นายชาติศิริ-โสภณพนิช-กรรมการผู้จัดการใหญ่-ธนาคารกรุงเทพ-จำกัด-มหาชน-728x485
เอ็มดีใหญ่แบงก์กรุงเทพ ชี้หนี้เสียพุ่งยาวถึงปี’64 หนักกว่าวิกฤตต้มยำกุ้ง ฉุดเศรษฐกิจไทยร่วง -10%

เอ็มดีใหญ่แบงก์กรุงเทพ “ชาติศิริ” มองวิกฤตโควิด-19 หนักกว่าปี 2540 ฉุดเศรษฐกิจไทยร่วง -10% ชี้ เอ็นพีแอลจ่อพุ่งยาวถึงปี 2564 หลังไตรมาส 1 หนี้เสียแตะ 8.5 หมื่นล้าน หรือ 3.5% เร่งตั้งสำรองเพิ่มรับมือ สั่งสาขา-พนักงานดูแลลูกค้าใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า จากผลกระทบการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ -8.1% สอดคล้องกับธนาคารกรุงเทพที่มองจีดีพี -10% ดังนั้น ภาพรวมผลประกอบการของธนาคารปีนี้คงได้รับผลกระทบตามภาวะเศรษฐกิจ โดยยอมรับว่าวิกฤตครั้งนี้ เมื่อเทียบกับปี 2540 ถือว่าค่อนข้างยากและหนักพอสมควร เนื่องจากผลกระทบเกิดขึ้นทั้งโลกและกระทบทุกเซ็กเตอร์ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยถือว่าแข็งแรงและมีภูมิคุ้มกันดีกว่าในอดีต แต่ทั้งนี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว ขณะที่ภาพรวมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารคงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยตัวเลขเอ็นพีแอลในไตรมาสที่ 1 ของปี 2563 อยู่ที่ 8.5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 3.48-3.5% เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 ที่อยู่ 7.9 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 3.4% อย่างไรก็ดี แนวโน้มระยะข้างหน้าคาดว่าเอ็นพีแอลยังมีทิศทางเพิ่มขึ้นต่อเนื่องทั้งในปีนี้และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า ซึ่งธนาคารก็ตั้งสำรองตามสถานการณ์ และทำล่วงหน้าไว้แล้ว จึงเชื่อว่าธนาคารจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่ต้องยอมรับว่าสถานการณ์นี้ค่อนข้างยากและไม่ง่ายในการบริหารหากเทียบกับภาวะปกติ

นายชาติศิริ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริหารพยายามให้หน่วยงาน และให้ฝ่ายจัดการธนาคาร สาขาทุกพื้นที่ มีการเข้าไปดูแลลูกค้าใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียน เพื่อให้ลูกค้าสามารถรีสตาร์ทธุรกิจกลับมาได้ รวมถึงการดูแลลูกค้าที่มีเงินและจะเห็นการติดตามดูแลลูกค้าใกล้ชิดต่อเนื่องในช่วงที่เหลือปีนี้ และจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีแรกปีหน้าด้วย

“ธนาคารยังคงเร่งตั้งสำรองในไตรมาสที่ 3 และในระยะถัดๆ ไปจนถึงปี 2564 เพื่อรองรับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น โดยในไตรมาสที่ 2 นี้ธนาคารได้ตั้งสำรองในส่วนของสินเชื่อที่ยังไม่เป็นเอ็นพีแอล หรือ Stage 2 ตามมาตรฐานบัญชีใหม่ TFRS9 ไว้แล้วระดับหนึ่ง และพยายามอะด็อปมาตรการต่างๆ ของทางการ เช่น ซอฟต์โลน พักชำระหนี้ 3-6 เดือน ทั้งลูกค้าเอสเอ็มอี รายย่อยและรายใหญ่ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเดินต่อไปได้และดำเนินธุรกิจได้ รวมถึงสิ่งที่ธนาคารทำไว้ล่วงหน้า เชื่อว่าจะช่วยให้ธนาคารบริหารจัดการได้” นายชาติศิริ กล่าว

นายชาติศิริ กล่าวต่อด้วยว่า สำหรับการงดจ่ายปันผลระหว่างกาลตามนโยบายธปท.นั้น เป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามแนวทางธปท. ซึ่งมองว่าเป็นแนวทางที่สุขุมและรอบคอบ เพื่อให้ธนาคารมีเงินกองทุนที่เพียงพอ และธนาคารเองก็พยายามควบคุมค่าใช้จ่าย รวมถึงการพิจารณาผลตอบแทนผู้บริหารก็เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกัน เพื่อให้ธนาคารและลูกค้าสามารถผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และหากดูธนาคารกลางในหลายๆ ประเทศได้ดำเนินนโยบายดังกล่าวเช่นกัน อย่างไรก็ดี แม้ว่าธนาคารจะงดการจ่ายปันผลระหว่างกาล แต่ในส่วนของเงินปันผลทั้งปีจะมีโอกาสกลับมาจ่ายหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้ จะต้องติดตามนโยบายของธปท.ก่อน รวมถึงผลประกอบการของธนาคารที่จะออกมาด้วย

สำหรับการเข้าซื้อกิจการและรับโอนหุ้นทั้งหมดของธนาคารพีที เพอร์มาตา ทีบีเค (PT Bank Permata Tbk) หรือ เพอร์มาตา นั้น เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคมที่ผ่านมาธนาคารได้ดำเนินการชำระเงินในการซื้อกิจการเรียบร้อยแล้วในสัดส่วนกว่า 89% และปัจจุบันอยู่ระหว่างการทคำเสนอซื้อขาย (เทนเดอร์ออฟเฟอร์) สำหรับสัดส่วนหุ้นที่เหลือ โดยเป็นไปตามเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย และหลักเกณฑ์ของสำนักงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของอินโดนีเซีย (Otoritas Jasa Keuangan หรือ OJK) ส่วนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในอินโดนีเซียนั้น ยอมรับว่า เพอร์มาตา ก็ได้รับผลกระทบดังกล่าวระดับหนึ่งจากมาตรการควบคุมการติดเชื้อของทางการ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวมีผลต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของอินโดนีเซียปีนี้ที่คาดว่าจะขยายตัวอยู่ระดับ 0-1% ซึ่งธนาคารอยู่ระหว่างการติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด โดยผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรกของเพอร์มาตายังคงสามารถเติบโตได้ ส่วนผลงานในระยะถัดจากนี้ไปก็คงต้องติดตาม แต่เพอร์มาตาได้มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า ซึ่งมองว่ายังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ส่วนกรณีการปล่อยสินเชื่อให้กับบริษัท การบินไทยนั้น ยอมรับว่าเป็นลูกค้าของธนาคาร ซึ่งขณะนี้ธนาคารได้มีการติดตามลูกหนี้ รวมถึงการติดตามแผนฟื้นฟูว่าแผนจะเป็นอย่างไร แต่ทั้งนี้ธนาคารได้มีการตั้งสำรองตามเกณฑ์ธปท.ไว้เรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณที่มาประชาชาติ

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด