ศบค.รายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 พบทหารอียิปต์ เดินทางมายังประเทศไทยและปทำภารกิจที่ประเทศจีนก่อนกลับมา ตรวจพบเชื้อ มีไปห้างฯ ในจ.ระยอง และยังพบ ด.ญ.จากซูดานป่วยโควิด มาพร้อมครอบครัว เข้าพักในคอนโด กทม. เร่งสอบสวนโรค ล่าสุดเพจ "Drama-addict"ขอความร่วมมือการ์ดอย่าตก

วันนี้ (13 ก.ค.) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงข่าวสถานการณ์โรคโควิด-19 ประจำวัน ว่า พบผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 3 ราย มาจากต่างประเทศ ชายชาวอียิปต์ อายุ 43 ปี อาชีพทหาร ออกจากโรงแรมบินไปทำภารกิจทหารที่ประเทศจีนก่อนกลับมา แล้วตรวจพบเชื้อ คนร่วมคณะอีก 30 รายไม่พบเชื้อ แต่มีไปห้างฯ ในจ.ระยอง ด้าน ด.ญ.จากซูดานป่วยโควิด มาพร้อมครอบครัว พบไม่ได้พักในสถานทูต แต่ไปพักในคอนโด กทม. เร่งสอบสวนโรคแล้ว

ล่าสุด เพจ "Drama-addict" ออกมาโพสต์ข้อความรวมมือประชาชนในกรุงเทพมหานครและจังหวัดระยอง ให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเข้มงวดเพื่อลดความเสี่ยงโดยระบุว่า "ชาว กทม - ระยอง ใส่หน้ากากผ้าตอนออกนอกบ้านกันนะครับ อย่างน้อยขออีก 14 วัน เอาเข้มๆเลยช่วงนี้ …เอ้ย" และโพพสต์ก่อนหน้านี้ ทางเพจระบุว่า

"ทหารจากประเทศในแอฟริกาเพื่อปฎิบัติภารกิจ (เป็นกลุ่มที่อนุมัติให้เข้าประเทศได้ตามประกาศ) เข้าไทยมาวันที่ 8 เดินทางมาจากประเทศพื้นที่เสี่ยง แลนดิ้งที่อู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมในระยอง มีเข้าไปเที่ยวในย่านชุมชนด้วย ผลแลปมาบอกว่าติดเชื้อวันที่ 12 แต่เจ้าตัวบินออกนอกประเทศไปแล้ว โดยเจ้าตัวไม่มีอาการป่วยขณะที่อยู่ในไทย ตอนนี้โรงแรมที่ทหารคนนี้เข้าพัก ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงที่มีการสัมผัสโรคแล้ว จนท. กำลังเข้าไปตรวจสอบ ส่วนพ่อแม่พี่น้อง ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆครับ "

โดยมีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานอย่างหละหลวมของหน่วยงานที่ดูแล ปล่อยให้ต่างชาติเข้ามาติดเชื้อในประเทศไทย

ทั้งนี้ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ไทม์ไลน์ของการเดินทางเข้ามาของทหารอียิปต์รายนี้

- วันที่ 6 ก.ค. เดินทางจากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ไปสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

- วันที่ 7 ก.ค. เดินทางจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปยังปากีสถาน

- วันที่ 8 ก.ค. เดินทางเข้ามายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ระยอง

- วันที่ 9 ก.ค. ออกจากโรงแรมไปท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อไปทำภารกิจทางการทหารที่เมืองเฉิงตู สาธารณรัฐประชาชนจีน และเดินทางกลับมาวันเดียวกัน เข้าพักโรงแรมที่เดิม จ.ระยอง

- วันที่ 10 ก.ค. เข้าคัดกรองทั้งคณะที่เดินทางมา 31 ราย

- วันที่ 11 ก.ค. เดินทางกลับออกไป แต่วันนั้นผลออกมากำกวมยังไม่แน่ชัด จึงส่งตรวจซ้ำอีกครั้ง

- วันที่ 12 ก.ค. ผลออกมาว่ายืนยันพบเชื้อ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันอย่างมากในที่ประชุม ศบค. ซึ่งเดิมกลุ่มลูกเรือใช้โรงแรมแถวสุวรรณภูมิ แต่ครั้งนี้มาลงสนามบินอู่ตะเภา ทำให้มาตรการของการคุมเข้มในเรื่องตรงนี้มีข้อต้องทบทวนปฏิบัติกันใหม่ ซึ่งทีมสอบสวนโรคยังพบว่า ทีมลูกเรือนี้ได้ออกจากโรงแรมไปยังสถานที่บางแห่งใน จ.ระยอง ซึ่งทีมจะสอบสวนโรคในพื้นที่สัมผัสทุกแห่งที่กลุ่มนี้เดินทางไป ตอนนี้พอมีบางแห่ง เช่น ห้างสรรพสินค้าบางแห่งในระยอง ถ้าท่านคิดว่ามีความเสี่ยงหรือสัมผัส ให้โทร.เข้ามายัง 1422 นอกจากนี้ โรงแรมดังกล่าวที่ จ.ระยอง ถือว่าเป็นสถานที่สัมผัสกับผู้ที่พบเชื้อ ฉะนั้น การเข้าไปสอบสวนโรค ต้องครอบคลุมโรงแรมนี้ทั้งหมด

นอกจากนี้ เคสผู้ป่วยเด็กหญิงอายุ 9 ปี ที่รายงานเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเดินทางมาจากภูมิภาคแอฟริกา โดยมาพร้อมครอบครัวของคณะทูต โดยวันที่ 7 ก.ค. เดินทางมาจากซูดาย ซึ่งมารดานำผู้ป่วยและครอบครัวรวม 5 คน ตรวจเชื้อก่อนเดินทาง แต่ไม่พบเชื้อ เดินทางถึงไทยวันที่ 10 ก.ค. เมื่อมาถึงได้ตรวจคัดกรอง ไม่มีอาการ จึงเก็บตัวอย่างส่งตรวจและพบเชื้อ บิดานำผู้ป่วยเข้ารับการรักษาใน รพ.เอกชนแห่งหนึ่งใน กทม.

โดยตรวจซ้ำว่าพบเชื้อ วันที่ 11 ก.ค. ผลตรวจแพทย์พบปอดอักเสบ ส่งต่อมายัง รพ.รัฐแห่งหนึ่งใน กทม. แต่มีการนำสมาชิกครอบครัวที่เหลือไปพำนักที่คอนโดแห่งหนึ่งใน กทม. ทั้งที่กลุ่มคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาล หรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศที่มาปฏิบัติงานในประเทศไทย เราให้เกียรติโดยให้กักตัวในสถานทูต ในพื้นที่ของท่าน 14 วัน ดังนั้น เราต้องกำหนดมาตรการโดยละเอียดให้ครอบคลุมมากกว่านี้ และขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานสถานทูตทุกแห่งถึงเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ทีมสอบสวนโรค จะต้องเข้าไปสอบสวนในพื้นที่คอนโดแห่งนี้ด้วย

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด