ท่านที่ชอบปลูกต้นไม้จะรู้สึกว่าต้องใช้เวลาใส่ใจกับมันอยู่ไม่น้อย ทำให้ผู้มีภาระงานประจำใช้เป็นเหตุผลที่ทำให้ขาดโอกาสในการปลูกพืช แต่ด้วยเทคโนโลยีของ "กระถางแก้มลิง" จะทำให้ทุกคนสามารถปลูกพืชได้ในเวลาและพื้นที่อันจำกัด โดยเฉพาะพืชล้มลุกที่ให้ผลเร็วหรือไม้ผลก็ปลูกได้

Plant/8431_1_8431_1.jpg

กระถางแก้มลิง ถือเป็นนวัตกรรมที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับการปลูกพืชได้หลายชนิด ซึ่งอาศัยหลักการของน้ำใต้ดิน โดยนำกระถางเปล่าที่ออกแบบ ให้มีช่องด้านข้างเป็นช่อง ซึ่งเจาะไว้สูงจากพื้นประมาณ 10 เซนติเมตร เพื่อใช้ระบายน้ำออก แล้วนำกระถางที่มีขนาดเล็กกว่าคว่ำลงไปในกระถางใบแรก พร้อมทั้งติดท่อขนาดสูงกว่ากระถางใบแรกนั้นไว้ใส่น้ำหรือดูดน้ำออก

 

จากนั้นใส่หินปิดก้นกระถางใบที่คว่ำเพื่อไม่ให้วัสดุปลูกร่วงลงไปในก้นกระถางใบใหม่ แล้วจึงใส่วัสดุปลูกลงไปจนมิดกระถางใบเล็ก หินนี้อาจเลือกเป็นหินก่อสร้างหรือหินภูเขาไฟ ขนาดไม่ใหญ่มาก แล้วตามด้วยดินปลูกเล็กน้อย นำกิ่งพันธุ์ลงปลูก จากนั้นจึงใส่ดินที่เหลือลงไปจนเต็มขอบกระถาง จากนั้นหาไม้มาค้ำและมัดกิ่งเพื่อป้องกันกิ่งพันธุ์โยก อันอาจทำให้รากขาด

 

สุดท้ายเอาน้ำใส่ทางท่อน้ำจนน้ำไหลออกทางรูระบายน้ำ เสร็จแล้วรดน้ำที่โคนต้น เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการนับเป็นวิธีการปลูกอย่างง่ายๆ ที่ไม่จำเป็นต้องรดน้ำทุกวัน เมื่อผิวดินแห้ง ดินที่แทรกอยู่ระหว่างหินซึ่งแช่น้ำอยู่จะดูดความชื้นจากน้ำทางด้านล่างขึ้นมาใช้

 

พืชที่จะนำมาใช้ปลูกลงในกระถางแก้มลิงอาจเลือกพืชสวนครัว ไม้ยืนต้นที่ต้องการผลผลิตเร็ว ไม้ประดับ ไม้กระถางทั่วไป หรือแม้แต่พืชสวนที่มีเนื้อที่ปลูกจำกัด

 

ทั้งนี้ อาจศึกษาเทคนิควิธีการปลูกพืชแต่ละชนิดเพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีกว่าการปลูกลงดิน ในที่นี้เจ้าของผลงาน "กระถางแก้มลิง" คือ อาจารย์นภพล รัตนสุนทร อาจารย์ประจำวิทยาลัยเทคนิคนครนายก และเป็นผู้จัดการคลินิกเทคโนโลยีวิทยาลัยเทคนิคนครนายก

Plant/8431_2_8431_2.jpg

โดยได้ทดลองปลูกต้นมะนาวในกระถางแก้มลิง แบบระยะชิด 1.5x1.5 เมตร ซึ่งทำให้ประหยัดพื้นที่ปลูก ทั้งยังสามารถควบคุมผลผลิตที่ได้นอกฤดูกาล ผู้ปลูกอาจปลูกไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือน เป็นไม้ประดับ หรือสามารถปลูกเชิงพาณิชย์ก็ได้

 

การปลูกมะนาว : ถือว่าเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรหรือคนที่ต้องการทำเกษตรต้องการปลูก ด้วยปัจจัยด้านราคามะนาวที่ค่อนข้างมีราคาแพงมากในช่วงขาดแคลน อย่างช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนในแต่ละปี บางปีมะนาวมีราคาสูงถึงผลละ 5-10 บาท ทีเดียว ซึ่งนักวิชาการทางด้านเกษตร ต่างช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ จึงมีการปลูกมะนาวให้ออกนอกฤดูด้วยเทคนิควิธีต่างๆ รวมกัน วิธีการปลูกที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ยุ่งยากเหมือนเดิม

 

มีการแก้ปัญหาการปลูกมะนาวด้วยวิธีต่างๆ เช่น การปลูกมะนาวในวงท่อซีเมนต์ เพื่อตัดปัญหาเรื่องการควบคุมปริมาณน้ำ แต่การปลูกมะนาวในวงท่อซีเมนต์ ก็ยังไม่ตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากการปลูกมะนาวในท่อซีเมนต์ ไม่สามารถเคลื่อนย้ายต้นได้ จึงมีการปลูกในรูปแบบของมะนาวกระถางขึ้น เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้าย และเหมาะกับชาวกรุงที่อยากจะปลูกมะนาวไว้กินเองอีกด้วย เพื่อตอบสนองคนเมืองที่อยากปลูกมะนาว ด้วยวิถีชีวิตของคนเมือง อาจมีเวลาในการดูแลใส่ใจรดน้ำมะนาวได้ไม่สม่ำเสมอ จึงได้มีการปลูกมะนาวในกระถางแก้มลิงขึ้น

 

Plant/8431_3_8431_3.jpg

Plant/8431_4_8431_4.jpg

Plant/8431_5.jpg

เคล็ดลับในการควบคุมผลผลิตมะนาวในกระถามแก้มลิงนอกฤดู :
 

เคล็ดลับในการควบคุมผลผลิตมะนาวในกระถางแก้มลิงนี้ได้มาจากการทดลองปลูกมะนาว ในถัง 20 ลิตร ซึ่งสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องรดน้ำถึง 2 สัปดาห์ หรือถ้าใช้ขวดน้ำเปล่า 6 ลิตร จะไม่ต้องรดน้ำได้นานถึง 7 วัน

 

นอกจากนี้ ยังสามารถบังคับให้ออกดอกนอกฤดูได้ โดยให้ปุ๋ยเป็นระยะตามปกติที่มะนาวต้องการ ตกแต่งทรงพุ่มให้ใหญ่ ประมาณ 1 เมตร ก็เพียงพอ

 

ดังนั้น ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถวางกระถางได้ 600 กระถาง ทั้งนี้ยังมีพื้นที่เหลือสำหรับเดินได้อีก เมื่อมะนาวโตเต็มที่และบำรุงได้ดี จะให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่ากระถางละ 80-100 ลูก ต่อ 1 ฤดูกาล เมื่อคูณด้วยจำนวนต้นแล้วจะได้ประมาณ 50,000 ลูก และถ้าบังคับให้มะนาวมีผลผลิตในช่วงหน้าแล้งที่มะนาวขาดตลาด โดยหากคำนวณราคาขายที่ลูกละ 3 บาท จะได้ยอดขายที่ประมาณ 150,000 บาท หรือจะขายทั้งกระถางก็สะดวก ทำให้ได้ราคาที่เพิ่มสูงขึ้น

Plant/8431_6.jpg

ต้นมะนาวที่โตเต็มที่และมีผลผลิตสามารถขายได้ในราคาที่สูงถึง ต้นละ ประมาณ 1,000-2,000 บาท หากเราปลูกมะนาวในกระถางแก้มลิงจะอยู่ได้นานถึง 3-4 ปี และถ้าขยันตัดแต่งกิ่งมะนาวก็จะมีอายุนานขึ้น หรือถ้าต้นใหญ่ขึ้นก็สามารถเอามาปลูกลงดินได้ต่อไป

 

ในช่วงแรกของการปลูกมะนาว รากมะนาวยังเดินไม่เต็มที่ ควรรดน้ำบ่อยๆ แต่หลังจาก 1 เดือนไปแล้ว รากจะงอกผ่านช่องของชั้นหินไปดูดน้ำที่อยู่ด้านล่าง จึงค่อยเว้นระยะการรดน้ำออกไปได้นานขึ้น

 

สำหรับการใส่ปุ๋ย สามารถใช้ปุ๋ยของผักไฮโดรโปนิกส์ได้ (ปุ๋ย A, B) ส่วนด้านบนให้เสริมด้วยปุ๋ยคอก วิธีนี้จะทำให้โรคแมลงและศัตรูพืชน้อยลง เนื่องจากมะนาวในกระถางแก้มลิงจะมีทรงพุ่มเล็ก ต้นเตี้ย ดูแลรักษาง่าย ทำให้ลดการใช้สารเคมีฆ่าแมลง แต่จะใช้น้ำส้มควันไม้ฉีดพ่นได้อย่างทั่วถึง สามารถเดินดู กำจัดหนอนและเด็ดใบส่วนเสียทิ้งได้รอบต้น

 

Plant/8431_7_8431_7.jpg

การบังคับมะนาวให้ออกผลนอกฤดู :
 

การบังคับมะนาวในกระถางแก้มลิงให้ออกผลนอกฤดูนั้นจะอาศัยเทคนิคง่ายๆ โดยใช้หลักการว่า ถ้ามะนาวขาดน้ำจะสลัดใบร่วง เพื่อลดการคายน้ำ จนเมื่อกลับให้น้ำใหม่ ก็จะรีบผลิดอกออกผล ด้วยเหตุนี้ถ้าต้องการให้มะนาวออกดอก เราก็จะใช้สายยางมาดูดน้ำก้นกระถางจากท่อที่เราโผล่ปากไว้ให้หมด แล้วนำถุงพลาสติกมาคลุม รอประมาณ 5-7 วัน ใบจะเหี่ยวร่วงไป

 

จากนั้นจะปล่อยน้ำเข้าทางท่อเดิม พร้อมให้ปุ๋ยไฮโดรโปนิกส์ที่เน้นธาตุอาหาร P และ N สูง เมื่อติดดอกติดผลก็เพิ่มปุ๋ย K เข้าไปเพื่อบำรุงลูก หรืออาจใช้ปุ๋ยทั่วไป สูตรเสมอ 15-15-15 ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ใส่ลงในน้ำ ซึ่งสามารถควบคุมได้ดี และประหยัดปุ๋ยมากกว่าใส่ลงในดิน หรืออาจใส่ปุ๋ยคอกจากมูลวัว มูลไก่ มูลหมู ที่มีขายตามท้องตลาดลงในดินด้วย เพื่อให้ได้ผลผลิตสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

 

ที่สำคัญต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งให้สั้น แค่ขนาดทรงพุ่มประมาณ 1 เมตร เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่มียอดอ่อนให้ติดดอก หรือถ้ามีก็จะยาวเกินไป ความสูงของต้นไม่ควรสูงเกินคนปฏิบัติงาน เพื่อความสะดวกในการดูแล และทำให้ต้นทุนถูกลง

 

Plant/8431_8_8431_8.jpg

การปลูกมะนาวในกระถางแก้มลิง เป็นตัวอย่างหนึ่งของนวัตกรรมในการปลูกพืช ที่สามารถประยุกต์ไปใช้ได้กับพืชชนิดอื่น ซึ่งจะช่วยไม่ให้เราต้องใช้สารเคมีพิษในการกำจัดแมลง ไม่ว่าจะเป็นการปลูกเพื่อบริโภคเอง หรือทำเป็นเชิงพาณิชย์ ที่ช่วยประหยัดพื้นที่และสามารถควบคุมการผลิตได้ดังที่กล่าวไว้แล้ว

 

นวัตกรรมชิ้นนี้เป็นผลงานหนึ่งของอาจารย์นภพล รัตนสุนทร ที่นำมาแสดงในงานวันนักประดิษฐ์ ประจำปี 2557 ซึ่งจัดขึ้น ระหว่าง วันที่ 23-26 มิถุนายน 2557ที่ผ่านมา ณ อิมแพค เมืองทองธานี โดยสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเจ้าของผลงานเองก็มีนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่อวงการเทคโนโลยีการเกษตรอยู่หลายชิ้น นอกไปจากกระถางแก้มลิงนี้แล้วยังมีกระถางแก้มลิงสำเร็จรูปพร้อมใช้งานที่ผลิตด้วยกระถางดินเคลือบราชบุรีที่สวยงามเพื่อปลูกไม้ประดับอีกด้วยรวมทั้งยังมีอุปกรณ์อื่นๆ พร้อมเผยแพร่ เช่น เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว เครื่องบีบน้ำมันงาขนาดเล็ก และอื่นๆ อีก เป็นต้น

 

ชิ้นงานดังกล่าวนี้เป็นนวัตกรรมที่เกิดจากความร่วมมือของคลินิกเทคโนโลยีวิทยาลัยเทคนิคนครนายกกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่สนับสนุนงบประมาณ เพื่อการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชน เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ โดยอาศัยแนวคิดมาจากการทำเกษตรกรรมตามวิถีธรรมชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงสารเคมีและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงปัจจัยในการสร้างสมดุลทางธรรมชาติ ที่ใช้เทคนิคการให้คำปรึกษาและถ่ายทอดองค์ความรู้ตามระเบียบวิธีการวิจัย อันนำไปสู่การต่อยอดนวัตกรรมใหม่อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อาจารย์นภพล รัตนสุนทร คลินิกเทคโนโลยีวิทยาลัยเทคนิคนครนายก ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก 26000 โทรศัพท์ (086) 099-7755 หรือ facebook : นภพล นครนายก และสวนเกษตรชีวภาพ สวนพอดี และ Email : nayok_c@hotmail.com

เรื่อง/ภาพโดย : ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด