งง'แม่'เชื่อนำฉี่ป้ายปาก'ลูก'หาย แต่ไหงไม่เชื่อ'หมอ'ใช้ยารักษา!!
เพจหมอดังสุดงง คุณแม่พาลูกเป็นเชื้อราในปากพบหมอ สงสัยหมอจ่ายยาให้ใช้รักษาได้จรืงหรือ นำมาสอบถามชาวเน็ต แต่กลับเชื่อชาวบ้านนำปัสสาวะป้ายปากรักษาโรค

กลายเป็นเรื่องราวที่เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และการแชร์ออกไปกันอย่างกว้างขวางอยู่บนโลกออนไลน์ในขณะนี้ ภายหลังแฟนเพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor ได้ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า “เออ เนาะประเทศนี้ หมอจ่ายยาไม่เชื่อไปเชื่อป้ายเยี่ยว เจริญ ด่าหมอ บอกให้ฟ้องหมอกัน จ้า ไม่ต้องพัฒนากันหรอก ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรมีลูกนะสงสารเด็ก มีแม่แบบนี้”

โดยภาพที่โพสต์เป็นเรื่องราวของคุณแม่รายหนึ่งที่พาคุณไปหาคุณหมอเนื่องจากลูกเป็นแผลในปาก ซึ่งทางหมอให้ยาทาในปากมาเพราะลูกเป็นเชื้อรา ตนจึงเกิดสงสัยในตัวยาที่ให้มามีความคล้ายกับยาสอดที่ตนเองใช้ตอนตกขาว เมื่อค้นหาในอินเตอร์เน็ต ปรากฎว่าเป็นยาชนิดเดียวกัน จึงได้โพสต์สอบถามชาวเน็ต โดยระบุว่า ขอถามผู้รู้ค่ะ คือไม่ทราบจริงๆ อย่าด่าว่าโลกสวยนะคะ แค่เป็นห่วงลูกค่ะ พอดีลูกเป็นแผลในปากคนแถวบ้านเขาว่าเป็น “ซางให้เช็ดกันน้ำเยี่ยว”

ความที่อยากให้ลูกหายก็ทำตามค่ะ พอเช็ดแล้วรู้สึกว่ามันลามเลยพาไปหาหมอคลีนิคแห่งหนึ่งค่ะ หาเสร็จหมอจัดยามาให้ หมอว่าให้บดละเอียดแล้วกวาดทาในปาก วัน4รอบ ก็ถามหมอไปว่าขมไหมค่ะ หมอว่าขมครับ แล้วเด็ก 4เดือนใช้ยานี้ได้แล้วหรอค่ะ หมอว่าครับใช้ได้ลูกเป็นเชื้อรา เราก็กลับมาบ้าน มีความรู้สึกนึกคิดว่ายานี้ตอนเราท้องเราตกขาวเราเคยใช้ เลยค้นหาในกูเกิล ตกลงจริงๆ ด้วยค่ะอยากทราบว่าหมอ ให้ลูกเราใช้ยาสอดมาทาปากได้ด้วยหรอค่ะ เห็นมันเขียนว่ายาอันตราย แบบนี้ได้ด้วยหรอค่ะ เลยไม่ใช้ค่ะขอคนรู้จริงๆค่ะ งดด่าค่ะ เพราะไม่รู้จริงๆ ค่ะ

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ POBPAD ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ ยาเหน็บช่องคลอดว่า เป็นยาที่ใช้เหน็บหรือสอดเข้าไปในช่องคลอด มีลักษณะเป็นวัตถุรูปวงรีหรือรูปไข่ขนาดเล็ก ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วกว่ายารับประทาน เนื่องจากเมื่อเข้าสู่ร่างกายตัวยาจะละลายและถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดที่บริเวณช่องคลอดโดยตรง และมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยที่ไม่สามารถกลืนยาหรือผู้ที่กระเพาะอาหารหรือลำไส้ดูดซึมยาได้ไม่ดี “มักใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา ภาวะช่องคลอดแห้ง และใช้คุมกำเนิด หรืออาจใช้รักษาโรคอื่น ๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์”

ทั้งนี้ ภายหลังเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเป็นสาธารณะ ต่างก็มีชาวเน็ตเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก..

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด