ธุรกิจออร์แกนิคของ SMEs ไทยเริ่มมีหวัง หลังชาวออสเตรเลียกว่า 67 % ต้องการซื้อสินค้าเพิ่ม

ออสเตรเลียถือได้ว่าเป็นตลาดที่ผู้บริโภคใส่ใจต่อการดูแลรักษาสุขภาพ และนิยมในการบริโภคสินค้าออร์แกนิคอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(สคต.) ณ นครซิดนีย์ ได้เปิดเผยว่าความต้องการสินค้าออร์แกนิคที่เพิ่มขึ้นอย่างสูงของออสเตรเลียนี้ นับเป็นความท้าทาย และโอกาสครั้งใหญ่ของบรรดาSMEs ไทย ในการเข้ามาสร้างรายได้จากตลาดส่วนนี้ของออสเตรเลีย

ชาวออสเตรเลียร้อยละ65 หันมาซื้อสินค้าออร์แกนิคเพิ่มขึ้น

โดยในปี พ.ศ. 2562 มูลค่าของตลาดสินค้าออร์แกนิคในออสเตรเลีย มีประมาณ2.6 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย และตลาดสินค้าออร์แกนิคที่เคยเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีราคาสูง และหาซื้อได้ค่อนข้างยากในอดีตกลายเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ทั่วไปตามซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านค้าปลีก

โดยข้อมูลจากAustralian Organic Market Report 2019 ระบุว่า ครัวเรือนออสเตรเลียร้อยละ65 หันมาซื้อสินค้าออร์แกนิคเพิ่มขึ้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นกลุ่มมิลเลนเนียล(Millennial) และGen Z ซึ่งเป็นกลุ่มวัยทำงานที่ตระหนัก และให้ความสำคัญถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการบริโภคอย่างยั่งยืน และสินค้าที่ผลิตอย่างมีจริยธรรม

ซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมาย“Fairtrade Certified product” และเครื่องหมายมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคจะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ เนื่องจากปัจจุบันออสเตรเลียยังไม่มีกฎหมายสำหรับใช้ควบคุม และเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการใช้ระบุสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เป็น“ออร์แกนิค” อย่างชัดเจน ผู้บริโภคจึงเลือกซื้อสินค้าออร์แกนิคที่ได้รับตรารับรองสินค้าตามมาตรฐานจากองค์กรหรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือได้เป็นหลัก

สคต. เผยโอกาสของSMEs ไทย หลังผลผลิตสินค้าออร์แกนิคออกสู่ตลาดของออสเตรเลียยังมีจำกัด   

ข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(สคต.) ณ นครซิดนีย์ ระบุว่าออสเตรเลียมีพื้นที่ทำฟาร์มเกษตรอินทรีย์ตามมาตรฐานออร์แกนิคเพียง36 ล้านเฮกเตอร์ และมีผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิคเพียง4,802 ราย ทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดยังมีจำนวนค่อนข้างจำกัด รวมถึงสินค้าส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก ในขณะที่ชาวออสเตรเลียร้อยละ67 มีความต้องการซื้อสินค้าออร์แกนิคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมื่อมีสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19)

ยิ่งส่งผลให้ชาวออสเตรเลียให้ความสำคัญต่อการเลือกบริโภคสินค้าออร์แกนิคมากขึ้น เนื่องจากต้องการความมั่นใจในความสะอาด และปลอดภัยของสินค้า และเพื่อบำรุงรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สินค้าที่ผู้บริโภคนิยมซื้อมากที่สุดในช่วงนี้ คือ สินค้าประเภทอาหารเด็ก อาหารเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เนยนม และผลิตภัณฑ์ความงาม

ความท้าทายของSMEs ไทย ในการเจาะตลาดออร์แกนิคของออสเตรเลีย

จากข้อจำกัดบางประการไม่ว่าจะเป็นกำลังการผลิตที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้ผลิตสินค้าออร์แกนิค ออสเตรเลียเน้นการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการSMEs ไทยที่มีจุดแข็งในเรื่องวัตถุดิบในการผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายและมีนวัตกรรมแต่อย่างไรก็ตามยังคงมีปัจจัยที่ท้าทายคือการปฏิบัติตามระเบียบและข้อกำหนดเกี่ยวกับความปลอดภัยของสินค้าในการนำเข้ามายังออสเตรเลียซึ่งมีความเข้มงวดเพื่อควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค

รวมถึงการได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานสินค้าออร์แกนิคซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องศึกษาและพัฒนาสินค้าเพื่อให้ผ่านกฎหมายดังกล่าวไม่ว่าจะเป็น

- กฎหมาย Biosecurity Act 2015

- กฎหมายด้านความปลอดภัยของสินค้าอาหารImported Food Control Act 1992

- กฎหมายการปิดฉลากและปริมาณสารตกค้างFood Standards Australia New Zealand (FSANZ)

- กฎหมายการแข่งขันทางการค้าและการคุ้มครองผู้บริโภค Competition and Consumer Act 2010

เทคนิคเจาะตลาดออร์แกนิคของออสเตรเลียจาก สคต.

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ(สคต.) ณ นครซิดนีย์ ได้ให้คำแนะนำในด้านกลยุทธ์เจาะตลาด และภาวะการแข่งขันว่าผู้ประกอบการควรสร้างความเข้มแข็งต่อตราสินค้าอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด เน้นความหลากหลายของสินค้า และราคาประหยัด และมีการศึกษาแนวโน้มตลาดเพื่อนำไปปรับกลยุทธ์การตลาดในลำดับต่อไป

พร้อมเพิ่มแนวทางการผลักดันสินค้าใหม่ ๆ จากการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าประเภทอาหารธุรกิจHospitality และอาหารเพื่อสุขภาพ ซึ่งจัดขึ้นทุกปี เพื่อสร้างโอกาสในการพบปะผู้นำเข้า ผู้กระจายสินค้าในออสเตรเลีย และแนะนำสินค้าออร์แกนิคใหม่ๆอาทิ

- งานNaturally Good Expo เป็นงานเจรจาธุรกิจในกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพที่มีวัตถุดิบจากธรรมชาติอาทิสินค้าออร์แกนิคอาหารเสริมวิตามินผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์

- งานFine Food Australia เป็นงานแสดงสินค้าอาหาร เครื่องดื่ม และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลีย(มีโซนสินค้าออร์แกนิคและสินค้าเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ) ส่งเสริมให้ผู้ผลิตผู้ค้าปลีกผู้นำเข้าและบริษัทตัวแทนจำหน่ายได้พบปะและเจรจาธุรกิจร่วมกัน

และยังมีอีกหลายงาน ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยสามารถปรับตัว และปฏิบัติตามได้อย่างเคร่งครัด รวมถึงพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตรงกับความต้องการของตลาดออสเตรเลีย ก็จะสามารถสร้างโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในออสเตรเลียได้ในอนาคต ซึ่งกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ให้การสนับสนุนผู้ประกอบการSMEs ที่ต้องการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ผ่านโครงการSMEs Pro-active

โดยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://smesproactive.ditp.go.th/ หรือเบอร์ 02-507-7783 และ 02-507-7786

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด