ตาชมพู่ใจสลายลูกแฉกันยับ ขอแม่ชมพู่กลับคำก่อนสาย ยายรับสั่งห้ามขึ้นเขา (คลิป)
“ตาชาญ” ลั่นรอให้ลูกมาคุย ไม่พอใจญาติกันเองทำไมต้องสงสัยกัน ถามหมดคนสงสัยแล้วหรือถึงมาคิดเป็นลุง ยายน้องชมพู่เผยเป็นคนห้าม “สาวิตรี-อนามัย” ขึ้นภูเหล็กไฟ

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 ทีมข่าวอมรินทร์ทีวี ลงพื้นที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร พบกับนางอัจฉรา เชื้อคมตา อายุ 48 ปี ชาวบ้านกกกอกที่ลูกเสียชีวิตในวัยเด็ก เปิดเผยว่า ตนเคยสูญเสียลูกชายวัย 12 ปี เนื่องจากอุบัติเหตุในปี 2546 ที่ถูกดินทรายทับตาย ซึ่งตนจำได้ว่าในช่วงที่เผาศพลูกชาย ญาติ ๆ ก็ได้เก็บเสื้อผ้าทั้งหมดเผาไปกับศพด้วย แต่ไม่ได้เผาทิ้งทั้งหมด เพราะเสื้อผ้าของลูกชิ้นไหนที่ตนรัก ตนก็จะไม่ให้เผา เพราะอยากเก็บไว้ดูต่างหน้า

คลิกอ่านข่าว "น้องชมพู่" ทั้งหมดที่นี่ 

โดยจุดประสงค์ของการเผาเสื้อผ้านั้น เพราะชาวภูไทมีความเชื่อว่าถ้าไม่เผาไปให้วิญญาณจะหาเสื้อผ้าของเขาไม่เจอ และไม่มีเสื้อผ้าใส่ ซึ่งในตอนนั้นใจจริง ๆ ตนก็อยากจะเผาเสื้อผ้าลูกทั้งหมดด้วยซ้ำ แต่ก็ยังเก็บเสื้อผ้าบางชุดเอาไว้ ซึ่งวัฒนธรรมของชาวภูไทนั้น จะเลือกเสื้อผ้าเก่า ๆ ไปเผา แต่เสื้อผ้าใหม่จะเอาไปถวายพระ หรือแจกจ่าย เพราะเชื่อว่าได้บุญเหมือนกัน

นางอัจฉรา ยังบอกอีกว่า ในวันที่เผาศพลูก ตนอยู่ที่บ้าน ไม่ได้ไปร่วมงานเผาศพของลูกชายที่ป่าช้าเลย แม้แต่จะเดินออกจากบ้านตนก็ไปไม่ไหว และตามความเชื่อที่บรรพบุรุษบอกมาว่า ถ้าน้ำตาแม่หยดลงบนป่าช้าจะทำให้ลูกไม่ได้ไปผุดไปเกิด

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เผาลูกนั้น บางคนอาจจะไปหรือไม่ไป แต่แม่น้องชมพู่ยังไปได้ ซึ่งแต่ละคนก็ใจแข็งไม่เท่ากัน ความรู้สึกของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจทำใจได้แต่บางคนอาจจะทำใจไม่ได้ แต่การกระทำของแม่ของน้องชมพู่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ไม่ไปดูหน้าศพลูกครั้งสุดท้าย

นางสมควร ยายของน้องชมพู่ ระบุว่า กรณีที่นางสาวิตรี ไม่รดน้ำศพลูก หรือดูหน้าลูกในโลงศพนั้น ตนเป็นคนห้ามนางสาวิตรีเอง เพราะเป็นห่วงสาวิตรี กลัวจะทำใจไม่ได้ ตนก็ยังไม่ดูหน้าน้องชมพู่ในโลงเหมือนกัน เพราะตนรู้สึกรับไม่ได้

นางสมควร ยอมรับกับทีมข่าวอมรินทร์ทีวีว่า ตนคือบุคคลที่ห้ามให้นางสาวิตรี ขึ้นไปบนภูเหล็กไฟ ในวันที่เจอศพน้องชมพู่ เหตุการณ์วันนั้นหลังจากที่เจอศพน้องชมพู่ ตนได้ห้ามนางสาวิตรี และนายอนามัยว่า“อย่าขึ้นไปเลย เดี๋ยวจะช็อก” ซึ่งขนาดนายอนามัย ทราบข่าวอยู่ที่บ้าน นายอนามัยก็ยังช็อกหมดสติ จนต้องเข้าโรงพยาบาลเลย

ทีมข่าวเดินทางมาพบกับ นายชาญ หลาบโพธิ์ ตาของชมพู่ เปิดเผยว่า ตนยังคงมั่นใจว่าลุงพลไม่ใช่คนร้าย ตนเองยอมรับว่าเครียด เมื่อคืนตี 1-2 ก็ตื่นขึ้นมาไม่รู้ว่าคิดอะไร สมองงงไปหมด โดยตนกังวลช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา ช่วงที่เห็นออกข่าวจึงกังวลใจ ตนเองมีความกังวลเรื่อง 2 ฝ่ายความเห็นไม่ตรงกัน โดยเฉพาะแม่น้องชมพู่บอกว่า สงสัยลุงพล ยิ่งทำให้ตนคิดหนัก ตนก็คิดว่าทำไมญาติพี่น้องกัน ไปไหน ทำอะไรด้วยกัน ทำไมมาสงสัยกัน เพราะเวลาเพียง 10-20 นาที ที่สงสัย ตนเชื่อว่าลุงพลไปก่อเหตุทำอะไรไม่ได้ ประกอบกับจิตใจของลุงพล ไม่ได้คิดอาฆาตพยาบาทกับครอบครัวน้องชมพู่เลย ทำให้ตนเชื่อมั่น

ทั้งนี้ตนกล้ารับประกันลุงพล เพราะมั่นใจ และเชื่อว่าแม่น้องชมพู่ อาจจะมีคนมาพูดให้ใจไขว้เขว อาจจะมีคนมาเล่าเรื่องอะไร จนทำให้เกิดความคิดว่าลุงพลอาจจะก่อเหตุ ตอนนี้ตนก็ยังไม่ได้ให้ 2 ฝ่ายมาคุยกัน ตนอยากจะเตือน อยากให้เข้ามาคุยกับพ่อกับแม่ หากแม่น้องชมพู่ไม่ได้ตั้งใจพูดจริง ๆ ตนอยากขอให้กลับคำ ส่วนน้องชมพู่ ยอมรับว่าเคยมาเดินหาตนที่บ้าน ซึ่งห่างจากบ้านน้องชมพู่ ประมาณ 200 เมตร แต่ปกติจะไม่ออกไปบ้านอื่น มีเพียงบ้านตนเท่านั้น แม้บ้านของป้าแต๋น ก็ไม่เคยเดินไป

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด