มีคนถาม……..

                กับเรื่องเหลวไหลไร้สาระ, นินทาว่าร้ายต่อกัน ทำไมสื่อจึงชอบนำเสนอ?    

            ไม่เสนอเฉยๆ

            บางที ทำตัวเป็นบ่างช่างยุ เอาความทางนี้ ไปบอกทางโน้น "เสี้ยมให้ชนกัน" แล้วเก็บกากอารมณ์แต่ละฝ่ายปั่นเป็นข่าวขายความมันทางสะใจ

            ผมก็นักข่าว เลยบอกเขาทำนองเข้าข้างตัวเองหน่อยๆ ว่า

            "ก็ชาวบ้านเขาชอบแบบนี้นี่ มันขายได้"!

            อีกอย่าง "แมลงวัน" เป็นคำแทน "นักข่าว" ส่วนนักการเมือง โดยเฉลี่ยทางทัศนคติ มีภาพเป็น "ของเหม็น"         

            เผอิญมันมีสโลแกน "ข่าวร้ายลงฟรี-ข่าวดีต้องจ้าง"

            ก็เลยพอดีกัน……

            บ้านเมืองไม่ว่ายุคไหน เรื่องเหม็นๆ มีมากกว่าเรื่องหอม โดยเฉพาะการเมือง หนีเรื่องตัณหาไม่พ้น เหม็นตลบ และเหม็นตลอด

            แมลงวันจึงตอมติด เผลอๆ ก็หยอดไข่ใส่ซะหน่อย มันก็ประมาณนี้แหละ

            เอาเป็นว่า "การเมือง-สื่อ" เป็นตัวสะท้อนสังคมบ้านเมือง รสนิยมประชาชนเป็นแบบไหน "การเมือง-สื่อ" ก็จะเป็นแบบนั้น!

            ถ้าถามว่า แล้วสังคมบ้านเมืองเราตอนนี้ เป็นแบบไหน?

            ก็เราแต่ละคน ชอบเสพเรื่องราวข่าวสารบ้านเมืองประเภทไหน ก็เป็นแบบนั้นแหละ!

            ตอนนี้ เรื่อง ๔ กุมารลาออกจากพรรค พปชร.และเรื่องปรับ ครม.กำลังเป็นข่าวร้าย หรือของเหม็น

            ดังนั้น เปิดไป ไม่ว่าสื่อประเภทไหน แมลงวัน หัวเขียว หัวแดง หัวเหลือง และหัวขาวอย่างผม ตอมกันยุ่บ!

            ว่ากันที่จริง………

            การปรับ ครม.และการอยู่-การไป ของคนการเมือง มันเป็นเรื่องที่แต่ละคนต้องเข้าใจและทำใจไว้แต่วินาทีแรกที่เข้ามา

            "เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป"

            ท่องไว้เลย เพราะนี่คือ "อิทัปปัจจยตาทางอำนาจ"!

            ที่ต้องระวัง คือ……

            ที่ว่าเหม็น มันเหม็นเชิงทัศนคติ แต่มันจะเหม็นจริงๆ ก็เพราะ "เน่า"

            เน่าจากไหน?

            จากอ้าให้แมลงวันที่ตอม "หยอดไข่" ผสมโรงนั่นแหละ!

            พูดถึงการปรับ ครม.ปัจจัยบ่งบอกเวลาอย่างหนึ่งคือ "งบประมาณแผ่นดิน" ปี ๖๔ ซึ่งตอนนี้ ผ่านสภาวาระแรกไปแล้ว

            อยู่ขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ซึ่งต้องเสร็จภายใน ๓๐ วัน เพื่อส่งเข้าสู่วาระ ๒-๓

            กมธ.ชุดนี้ ประชุมนัดแรกไปแล้ว เมื่อ ๘ ก.ค.

            ที่ประชุมเลือก "นายอุตตม สาวนายน" รมว.คลัง เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ

            แต่ที่น่าสนใจและเป็นประเด็น "เชิงข้อสังเกต" ที่ผมนำมาพูดคุยวันนี้ ก็อยู่ตรงนี้

            ในจำนวน "ที่ปรึกษา" คณะกรรมาธิการฯ ๗ คน หนึ่งในนั้น คือ "นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ที่ถูกยุบพรรคไป

            บางคนสงสัย ถูกห้ามทางการเมืองไปแล้ว แล้วมาเป็น กมธ.ได้หรือ?

            เป็นได้ ตามกฎหมายพรรคการเมือง ปี ๖๐ "เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๕ ปี" ไม่ได้ห้ามยุ่งเกี่ยวการเมือง หรือห้ามมีตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เหมือนกฎหมายฉบับก่อนๆ

            ที่จะคิดคำนึงกัน……

            ก็ด้าน "จริยธรรมสำนึก" ว่าด้วยความละอายต่อสังคม แต่ถ้าเจ้าตัวไม่ละอาย เรียกว่า "ด้านพอ"

            ก็โอเค ถือว่า "กฎหมายไม่ห้าม" อยากเป็น ก็เป็นไป!

            แต่กรณีนายธนาธร มีประเด็นน่าคิดคำนึง ที่อยากฝากให้สังคมช่วยกันจับตา

            และฝากให้คณะกรรมาธิการฯ ช่วยตระหนัก ด้านการรั่วไหลข้อมูลดิบ และการถูกฉกฉวยเอกสารและข้อมูลต่างๆ ในชั้นการพิจารณาของ กมธ.ออกไปเผยแพร่ข้างนอก

            ด้วยมุ่งหมาย ใช้ข้อมูลดิบนั้น "ประสงค์ร้าย" ต่อสถาบันบ้านเมือง!

            ที่พูดนี่ ไม่ใช่กล่าวอ้างลอยๆ หรือหวังสร้างภาพร้ายให้ใคร แต่มันเคยเกิดเป็นตัวอย่างขึ้นแล้วในปีก่อน

            พูดตรงๆ ผมไม่ไว้ใจนายธนาธร………..

            ต่อการที่พรรคนอมินีของเขา "ก้าวไกล" ส่งเข้ามานั่งเป็น กมธ.พิจารณางบฯ

            เพราะเมื่อปี ๖๒ แม้ธนาธรถูกศาลฯ วินิจฉัย สิ้นสภาพการเป็น ส.ส.ด้วยเรื่อง "ถือหุ้นสื่อ" แต่อนาคตใหม่ ยังเสนอเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณ

            เข้าไปเพื่อทำหน้าที่ กมธ.โดยสุจริต หรือซุกซ่อนเจตนาไม่ซื่ออย่างใด ถ้าทุกคนไม่ลืม ตอบตรงนี้ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้ว

            ผมจะรื้อฟื้นความจำคร่าวๆ ให้ดูกัน ดังนี้

            ๒๔ ต.ค.๖๒ ประชุมนัดแรก ธนาธรให้เหตุผลการเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณว่า

            "ทางพรรคอนาคตใหม่มีความตั้งใจที่อยากส่งเสริมผมให้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงานด้านงบประมาณมากขึ้น

                จึงมีความคิดเห็นว่า เป็นเรื่องที่ดี ที่ผมจะได้เข้าไปอยู่ เพื่อเรียนรู้ในกระบวนการต่างๆ เผื่อวันหน้าวันหลัง จะได้มีโอกาสเป็นรัฐบาล

                จะได้เข้าใจเกี่ยวกับกลไกด้านงบประมาณ นั้นคือวัตถุประสงค์ของเรา"

            ๒๘ พ.ย.๖๒ วาระพิจารณางบฯ กระทรวงกลาโหม

            ผู้นำเหล่าทัพ รวมทั้งพลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.ไปนั่งเรียงแถวให้ กมธ.ซักถามและตอบคำถามในเรื่องการใช้งบต่างๆ

            แน่อน……

            นายธนาธรทั้งตั้งข้อสังเกต ทั้งชำแหละงบประมาณแต่ละเหล่าทัพ ปานขึ้นขาหยั่งส่องกล้อง

            ทุกเอกสารที่มา-ที่ไปของการจะนำเงินงบประมาณไปใช้ในแต่ละกองทัพ ธนาธรในฐานะ กมธ.อยากดู อยากรู้ อยากได้อะไร เรียกมา…เหล่าทัพต้องจัดให้ทุกรายละเอียด

            กระทั่งเรื่อง ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร "IO" ของกระทรวงกลาโหม เอกสารรายละเอียดทางราชการทหาร ต้องเอามาแบให้ดูหมด

            วันรุ่งขึ้น…….

            ๒๙ พ.ย.๖๒ โดยไม่มีปี่-ไม่มีขลุ่ย ธนาธรยื่นหนังสือลาออกจากการเป็น กมธ.งบประมาณ อ้างว่า……..

            "เพื่อกลับไปอยู่เคียงข้างประชาชน ผลักดันเรื่องต่างๆ ทั้งการยกเลิกเกณฑ์ทหาร ปกป้องสิทธิแรงงาน และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

                เมื่อมีบางคนไม่ต้องการให้ทำงานในสภา ผมก็จะกลับไปอยู่กับประชาชน…."

            คนก็ยังนึกว่า ต้องมีเบื้องหลังคือถูกบีบ นายธนาธรออกมาย้ำว่า….

            "ตัดสินใจลาออกตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๐ พ.ย.ที่ผ่านมา โดยไม่ได้แจ้งใครล่วงหน้า และไม่ได้มีปัญหากับกรรมาธิการคนอื่นๆ…….."

            ๑ ธ.ค.๖๒

            นายธนาธร เดินสายพบปะชาวบ้านที่เขตลาดกระบัง

            VOICE TV บันทึกเทป เผยแพร่เป็นหลักฐาน ว่า

            ๑ ธ.ค.๖๒ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ บรรยายพิเศษชำแหละงบประมาณ "กระทรวงกลาโหม" โดย

            -ตั้งข้อสังเกตต่อร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓

            -รายได้ต่างๆ ของกองทัพที่ไม่เคยถูกตั้งคำถามและเมื่อถูกถาม แต่ไม่มีคำตอบ

            และนี่คือ คำเกริ่นนำการบรรยายพิเศษของนายธนาธร

            "ทุกท่านครับ……..

                เอาล่ะวันนี้ ผมจะมาพูดถึงเรื่อง…หลายเรื่อง เรียนก่อนว่า เอกสารที่ท่านจะเห็นนะครับ หรือว่าข้อมูลก่อนที่ท่านจะได้ ทุกตัว มีที่มา มีที่อ้างอิง ชัดเจนนะครับ ไม่มีตัวไหนประดิด-ประดอยมา….."

                เป็นไงครับ…….

            ดูตามลำดับเรื่องและลำดับวัน เหตุที่ประจักษ์ มันฟ้องเจตนานายธนาธรในการเข้าไปเป็น กมธ.งบประมาณชัดเจน!

            ไม่ได้เข้าไปเรียนรู้อะไรหรอก

            เจตนาเข้าไปใช้ฐานะกรรมาธิการฯ ฉกฉวยกึ่งจารกรรม ทั้งปากคำ ทั้งเอกสารการใช้งบประมาณของเหล่าทัพ ซึ่งถือเป็นหัวใจ ชี้เป็น-ชี้ตายทางความมั่นคงประเทศ

            เมื่อได้แล้ว……..

            นายธนาธร "ลาออก" ทันที!

            และทันทีเหมือนกัน นายธนาธรก็นำเอกสารอันเป็นข้อมูลดิบทางประมาณนั้น เผยแพร่สู่สาธารณะ แจกจ่าย

            บิดเบือน โจมตี ใส่ร้าย ให้ชาวบ้านเกลียดชังกองทัพเมื่อปีที่แล้ว

            มาปีนี้ ปีงบประมาณ ๖๔ ธนาธรมา (แบบเดิม) อีก และสภาก็ไม่จด-ไม่จำ และไม่คิด ว่าที่ธนาธรเคยฉกฉวยเอกสารงบประมาณดิบไปใช้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองแบบนั้น

            ถูกต้องหรือไม่ เป็นผลดีหรือร้ายกับบ้านเมืองหรือไม่?

            ผมจึงนำมาเป็น "ข้อสังเกต" ไว้ตรงนี้

            เพราะไว้ใจไม่ได้ เมื่อธนาธร ได้ความลับทางราชการ รวมทั้งเอกสาร ตามต้องการแล้ว โดยเฉพาะ "งบกลาโหม" ไปแล้ว

            ธนาธรจะไม่ลาออก (อีก)

            หรือนำข้อมูลดิบเหล่านั้น ไปขยายผล "ทางร้าย" กับประเทศและสถาบัน เพราะพฤติกรรมคณะพรรคธนาธร ชัดเจน ว่า

            "มุ่งร้าย-ประสงค์ร้าย" ต่อชาติและสถาบัน!

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด