ทนายรณณรงค์ชี้ “ฌอน” เข้าข่ายฉ้อโกง

ทนายรณณรงค์ หอบสเตทเมนท์ “ฌอน” ไปมอบให้กับตำรวจ ยืนยัน เข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน พร้อมขอให้ จนท.ออกหมายเรียกโตโน่ ภาคิน มาให้ปากคำเพิ่มเติม…

หลังจากที่เมื่อวานนี้ (6 ก.ค.) นายฌอน บูรณะหิรัญ ได้ออกมาชี้แจงยอดเงินบริจาคในบัญชีตนเอง ตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค. ถึงวันที่ 30 เม.ย. 63 มีคนบริจาคมาทั้งหมด 1.3 ล้านบาท ไม่ใช่ 8.7 แสนบาท ตามที่ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ ตัวที่เลขที่ขยับขึ้นไปเพราะตนเองคำนวนผิดพลาด ตามข่าวที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้

วันนี้ ทนายรณรงค์ แก้วเพชร ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้เดินทางมาที่ สภ.ปากเกร็ดอีกครั้ง หลังจากที่ได้แจ้งความเอาผิดกับนายฌอนเอาไว้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ในฐานความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉ้อโกง และผิดพ.ร.บ.เรี่ยไร ปี 2487 วันนี้มีการเอาเอกสารหลักฐาน เป็นสเตทเมนท์ที่นายฌอนอัพโหลดเอาไว้ประกอบการชี้แจง มามอบให้กับพนักงานสอบสวน

ทนายรณรงค์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ตอนที่นายฌอนชี้แจง พูดประมาณว่ามีคนโอนเงินบริจาคเข้ามาในบัญชีของบริษัท และบัญชีส่วนตัว ตนเองเลยเกิดข้อสงสัยว่าแท้จริงแล้ว นายฌอนเปิดบัญชีรับบริจาคไว้กี่บัญชีกันแน่ อยากให้นายฌอนชี้แจงเพิ่มเติมในส่วนนี้ และอยากให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกนายฌอนมาให้ปากคำ เพราะไม่รู้ว่าที่ผ่านมานายฌอนว่าเคยบริจาคเงินทำกฐิน ทำผ้าป่าให้วัดหรือไม่ เพราะเงินที่คนอื่นบริจาคมาเพื่อทำบุญจะต้องแยกเอาไว้ แล้วมอบให้กับพระทั้งหมด แต่กรณีของฌอนมีการเอาเงินบริจาคของประชาขนไปปะปนกับเงินส่วนตัว การกระทำแบบนี้เสี่ยงต่อการทำผิดกฏหมาย อยากเตือนให้นายฌอนได้ระวังตัวเอาไว้ อาจจะถูกจับเข้าซักวัน

ทนายรณรงค์ ยังเผยอีกว่า วันนี้ตนได้ทำเอกสารร้องขอให้พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกให้โตโน่ ภาคิน มาให้ปากคำที่สภ.ปากเกร็ดด้วย ว่าเงินที่บริจาคให้นายฌอน 1 แสนบาท มีจุดประสงค์ให้เอาไปทำอะไรกันแน่ และถือว่าเป็นพยานคนสำคัญในคดี เพราะเป็นคนที่บริจาคเยอะที่สุดในบัญชีของนายฌอน ยืนยันว่านายฌอนนำเงินบริจาคของประชาชนไปใช้จ่ายผิดวัตถุประสงค์ และจนถึงวันนี้ยังไม่ได้บริจาคให้กับหน่วยงานที่ตนเองอ้างว่าจะช่วยเหลือ ผิดกฏหมายอย่างชัดเจน ให้มาชี้แจงกับตำรวจโดยเร็วที่สุด

ขณะที่พันตำรวจเอกพงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผู้กำกับสภ.ปากเกร็ด ได้ออกมารับเอกสารหลักฐาน พร้อมเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ที่ต้องมาชี้แจงในวันนี้ เพราะคดีนี้ประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ทนายรณรงค์ ได้มาแจ้งความผิดกับนายฌอนใน 3 ข้อหา คือ ในฐานความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉ้อโกงประชาชน  และผิดพ.ร.บ.เรี่ยไร ปี 2487 ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งทางตำรวจก็รับเอาไว้ทั้งหมด แล้วก็ได้ดำเนินการทันทีไม่ได้นิ่งเฉย

ที่ผ่านมาได้พยายามรวบรวมพยานหลักฐานจากหลายส่วน ได้ติดต่อไปยังนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมทำหนังสือสอบถามไปยังนายอรรถชา กัมปนาท แสนยากร นายอำเภอแม่ริม ว่านายฌอนได้ทำการขออนุญาตก่อนเปิดรับบริจาคหรือไม่ ขณะนี้รอการประสานกลับมา นอกจากนี้ยังได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 จังหวัดเชียงใหม่ ปรากฏว่ายังไม่ได้รับเงินบริจาคจากนายฌอนแต่อย่างใด

ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับสเตทเม้นของนายฌอน จากธนาคารกสิกรไทย สำนักงานใหญ่เรียบร้อยแล้ว ยังไม่สามารถบอกรายละเอียดได้มากนัก เพราะต้องทำการตรวจสอบก่อน แต่ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ค. พบเงินอยู่ในบัญชีเหลืออยู่เพียง 1,053 บาทเท่านั้น ส่วนประเด็นที่พนักงานสอบสวนยังไม่ออกหมายเรียกนายฌอน เพราะอยากตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีความผิดทางอาญาหรือไม่

ตอนนี้พนักงานสอบสวนมีหลักฐานเพียงพอแล้ว จึงได้ทำหมายเรียกให้นายฌอนเข้ามาชี้แจง พร้อมรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 14 ก.ค. ที่จะถึงนี้ ในเวลา 9.30 น. เชื่อว่านายฌอนจะไม่หนี และจะมาพบตำรวจภายในกำหนด ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ตำรวจยังยืนยันด้วยว่า ที่ผ่านมาไม่มีใครเข้ามาบงการหรือเข้ามายุ่งเหยิงกับการทำคดีของนายฌอน ทุกอย่างทำตามขั้นตอนของกฏหมาย.

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด