นิ้ง กุลสตรี เปิดผลตรวจชิ้นเนื้อเบื้องต้นพบ

วันนี้ (10 ก.ค.2563)  จากกรณี กุลสตรี ศิริพงษ์ปรีดา หรือ นิ้ง อดีตนางเอกชื่อดัง เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลด่วนเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา เนื่องจากถ่ายเป็นเลือด จึงได้ส่องกล้องด่วนและตัดชิ้นเนื้อในลำไส้ใหญ่ไปตรวจ ล่าสุด นิ้ง กุลสตรี ได้เผยแพร่ข้อความผ่านอินสตาแกรม  kulsatrees เปิดเผยว่า ผลตรวจชิ้นเนื้อออกแล้ว แต่แบบหยาบ คือ CMV / ไวรัสแอบแฝง จะชอบออกมาทำลายในช่วงที่ภูมิต่ำ ไวรัสนี้สามารถทำลายได้ทั่วร่างกาย

แต่นิ้งได้รับโชค โดนที่ลำไส้ใหญ่ ความยาวประมาณ 10 กว่าเซนติเมตร เป็นจุดแผลร้อยกว่าจุด ซึ่งไม่สามารถใช้เลเซอร์จี้รักษา หรือ แม็กได้

เนื่องจากนิ้งไม่สบายมานานพอสมควร โดยเป็นโรคไขกระดูกบกพร่อง วันที่ 11 ก.ค.นี้ ก็ครบ 1 ปีพอดี โดยได้ใช้ยาคีโม (เคมีบำบัด) พอใช้ยาไปนานๆ เชื้อโรคแฝงก็จะเข้ามาทำลายร่างกายได้ อาจจะไม่ทุกคน แต่ก็ต้องรอผลจากการนำชิ้นเนื้อไปย้อมสีตรวจให้ละเอียดก่อน ถึงจะรู้ผลที่แน่นอน ตอนนี้ก็ต้องนอนให้ยาเข้าทางเส้นเลือดวันละ 2 เวลา ประมาณ 21 วัน รวมถึงทานยาคีโม และยาอื่นๆ เหมือนเดิม

ในช่วงให้ยา ต้องคอยตรวจเลือดเช็คเป็นประจำ เพราะผลข้างเคียงของยา อาจกดไขกระดูก, เม็ดเลือดแดง, เกล็ดเลือด และ เม็ดเลือดขาว โดยหน้าที่ของเม็ดเลือดขาวจะคอยทำลายเชื้อโรค และต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อเช็คเชื้อไวรัสอีกครั้ง ส่วนมากเป็นเพียงโรคแทรกซ้อน ส่วนโรคไขกระดูกบกพร่องไม่สร้างเกล็ดเลือด การรักษาเรียบร้อยดี และคุมอยู่ โดยการรับประทานยาคีโม (เคมีบำบัด) วันละ 2 เม็ดทุกวัน

นิ้งขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ อย่าลืมรักษาสุขภาพ ใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ พกเจลแอลกอฮอล์เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรค เว้นระยะห่างกันและกันนะคะ

 

      ดูโพสต์นี้บน Instagram    

ผลตรวจชิ้นเนื้อออกแล้ว แต่แบบหยาบ คือ CMV / ไวรัสแอบแฝง จะชอบออกมาทำลายในช่วงที่ภูมิต่ำ ไวรัสนี้สามารถทำลายได้ทั่วร่างกาย แต่นิ้งได้รับโชค โดนที่ลำไส้ใหญ่ ความยาวประมาณ 10 กว่าเซนติเมตร เป็นจุดแผลร้อยกว่าจุด ซึ่งไม่สามารถใช้เลเซอร์จี้รักษา หรือ แม็กได้ เนื่องจากนิ้งไม่สบายมานานพอสมควร (11/7/20 ก็ครบ 1 ปีพอดีค่ะ) ได้ใช้ยาคีโม (เคมีบำบัด) พอใช้ยาไปนานๆ เชื้อโรคแฝงก็จะเข้ามาทำลายร่างกายได้ อาจจะไม่ทุกคน แต่ก็ต้องรอผลจากการนำชิ้นเนื้อไปย้อมสีตรวจให้ละเอียดก่อนค่ะ ถึงจะรู้ผลที่แน่นอน ตอนนี้ก็ต้องนอนให้ยาเข้าทางเส้นเลือดวันละ 2 เวลา ประมาณ 21 วันค่ะ รวมถึงทานยาคีโม และยาอื่นๆเหมือนเดิม ในช่วงให้ยา ต้องคอยตรวจเลือดเช็คเป็นประจำ เพราะผลข้างเคียงของยา อาจกดไขกระดูก, เม็ดเลือดแดง, เกล็ดเลือด และ เม็ดเลือดขาว (หน้าที่ของเม็ดเลือดขาวจะคอยทำลายเชื้อโรค) และต้องส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อเช็คเชื้อไวรัสอีกครั้ง ** ส่วนมากเป็นแค่โรคแทรกซ้อน ส่วนโรคไขกระดูกบกพร่องไม่สร้างเกล็ดเลือด การรักษาเรียบร้อยดี และ คุมอยู่ค่ะ โดยการทานยาคีโม (เคมีบำบัด) วันละ 2 เม็ดทุกวันค่ะ**

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด