สังคมการทำงาน เป็นพื้นที่ที่คนแตกต่างหลากหลายมารวมกันเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องส่วนรวม แม้ว่าในออฟฟิศ จะเป็นพื้นที่ชั่วคราวที่คนมารวมกันแล้วแยกย้ายจากไป แต่ต้องยอมรับว่าในแต่ละวันเราใช้เวลาไปกับการทำงาน 1 ใน 3 ของเวลาทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะฉะนั้นหากต้องอยู่ในสังคมที่ไม่สบายตัวไม่สบายใจก็อาจบั่นทอนความสุขเราโดยใช่เหตุ 

การเมืองในที่ทำงาน (ไม่ใช่การเมืองระดับประเทศ หรือการฝักใฝ่พรรคไหนนะคะ) เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ทุกที่ย่อมต้องมีปัญหานี้ มากบ้างน้อยบ้างต่างกันไป ซึ่งร้อยทั้งร้อยก็เกิดจาก ’คน’ นี่แหละค่ะที่สร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการแบ่งพรรคแบ่งพวก ระบบอุปถัมภ์ การกลั่นแกล้ง ชิงดีชิงเด่น ซุบซิบนินทา ฯลฯ พอเจอแบบนี้บ่อย ๆ เข้า จากความตั้งใจที่จะอยู่ทน ก็กลายเป็นทนอยู่ซะงั้น เครียดเรื่องงานอยู่แล้ว ไม่ควรมาเครียดเรื่องคน แถมยังเรื่องไม่เป็นเรื่องอีก น่าปวดหัวค่ะ 

มาดูวิธีการ 'อยู่ให้เป็น' ท่ามกลางการเมืองในที่ทำงานกันดีกว่า ในสภาวะสิ่งแวดล้อมที่เป็นภัยแต่เราเอง หากใครเอาตัวรอดได้ก่อน ก็เท่ากับสบายใจเร็วขึ้น

  • เคารพกฎกติกา 

สิ่งที่ทุกคนในออฟฟิศควรทำคือการเคารพกฎระเบียบของบริษัทที่วางไว้ กติกาที่แต่ละที่ทำงานวางไว้ก็เพื่อสร้างความเรียบร้อย ไม่ว่าจะเรื่องทั่วไป เช่น ขาด ลา มาสาย รวมไปถึงแผนผังหน้าที่ ลำดับขั้นต่าง ๆ หากทุกคนรู้จักเคารพและทำตามกฎที่กำหนดไว้ ก็ช่วยลดปัญหาจาก ‘คน’ ได้มากทีเดียว เพราะเรื่องยุ่ง ๆ ที่เกิดขึ้นมักเริ่มจากการละเลยกฎเกณฑ์ทั้งสิ้น

  • รู้จักหน้าที่

โฟกัสที่ความรับผิดชอบของเราเอง ไม่ว่าสถานการณ์รอบข้างจะมาคุเดือดดาลขนาดไหน แต่สิ่งที่คุณควรทำมากที่สุด ไม่ใช่เข้าไปร่วมวงสงครามนั้น แต่คือการทำงานที่อยู่ตรงหน้าให้เรียบร้อย รู้ต้องจักหน้าที่ และลงมือทำมัน เพราะสิ่งที่จะพิสูจน์ตัวคุณได้ดีคือผลงานไม่ใช่เส้นสายหรือกลุ่มก๊ก การ้สมาธิไปกับการทำงานจะได้ประโยชน์มากกว่าเสียเวลาไปกับเรื่องไม่เป็นเรื่องในที่ทำงาน อย่าลืมว่าบริษัทจ้างคุณมาทำงาน ไม่ใช่มาสร้างปัญหาอื่น ๆ

สิ่งที่ควรรู้อีกอย่าง คือ ใครคือผู้บังคับบัญชาสายตรง ให้รักษาความสัมพันธ์นั้นไว้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปกับคนอื่นที่ไม่ได้มีผลต่อการทำงานของเรา 

  • เดินทางสายกลาง 

คุณไม่จำเป็นต้องเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพราะหากทำแบบนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ระบบการเมืองยังอยู่ต่อไปอีก ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อทั้งตัวคุณและสังคมในระยะยาวต่อไปเรื่อย ๆ หนีไปจากการเมืองอันเคร่งเครียดและรู้จักปล่อยวาง

แม้ว่าจะมีคำกล่าวอีกด้านหนึ่งว่า ต่อให้เราไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาทำงาน แต่สุดท้ายเราก็ตกเป็นเป้าอยู่ดี ข้อความนี้จะปฏิเสธว่าไม่จริงก็ไม่ได้ซะทีเดียว แต่ขอให้มุ่งมั่นทำแบบนี้ต่อไปเถอะ รับรองว่าปวดหัวน้อยกว่าเข้าไปอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งอย่างแน่นอน

  • เก็บความลับให้เป็น 

รู้จักรับฟัง ท่องไว้ว่า เราควรฟังได้ทุกเรื่อง แต่ไม่ต้องพูดทุกเรื่อง ไม่ซุบซิบนินทา ไม่นำไปพูดต่อ เพราะนั่นอาจสร้างปัญหาเพิ่มให้ตัวคุณเอง พูดเฉพาะเรื่องที่ไตร่ตรองแล้วว่ามีโยชน์ที่จะสื่อสารออกไปก็พอ ท่ามกลางความวุ่นวายที่เกิดขึ้น อยู่อย่างสงบเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว  

  • เสมอภาคและเท่าเทียม

ปฏิบัติกับเพื่อนร่วมงานทุกคนอย่างเท่าเที่ยม ไม่เอนเอียง ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานะไหน ตำแหน่งอะไร นี่เป็นหนึ่งในสิ่งที่คนเป็นมืออาชีพเขาทำกัน อย่าปล่อยให้แวดล้อมกลืนความเป็นตัวเรา ไม่ว่าเราจะถูกปฏิบัติแบบไหน ให้อดทนลแะคงความเป็นตัวเราในแบบที่ดี ใจเย็น ไม่ตอบโต้โดยใช้อารมณ์ เน้นตอบกลับด้วยเหตุผลและข้อเท็จจริง

  • ปรับที่ตัวเอง 

เราไม่สามารถควบคุมสถานการณ์รอบข้างได้ทั้งหมดอยู่แล้ว เช่นเดียวกับที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือเปลี่ยนตัวเอง ปรับตัวไปตามสิ่งแวดล้อม ปรับความคิดให้รู้จักปล่อยวาง รู้เท่าทันคนอื่น แม้ว่าจะตกอยู่ในห้วงของความไม่ถูกใจ แต่หากมันถูกต้อง ก็ย่อมต้องทำ 

  • หาทางหนีทีไล่ 

หากทนจนเกินอดทนแล้ว คุณอาจต้องวางแผนสำรอง หาทางหนีทีไล่ เอาตัวเองออกจากสังคมแบบนี้ดีกว่า อย่างที่ว่าคับที่อยู่ได้ คับใจอยู่ยาก ในที่สุดถ้าสถานการณ์ยังย่ำแย่ต่อไปแบบไม่มีวันจบ คุณคงต้องจบด้วยตัวเองคือออกจากตรงนั้น อาจจะเป็นการย้ายงาน ย้ายแผนก หรือหากปัญหาเรื้อรังใหญ่โตก็หาที่ทำงานใหม่ไปเลย ค่ะ เพื่อความสุขระยะยาว

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงคำแนะนำคร่าว ๆ จากคอลัมน์ห้องแนะแนวประจำสัปดาห์นี้ แต่เชื่อว่าทุกท่านย่อมมีวิธีแก้ปัญหาและหาทางออกในแบบของตัวเอง เนื่องจากปัจจัยแวดล้อมของแต่ละเหตุการณ์นั้นแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านผ่านพ้นปัญหานี้ไปได้อย่างละมุนละม่อมที่สุดค่ะ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด