ผู้ประกอบการร้านค้า ชี้ ไม่ปิดร้านหากล็อกดาวน์รอบ 2
กลายเป็นประเด็นที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กรณีเพจเฟซบุ๊กของร้านชาบูแห่งหนึ่งย่านตลาดพลู ได้ออกมาโพสต์ข้อความตำหนิรัฐบาลถึงความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ในการกักตัวผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย พร้อมบอกว่าหากมีการแพร่ระบาด โควิด-19 ระลอก 2 จนถึงขั้นต้องล็อกดาวน์อีกจะไม่ยอมปิดร้านอย่างเด็ดขาด เพราะขณะนี้มีหนี้สินค้างกว่าแสนบาท จนไม่มีเงินส่งลูกคนเล็กเรียนหนังสือ
ผู้ประกอบการร้านค้า ชี้ ไม่ปิดร้านหากล็อกดาวน์รอบ 2

อัปเดตข่าว สถานการณ์ โควิด-19 ทั่วโลก ล่าสุด 16 ก.ค. 63

อัปเดตข่าวสถานการณ์ โควิด-19 (COVID-19) ล่าสุด 16 ก.ค. 63

เพจเฟซบุ๊กร้านโกดังชาบู ย่านตลาดพลู โพสต์ ข้อความเดือด ถึงการทำงานของรัฐบาล หลังปล่อยทหารอียิปต์และคณะทูตเข้ามาในประเทศไทยโดยไม่มีการกักตัวตามมาตการป้องกันโรค และภายหลังพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมองว่าเหมือนเป็นการนำเชื้อโควิด-19 เข้ามาระบาดในประเทศไทยรอบที่ 2 พร้อมยืนยันว่า หากรัฐบาลสั่งปิดกิจการและงดทำกิจกรรมต่างๆ อีกครั้ง ทางร้านและทีมงานจะไม่ยอมปิดร้านอีกแน่นอน

ทีมข่าวพีพีทีวีได้พูดคุยกับ เจ้าของร้านโกดังชาบู  วันนี้นำเอกสารแจ้งหนี้กว่า 10 ใบในช่วงเดือน เม.ย. ตั้งแต่ร้านถูกสั่งปิดช่วง โควิด-19 จนถึงปัจจุบัน รวมแล้วมียอดสะสมกว่า 1 แสนบาท มาเปิดเผยระบุว่า นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ตนเองตัดสินใจโพสต์เฟซบุ๊ก ว่าจะไม่ยอมปิดกิจการอีกเด็ดขาด เพราะช่วงที่รัฐบาลประกาศล็อกดาวน์กิจการร้านอาหารรอบแรก ตนสูญเงินเดือนละหลายแสนบาท แต่ยังคงต้องแบกรับค่าใช้จ่ายภายในร้าน ทำให้ขณะตนเองนี้มียอดหนี้ค้างจ่าย ทั้งค่าไฟประมาณ 5หมื่นกว่าบาท ค่าเช่าร้าน 7 หมื่น ค่าน้ำ 2พันบาท ไม่รวมค่าจ้างพนักงานกว่า 10 คน

ร้านชาบูเดือด ลั่น หากโควิด-19 ระบาดรอบ 2 ไม่ยอมปิดร้าน

ทั้งหมดยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในครอบครัว โดยลูกสาวคนเล็กจะต้องเข้าอนุบาล 1 ในปีนี้ต้องหยุดชะงักไว้ก่อน เพราะไม่มีเงินส่ง ยืนยันว่าที่ผ่านมาตนเองปฏิบัติตามมาตการรัฐบาลมาโดยตลอด แต่หากจะต้องปิดเพราะความหละหลวมของหน่วยงานรัฐตนเองไม่เห็นด้วย

เช่นเดียวกับเจ้าของร้านเล็กบะหมี่บิน แสดงความไม่เห็นด้วยเช่นกัน หากรัฐบาลสั่งปิดกิจการรอบ 2  เพราะร้านได้รับผลกระทบช่วงโควิด-19 มาต่องเนื่องและต้องปรับเปลี่ยนมาขายอาหารแบบเดลิเวอรี่ ทำให้กำไรลดลงจากเดิมหลายหมื่นบาท เพราะต้องเสียเงินส่วนหนึ่งให้กับ แอปพลิเคชัน จัดส่งอาหารเดลิเวอรี่

เจ้าของร้านบอกว่า ทุกวันนี้จะรอเพียงให้ประชาชนช่วยกันป้องกันโรคตามมาตการรัฐบาลอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ทางภาครัฐเองก็ต้องยับยั้งความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง และไม่ควรเปิดโอกาสให้คนนอกประเทศเข้ามาโดยไม่ผ่านการคัดกรอง

โดยหลังจากเพจร้านดังย่านตลาดพลู ออกมาเคลื่อนไหววันนี้ก็พบว่ามีร้านอาหารอื่นๆ ออกมาแสดงจุดยืนเห็นด้วยกับการไม่ปิดร้าน หากสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดรอบ2 เพราะมองว่าผู้ประกอบการไม่ได้หย่อนยานกับมาตการของรัฐ แต่เป็นความประมาทของภาครัฐเองที่ปล่อยให้คนบางกลุ่มเข้ามา อีกทั้งก่อนหน้านี้ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับภาคเอกชน

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด