ตลาดรถยนต์ติดโควิด-19 นานแค่ไหนถึงฟื้น

ผู้เชี่ยวชาญชี้ โควิด-19 กระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ หนักกว่าวิกฤติการเงินทุกครั้งที่ผ่านมา คาดใช้เวลา 3 ปียอดขายรถฟื้นตัวสู่ระดับของปีที่แล้วก่อนเกิดการระบาด

ลี โบซุง หัวหน้าศูนย์วิจัยและพัฒนาธุรกิจทั่วโลกของบริษัทฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป เปิดเผยข้อมูลของศูนย์วิจัยและพัฒนา ที่ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์โลกขายรถได้ 87.56 ล้านคันเมื่อปี 2562 แต่ปีนี้คาดว่ายอดขายจะลดลง 20% เหลือประมาณ 70 ล้านคัน

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว วิกฤติการเงินโลกปี 2551-52 ฉุดยอดขายลดลงประมาณ 6 ล้านคันในช่วงเวลา 2 ปี

สำหรับปีหน้านั้น คาดว่ายอดขายทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ไปอยู่ที่ประมาณ 90% ของยอดขายปี 2562 หรือน่าจะมีจำนวน 75-80 ล้านคัน และเชื่อว่าต้องรอราวปี 2566 กว่าความต้องการซื้อรถจะฟื้นตัวเต็มที่

หัวหน้าศูนย์วิจัย-พัฒนาอธิบายเพิ่มเติมว่า ภาวะถดถอยทางเศรษฐกิจมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของผู้บริโภค และทำให้ความต้องการซื้อรถลดน้อยลงไป ส่วนโรคระบาดนั้นกระทบทั้งอุปสงค์และอุปทาน เพราะการล็อกดาวน์ในหลายประเทศ ทำให้โรงงานต่างๆ และเส้นทางการค้า ถูกปิดไปด้วย

นอกจากนั้น โควิด-19 ยังกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์มากกว่าวิกฤติการเงิน เพราะไม่เพียงส่งผลต่อประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น แต่ยังรวมถึงตลาดเกิดใหม่ด้วย จากที่ผ่านมาที่ตลาดเกิดใหม่เป็นเหมือนก๊อกสอง และช่วยประคองอุตสาหกรรมยานยนต์ไม่ให้ขาดทุนมากนักยามที่โลกเผชิญวิกฤติการเงิน

มีการมองด้วยว่า อุตสาหกรรมยานยนต์จะแตกต่างออกไปอย่างมาก หลังวิกฤติโควิด-19 โดยพฤติกรรมรูปแบบใหม่ของการเว้นระยะห่างทางสังคม มีแนวโน้มจะทำให้กระแส sharing economy และการใช้ขนส่งสาธารณะ เบาบางลง แต่จะไม่ทำให้ขนาดของอุตสาหกรรมยานยนต์ลดลงไป เพียงทำให้ทิศทางเปลี่ยนไปเท่านั้น

เชื่อว่าแนวคิดของการ“ใช้บริการร่วมกันชั่วคราว” จะเปลี่ยนเป็นการ“ครอบครอง” สิ่งของนั้นๆ แทน เช่นเดียวกับบริการประเภทที่ต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิก และการเช่าระยะยาว จะเติบโตขึ้น

ขณะเดียวกัน แนวคิดของการเป็นเจ้าของรถยนต์จะมีความน่าดึงดูดใจมากขึ้น เพราะหมายถึงการมีพื้นที่ของตัวเอง

การคาดหมายดังกล่าวสอดคล้องกับนักวิเคราะห์บางคน ที่มองว่าโควิด-19 อาจทำให้ความต้องการรถยนต์มีมากขึ้น อย่างในจีนซึ่งเป็นตลาดยานยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก มีการซื้อรถเพิ่มขึ้น 4.4% เมื่อเดือนเม.ย. เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และเป็นการซื้อรถที่เพิ่มขึ้นครั้งแรกในช่วง 22 เดือน คล้ายกับแนวโน้มช่วงโรคซาร์สระบาดในจีนเมื่อปี  2545-46 ซึ่งความกลัวติดเชื้อทำให้ผู้คนจำนวนมากเลี่ยงขนส่งสาธารณะ ส่งผลให้ความต้องการรถส่วนตัวมีมากขึ้น

ทั้งนี้ ความต้องการทั่วโลกที่ลดลง และการปิดโรงงานเพราะวิตกเรื่องการติดเชื้อช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ส่งผลกระทบต่อบรรดาประเทศที่ผลิตยานยนต์ ทั้งยังมีบางกรณีที่โรงงานต้องหยุดการผลิตไปเพราะขาดแคลนวัตถุดิบและชิ้นส่วน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากจีน

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่ตลาดเกิดใหม่อาจได้ประโยชน์ หากบริษัทข้ามชาติย้ายการผลิตบางส่วนออกจากจีน หรือที่เรียกกันว่า “กลยุทธ์ China+1” นั่นคือแทนที่จะลงทุนแค่ในจีนเท่านั้น แต่การกระจายธุรกิจ-การลงทุนไปยังประเทศอื่นด้วย ถือเป็นทางเลือกที่มีเหตุผลทั้งในเรื่องต้นทุนและความปลอดภัยในระยะยาว

โควิด-19 ทำให้กลยุทธ์ดังกล่าวดูมีน้ำหนักขึ้นมาทันที และหลายบริษัทกำลังมองหาแหล่งอื่นที่สามารถป้อนหรือจัดหาวัตถุดิบ-ชิ้นส่วน ให้ได้

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด