ปรับ ครม.ป่วนหาทีมเศรษฐกิจไม่ได้ 4 กุมารนั่งต่อ
ปรับ ครม.ป่วนหาทีมเศรษฐกิจไม่ได้ 4 กุมารนั่งต่อ กลุ่มทวงคืนโควตานั่งไม่ติดรีบออกมาไล่ “สนธิรัตน์”นายทุนหนุนนั่งพลังงานต่อ ทำ “สุริยะ-อนุชา”สลับเก้าอี้ไม่ได้ คาด ส.ค.เห็นโฉมหน้า ครม.ใหม่

ปรับ ครม.ป่วนหาทีมเศรษฐกิจไม่ได้ 4 กุมารนั่งต่อ กลุ่มทวงคืนโควตานั่งไม่ติดรีบออกมาไล่ “สนธิรัตน์”นายทุนหนุนนั่งพลังงานต่อ ทำ “สุริยะ-อนุชา”สลับเก้าอี้ไม่ได้ คาด ส.ค.เห็นโฉมหน้า ครม.ใหม่

เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวในการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 หลังจากนายกฯ ประกาศเป็นครั้งแรกว่าจะเริ่มปรับ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ในส่วนของแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.) ได้มีความเคลื่อนไหวในการปรับ ครม.มาแล้วระยะหนึ่ง คู่ขนานไปกับการโค่นกลุ่ม 4 กุมารออกจากพรรค และดัน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค โดยกลุ่มที่เป็นกำลังหลักในการต่อรอง เพื่อให้ตัวเองได้ดำรงตำแหน่ง หลัง พล.อ.ประวิตรเคยให้สัญญาใจไว้ในการตั้ง ครม.ประยุทธ์ 2/1 ว่าคนที่ทำงานให้พรรค แต่พลาดตำแหน่งไป เมื่อครบ 1 ปีจะมีการปรับ ครม. โดยพุ่งเป้าไปที่กระทรวงเศรษฐกิจ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เป็นแกนนำ

แต่ล่าสุด สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจที่ตกต่ำลง เนื่องจากปัญหาโควิด-19 ทำให้บุคคลที่ พล.อ.ประวิตรไปทาบทามมาร่วมเดือนแล้วราว 2-3 คนไม่ตอบรับโดยมีแนวโน้มสูงว่าจะไม่ตอบรับด้วยซ้ำ ทำให้นายสมคิดและทีมรัฐมนตรีกลุ่ม 4 กุมาร มีแนวโน้มที่จะได้ทำงานต่อ จนกว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เสร็จสิ้นลงและประกาศใช้ในเดือน ต.ค. ทำให้การที่กลุ่ม 4 กุมารที่ประกาศลาออกจากพรรค เพื่อลดแรงกดดันและคืนโควตากลางให้นายกฯ เป็นผู้ตัดสินใจปรับ ครม. นั้น กลายเป็นเกิดความเคลื่อนไหวของ ส.ส.กลุ่มที่เป็นแกนนำในการโค่นกลุ่ม 4 กุมาร ส่ง ส.ส.ในสังกัดออกมาไล่ทวงโควตาคืนอีกรอบ ทั้งนี้ ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงาน ที่ตั้งเป้าว่าจะเอากลับมาเป็นโควตา พปชร. และให้นายสุชาติ ชมกลิ่น ส.ส.ชลบุรี ไปเป็น รมว.แรงงาน ก็ไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากพรรครวมพลังประชาชาติไทย ( รปช.) ยืนยันจะให้นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ มาเป็น รมว.แรงงานตามโควตาเดิม ไม่แลกกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ( อว.) ขณะที่นายสุชาติ มีชื่อในโผ และจะไปอยู่ในกระทรวงใด ขึ้นกับพล.อ.ประวิตร จัดสรรให้ 

ในกลุ่ม 4 กุมารนั้น นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ มีแนวโน้มสูงที่สุดจะต้องสละเก้าอี้รัฐมนตรี ส่วนกระทรวงพลังงาน ก็ยังมีแนวโน้มครึ่งต่อครึ่งว่าจะเปลี่ยนตัวนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงานหรือไม่ เพราะนายทุนที่สนับสนุนพรรค ก็ยังสนับสนุนนายสนธิรัตน์ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรได้รับปากที่จะให้เก้าอี้กระทรวงพลังงานกับนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ซึ่งตามโผ ครม.ประยุทธ์ 2/1 ต้องได้ตำแหน่ง รมว.พลังงาน และให้เก้าอี้นายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคคนล่าสุด ตามโผแรกที่จะได้ตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม หากนายสุริยะไปกระทรวงพลังงานได้ ส่วนนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ก็มีข่าวว่าจะได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงใดกระทรวงหนึ่งเช่นกัน

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า โผ ครม.จะนิ่งและถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ประมาณกลางเดือน ส.ค. จะเห็นโฉมหน้าคร่าวๆ ส่วนของพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยนั้นไม่มีการขยับใดๆ ทุกคนอยู่ที่เดิม ไม่มีสัญญาใจว่าใครอยู่ครบ 1 ปีต้องเปลี่ยน และแกนนำพรรคภูมิใจไทยได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคนทำงาน อย่าเป็นรัฐมนตรีโลกลืม ขณะที่ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ต้องรอดูการสัมมนา ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรค ที่โรงแรมเสม็ดแกรนด์วิว เกาะเสม็ด จ.ระยอง ที่มีชื่อของนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ( พม.) และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ เป็นเป้าที่จะต้องโดนเปลี่ยนมากที่สุด

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด