ไม่ใช่แค่โผครม.เท่านั้นที่ฝุ่นยังตลบ การแต่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังก็ฝุ่นตลบเช่นกัน เพราะในเดือนกันยายนนี้ นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลังจะเกษียณอายุราชการ ทำให้มีการเก็งกันว่า ใครจะมาเป็นปลัดกระทรวงการคลังคนที่ 18 ต่อไป

 

คนแรกที่ดูจะมาแรงกว่าใครคือ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร ที่มีสนิทชิดเชื้อกับนายประสงค์เป็นอย่างดี ประกอบกับ นายกฤษฎา ได้ผ่านการเป็นอธิบดีกรมภาษี มาแล้ว 2 แห่ง ทั้งกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร ถือว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงการคลังที่น่าจับตา เพราะก่อนหน้านี้กฤษฎาก็ได้อยู่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ซึ่งเปรียบเหมือนหน่วยงานที่มันสมองของกระทรวงการคลังในการคิดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ มากมายมาแล้วเช่นกัน

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฉะนั้นจึงเรียกได้ว่าครบเครื่องทั้งด้านจัดเก็บรายได้และการดูแลทิศทางของนโยบายเศรษฐกิจตามที่ได้รับมอบหมายได้เป็นอย่างดีแถมยังมีความรู้ด้านกฎหมายพอตัว เพราะเคยเป็นผู้อำนวยการสำนักกฎหมายของสศค.มาก่อนด้วย 

 

นายกฤษดา เกิดวันที่ 20 เมษายน 2506 ปัจจุบันอายุ 57 ปี  จบการศึกษาระดับปริญญาตรี ที่คณะนิติศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโท บริหารธุรกิจ Master of Business Administration M.B.A. University of New Haven สหรัฐอเมริกา

 

ที่มองข้ามไม่ได้อีกคน และกระแสว่า มาแรงมากก็คือ นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เพราะแม้ว่า ปัจจุบันจะนั่งเป็นปลัดกระทรวงเทียบเท่ากันแล้วก็ตาม แต่นายกุลิศถือว่าเป็นลูกหม้อของกระทรวงการคลังโดยแท้ จึงอยากจะกลับมาเกษียณราชการที่กระทรวงการคลัง แต่ปัญหาที่สำคัญคือ ยังไม่สามารถหาตัวบุคคลที่เหมาะสมในการที่จะขึ้นนั่งเป็นปลัดกระทรวงพลังงานแทนได้

 

และไม่ใช่ครั้งแรกที่ นายกุลิศย้ายไปรับราชการนอกกระทรวงการคลัง เพราะก่อนหน้านั้น ก็เคยไปเป็น รองเลขาธิการ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.), และที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมัยนายสรรเสริญ วงศ์ชะอุ่ม มาแล้ว ก่อนจะกลับมารับตำแหน่ง รองผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร)ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง และขึ้นเป็น ผู้อำนวยการ สคร. และไปเป็นอธิบดีกรมศุลกากรอยู่พักใหญ่ ก่อนข้ามห้วยไปนั่งเป็นปลัดกระทรวงพลังงานในปัจจุบัน ซึ่งนายกุลิศ จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

 

นายกุลิศ จบการศึกษา ปริญญาตรี คณะศิลปศาสตรบัณฑิต(รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาโท Master of Public Administration San Diego State University, Master of Business Administration University Southern California 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกคนหนึ่งที่ถูกพูดถึงไม่แพ้กันคือ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เพราะเหลืออายุราชการเพียง 1 ปีเท่านั้น จึงนับว่า ได้ความอาวุโสที่สุดไปครอง โดยเฉพาะในตำแหน่งปัจจุบันที่นั่งเป็นอธิบดี กรมธนารักษ์ ซึ่งต้องดูแลทรัพย์สินของประเทศ จากที่ราชพัสดุกว่า 12.5 ล้านไร่ และหลายพื้นที่อยู่ภายใต้การครอบครองดูแลของกองทัพ จึงนับว่า มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับทหารเลยทีเดียว

 

ประวัติการทำงานก็ไม่น้อยหน้าใคร นายยุทธนา เติบโตมาจากกรมศุลกากร ก่อนขยับมาเป็นผู้ตรวจราชการ กระทรวงการคลัง และรองปลัดกระทรวงการคลังก่อนขึ้นมาเป็นอธิบดีกรมธนารักษ์ในปัจจุบันซึ่งมีผลงานโดดเด่นขึ้นมา ในเรื่องการประสานการทำงานกับทหารบก (บก.) ในการบริหารจัดการที่ราชพัสดุ เพื่อสร้างรายได้ให้กับกระทรวงการคลับมากขึ้น ก็ถือว่าน่าจับตามองมากว่าในยุคที่ทหารเฟื่องฟูแบบนี้ นายยุทธนา จะมาวินได้หรือไม่ 

 

โดยนายยุทธนา จบการศึกษาปริญญาตรี จากคณะนิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคําแหง และปริญญาโท จากคณะรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหาร ศาสตร์  

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,596 วันที่ 30 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2563

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด