พบแล้ว! 'กระดูกน้องกานต์

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี ด.ช.อนวัช นนธิจันทร์ หรือ น้องกานต์ อายุ 6 ขวบ หายตัวออกไปจากบ้านพัก ในพื้นที่ ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ร่วม 3 วัน ก่อนจะมาพบกลายเป็นศพเสียชีวิตปริศนาในสภาพมีบาดแผลคล้ายถูกสัตว์กัดแทะ ร่างเหลือแค่ครึ่งท่อนบน ส่วนท่อนล่างตลอดจนอวัยวะ แขนทั้งสองข้าง และใบหู หายไป โดยเมื่อเวลา 22.00 น. กลางดึกคืน วันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา พ.ต.อ.พงษ์ระพี ระพีถวิลวรรณ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี ได้มีคำสั่งให้ทาง พ.ต.ต.ชาญฤทธิ์ สุขเจริญ พนักงานสอบสวน เจ้าของคดี ประสานทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี มารับมอบวัตถุพยาน หลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในคดี พร้อมเดินทางไปที่ รพ.พระปกเกล้าฯ เพื่อรับศพน้องกานต์เดินทางส่งชันสูตรยังสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ อีกครั้ง เพื่อสรุปสาเหตุที่แน่ชัด และเพื่อให้คดีเกิดความชัดเจน

นายสุทธิเกียรติ นนธิจันท์ อายุ 24 ปี อาของน้องกานต์ ได้เดินทางมาเซ็นต์เอกสารยินยอม ส่งร่างน้องกานต์ ไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช พร้อมเปิดเผยว่า รู้สึกอุ่นใจขึ้น ที่ทางตำรวจ ได้ให้ความสำคัญกับคดีของน้องกานต์ และจะได้รู้สาเหตุที่ทำให้น้องเสียชีวิต นอกจากนี้ ยังอยากให้ดวงวิญญาณน้องกานต์ดลบันดาลให้พบ ชิ้นส่วนอวัยวะของน้องที่หายไปโดยเร็ว หวั่นวิญญาณของน้องไม่มีความสุข

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้เหมือนวิญญาณ น้องกานต์ จะรับรู้คำขอของอา ทางผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายฉัตรชัย ผลพฤกษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.พลับพลา ว่าได้ไปพบชิ้นส่วนเศษโครงกระดูกมนุษย์ คาดว่าจะเป็นของ น้องกานต์ จมอยู่ในร่องน้ำ ข้างสวนยางพารา จุดที่เจอศพ ได้ถ่ายรูปส่งให้ทางแพทย์ดู พบว่าน่าจะเป็นกระดูกมนุษย์ จึงได้ประสาน พ.ต.ต.ชาญฤทธิ์ สุขเจริญ สารวัตรเวรเจ้าของคดี พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่วิทยาการ เดินทางมาตรวจสอบ และเก็บวัตถุพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ต่อมา ทาง พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ. 2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นพดล สุทธิเสริม รอง ผบก.ภ.จว.จันทบุรี, พ.ต.อ.พงษ์ระพี ระพีถวิลวรรณ ผกก.สภ.เมืองจันทบุรี ที่ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีของน้องกานต์ โดยได้ลงพื้นที่ มายังจุดที่มีการพบชิ้นส่วนโครงกระดูก บริเวณสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 2 บ้านโป่งแรด ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี โดยจุดที่มีการค้นพบชิ้นส่วนโครงกระดูก อยู่บริเวณภายในร่องน้ำ ห่างจากจุดที่พบศพของน้องกานต์ ประมาณ 50 เมตร ขณะเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ลงการเก็บชิ้นส่วนโครงกระดูก จำนวนหลายสิบชิ้น ที่กระจายอยู่โดยรอบในรัศมี 50-100 เมตร ใกล้จุดที่พบศพ เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า ชิ้นส่วนกระดูกหลายชิ้น มีส่วนคล้ายของมนุษย์ ต้องนำกลับตรวจสอบ ว่าจะเป็นกระดูกของน้องกานต์ ที่หายไปหรือไม่

จากนั้น ผบช.ภ.2 ได้พูดคุยสอบถามรายละเอียดกับ นายเกรียงวุฒิ วรรณทอง เจ้าของสวนยางพาราที่เกิดเหตุ และเป็นผู้ที่มาพบศพน้องกานต์คนแรก และยังเป็นเจ้าของสุนัขพิตบลู ต้องสงสัย ในการสอบถามรายละเอียดข้อมูลในวันที่พบศพ ตลอดจนเรื่องสุนัขพิตบลู และความสนิทคุ้นเคยกับครอบครัวของน้องกานต์ ในฐานะเพื่อนบ้านใกล้เคียง

จากนั้นได้มาพูดคุยกับ นายฉัตรชัย ผลพฤกษา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.พลับพลา ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มชาวบ้านออกตามหา น้องกานต์ตั้งแต่วันที่หายตัว จนถึงวันนี้ได้ค้นหาจนพบ ชิ้นส่วนโครงกระดูก เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่มีความเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวของน้องกานต์

ต่อมา พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ภ.2 ได้เดินทางมาตรวจสอบ ที่บริเวณบ้านพักของ นายสุทธิเกียรติ ผู้เป็น อา เพื่อดูสภาพความเป็นอยู่ของน้องกานต์ และบุคคลในครอบครัว พร้อมทั้งสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับเรื่องของน้องกานต์และได้เดินทางไปตรวจสอบ บริเวณศาลพระภูมิ จุดที่พบตุ๊กตามดตะนอย ของน้องกานต์ วางอยู่ และเป็นจุดที่พบ มีการนำรูปปั้นนางรำสภาพถูกหักคอ วางเรียงรายอยู่ใต้ศาลพระภูมิ โดยจุดดังกล่าวอยู่ห่างจากบ้านของน้องกานต์มาประมาณ 200 เมตร

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ทำการเก็บวัตถุพยาน ทั้งตุ๊กตามดตะนอย รูปปั้นนางรำ และขนสุนัขของเจ้าโอวัลติน และเจ้าน้ำตาล สุนัขคู่ใจของน้องกานต์กลับไปตรวจสอบ DNA เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม

พล.ต.ท.มนตรีเปิดเผยว่า แนวทางการสืบสวน ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง โดยเฉพาะการได้ลงพื้นที่มาตรวจสอบในวันนี้ มีการพบชิ้นส่วนโครงกระดูกจำนวนมาก ที่น่าจะมีการทำร้าย หรือกิน ซึ่งเกิดจากคน หรือสัตว์ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดี ที่จะมีการสืบทราบจาก DNA ที่พบในที่เกิดเหตุว่าจะเป็นหรือเกี่ยวข้องกับใครบ้าง ก็จะนำมารวมกับพยานหลักฐานที่มีอยู่ ในส่วนกรณีที่พบว่า เสื้อผ้าเด็ก ถูกถอดออกในวันที่พบศพในส่วนนี้ ทางพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บ DNA จากเสื้อและกางเกง ของเด็กไปตรวจสอบแล้ว ซึ่งรอผลที่จะออกมาว่าจะตรงกับใครบ้าง หรือมีความเกี่ยวข้องกับคดี หรือไม่อย่างไร ให้อดใจรอ

“คดีของน้องกานต์ มีส่วนคล้ายกับคดีของ น้องชมพู่ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับวัตถุพยานหลักฐาน ในที่เกิดเหตุ และผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ มีความคล้ายกับ คดีของน้องชมพู่ ที่จะต้องมีการเก็บวัตถุพยานหลักฐานต่างๆ ทั้ง เส้นผมของบุคคลใกล้ชิด DNA ขนสุนัข ไปตรวจสอบแต่ในส่วนคดีของน้องชุมพู่ มีรูปคดีที่แตกต่างออกไป แต่พยานแวดล้อม วัตถุพยาน หลักฐาน พยานเอกสาร ในที่เกิดเหตุ มีความคล้ายกัน” พล.ต.ท.มนตรีกล่าว

ทั้งนี้ ยังต้องรอผลการชันสูตรทั้งในส่วนของ วัตถุพยานหลักฐานและผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ ในการนำมารวบรวมกับคำให้การของพยานแวดล้อมซึ่งจะทำให้คดีเกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด