม เขานำกลุ่มนักบอลตัวสำรองจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มาปัดฝุ่นเจียระไน ทั้ง อภินันท์ แก้วปีลา, ชุมพล บัวงาม, อรรถณพ ชัยแป้น, พัชรินทร์ สุกใส, จิรวัฒน์ แก้วโบราณ, ไตรภพ ชูชื่นกลิ่น, กันตภณ สมพิทยานุรักษ์, เอกศักดิ์ บัวเบา, สิทธิพันธ์ ชุมช่วย, ประสาร พันธ์สำลี, สุขสยาม ชาญมณีเวช, ทรงวุฒิ บัวเพ็ชร รวมถึงดิยุฟ บิรัม พวกนี้คือกลุ่มเด็กสร้าง”น้าฉ่วย” ที่พร้อมสู่และตายแทนนายตัวเองในสนาม บอลสไตล์ตื้อเหนียวแน่น ใช้จังหวะรับๆแน่น รอสวนกลับโป้งปิดบัญชี

หลังแยกย้ายจากสมุทรสงคราม น้าฉ่วยได้จ็อบใหม่ คือการทำบอลเยาวชน 19 ปีทีมชาติไทย เปิดคัดเด็กแบบโอเพ่น จนเป็นที่มาของการได้ ปกรณ์ เปรมภักดิ์, นิติพงษ์ เสลานนท์, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา, อดิศร พรหมรักษ์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ และชนาธิป สรงกระสินธ์ เด็กแสบที่รวมตัวกันน้อยมากแต่สร้างปรากฏการณ์ล้มเกาหลีใต้และยันเสมอญี่ปุ่นในรอบคัดเลือก หลังจากนั้นเขาไม่ได้คุมทีมต่อไป มุ่งหน้าทำเชียงใหม่ เอฟซี จนค้นพบเพชรเม็ดงามปั้น รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก และโยกไปรับงานคุมสุโขทัย เอฟซี, ราชนาวี จนทีมเหล่านี้รอดตกชั้นในไทยลีก จนมาทำศรีสะเกษ เอฟซี ทีมงบน้อยในไทยลีก 2 จนเกือบได้เลื่อนชั้นทั้งที่คุณภาพผู้เล่นค่อนข้างโนเนม

ปัจจุบันน้าฉ่วย กำลังกุมบังเหียนหนองบัวพิชญ และเตรียมปลุกปั้นแข้งฝีเท้าธรรมดาในทัพพญาไก่ชนให้กลายเป็นนักเตะจอมฟิต พร้อมสำหรับการไล่ล่าตั๋วไปไทยลีกในปี 2021

3.จเด็จ มีลาภ

อดีตครูพละที่โรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี ที่ไม่มีเงินจะอบรมโค้ชที่ชลบุรี แต่ทว่านั้นคือจุดเปลี่ยนในชีวิตเขา เมื่อได้รับโอกาสจากอรรณพ สิงห์โตทอง ในการเข้ามาทำทีมบอลนักเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา ในห้วงเวลาที่พวกเขาไม่มีสโมสรชลบุรี ฉลามยังบลัดคือแห่งสร้างนักบอล โดยมีจเด็จ มีลาภเป็นคนดูแลทีม พิภพ อ่อนโม้ คือเยาวชนรุ่นแรก ตามด้วยแข้งชื่อดังมากมาย ทั้ง สุรีย์ สุรัตน์ สุขะ, ไพศาล โพธิ์นา, โกสินทร์ หทัยรัตนกุล, เอกพันธ์ อินทะเสน, ณัฐพงษ์ สมณะ, ศราวุฒิ จันทะพันธ์ และอาทิตย์ สุนทรพิธ ชื่อที่ว่ามาคือแข้งลูกหม้อชลบุรี เอฟซี ที่ผ่านการเป็นลูกศิษย์ในโรงเรียนมาก่อน และความผูกพันธ์เหล่านี้ทำให้เมื่อ จเด็จ ผันตัวมาคุมฉลามชลในปี 2007 เหมือนสายเลือดความผูกพันความกลมเกลียวแบบพี่น้อง ส่งผลให้สโมสรคว้าแชมป์ไทยลีกมาครองแบบพลิกความคาดหมาย

หลังจากนั้นเขาก็ออกไปผจญภัยครั้งใหม่กับพัทยา ยูไนเต็ด, สงขลา ยูไนเต็ด, ชัยนาท ฮอร์นบิล, พีทีที ระยอง และคัมแบ็คกลับชลบุรี ก็ไม่ลืมที่จะหยิบเด็กในคาถามาร่วมทีมด้วย หลังหมดความท้าทายในเมืองชล “เซอร์เด็จ” ได้รับจ็อบชิ้นใหญ่สุดในชีวิต คือการเข้าเมืองกรุง มากุมบังเหียนการท่าเรือ เอฟซี ฟุตบอลเกมรุกเล่นไม่มากจังหวะ เดินหน้าฆ่าคู่แข่งในแบบที่เขาเคยทำกับฉลามชลเมื่อปี 2007 เกิดขึ้นบนสังเวียนแพท สเตเดี้ยม  และจเด็จ จะได้พิสูจน์ฝีมือเป็นคำรบที่ 3 อีกครั้ง เพื่อประกาศศักดาให้ผู้คนได้รู้ว่า ข้าไม่ใช่โค้ชขัดตาทัพ

4.พยงค์ ขุนเณร

อดีตครูปกครองโรงเรียนพณิชยการราชดําเนินธนบุรี ที่ผันตัวเองมาเป็นโค้ชฟุตบอลประจำโรงเรียน โดยรุ่นแรกที่เขาดูแลคือ นิรุจน์ สุระเสียง, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, ภานุวัฒน์ จันทา, วิมล จันทร์คำ, วิทยา หย่องเอ็น ฯลฯ และเด็กๆเหล่านี้ก็ถูกส่งตัวไปอยู่กับสโมสรตลาดหลักทรัพย์กรุงเทพมหานคร

จากนั้นเขาก็ย้ายมาทำงานกับราชประชา นำพาลูกศิษย์ตัวเองในโรงเรียนมาเล่นที่ทีมตราชฎา ทั้ง ดัสกร ทองเหลา, ไพรัช ทับเกตุแก้ว, อนุชา กิจพงษ์ศรี จนเมื่อบีอีซี เทโรศาสน ต้องการคนมาดูแลทีมเยาวชน เขาจึงรับคำชวนขององอาจ ก่อสินค้า เข้าไปดูแลทีมเยาวชน ที่อุดมไปด้วยกลุ่มแข้งฝีเท้าดีจากทั่วสารทิศ พร้อมกับทำข้อมูลส่งให้โค้ชทีมชุดใหญ่เทโรในเวลานั้น หลังการเปลี่ยนแปลงในปี 2004 เทโร ตัดงบทำทีมทำให้”โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ นำ พยงค์ ขุนเณร ขึ้นมาเป็นผู้ช่วยและดันเด็กขึ้นมาเล่นในไทยลีก ทั้ง ธนัตถ์ วงศ์ศุภลักษณ์, พิชิตย์ ใจบุญ, วัชรกร ไกลถิ่น น่าเสียดายความอ่อนประสบการณ์ทำให้ทีมไม่ประสบความสำเร็จ หลังขึ้นมารักษาการณ์ในฐานะโค้ชในปี 2011 พยงค์ ขุนเณร อำลาเทโร และมุ่งหน้าในการทำทีมไม่ว่าจะเป็นอีสาน ยูไนเต็ด, สุพรรณบุรี, สงขลา, พีทีที ระยอง, เชียงใหม่, นครปฐม, ตราด โดยแทบทุกทีมเขาจะอาศัยหยิบยืมแข้งเก่าๆสมัยบอลนักเรียนลูกศิษย์มาใช้งานเป็นประจำ

5.สุรพงษ์ คงเทพ

กุนซือคนปัจจุบันของสุโขทัย ที่เพิ่งได้โปรไลเซนส์มาหมาดๆ เขาผู้นี้คือคนที่มีพื้นฐานในการสร้างทีมฟุตบอลด้วยการบ่มเพาะเยาวชนมาก่อน จากชีวิตที่ไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นนักฟุตบอล ทำให้เขาได้เรียนรู้ศาสตร์ฟุตบอลที่รวดเร็วจากรั้วจุฬาลงกรณ์ฯ และไปทำงานในทีมเยาวชนเมืองทอง ยูไนเต็ด จึงทำให้ได้คลุกคลีกับดาวรุ่งวัยยังเติร์กมากมาย ทั้ง พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล, พิชา อุทรา, ชัยวัฒน์ บุราณ, พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล, สุริยา สิงห์มุ้ย,วงศกร ชัยกุลเทวินทร์, สุประวีณ์ มีประทัง ฯลฯ

เมื่อ”โค้ชอั๋น” ได้โอกาสทำบอลเยาวชนโค้ก คัพ ให้เมืองทอง ในปี 2014 และ 2015 เขาประสบความสำเร็จพาทีมคว้าแชมป์ และมันก็เป็นโอกาสสำคัญ พาเขาก้าวไปอีกระดับ 1 ในการทำบอลอาชีพจากการเป็นผู้ช่วยโค้ชพัทยา ยูไนเต็ด ในปี 2015 และ บีอีซี เทโรศาสน ในปี 2016

กระทั่งโอกาสครั้งสำคัญมาเยือนในปี 2017 เมื่อกลุ่มทุนเจ้าของทีมพัทยา ยูไนเต็ด เลือก สุรพงษ์ มากุมบังเหียน เขาได้จิ้มนักบอลกลุ่มดาวรุ่งที่คุ้นเคยของเมืองทองมาร่วมทีม “เดอะอั๋น” นำปรัชญาทำบอลเกมรุกมาผสมผสานกับลูกมือเด็กที่คุ้นเคยอาศัยแข้งพลังหนุ่มเป็นแกนหลักปรากฏว่าองค์ประกอบทุกอย่างลงตัวมาก ทีมแข็งแกร่งและไม่ต้องมากังวลเรื่องหนีตกชั้น ทว่าด้วยมุมมองที่ส่วนทางกับผู้บริหารทำให้เลือกอำลาทีมไป

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม

เพิ่มเพื่อน

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด