ภาพโดย Mercedes Mehling / unsplash.com
ภาพโดย Mercedes Mehling / unsplash.com

หลังมีกระแสแสดงความคิดเห็นแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1448 เพื่อแก้กฎหมายสมรสจากคำว่า "ชาย" และ "หญิง" เป็น "บุคคล" เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถ "สมรส" อย่างเท่าเทียม เพื่อเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ ซึ่งได้รับความสนใจจากคนไทยจำนวนมาก ล่าสุดมีผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นมากกว่า 50,000 คนแล้ว

แต่! พ.ร.บ.ฉบับนี้ "ไม่ใช่" พ.ร.บ.ที่ประชาชนช่วยกันออกเสียง

พ.ร.บ.คู่ชีวิต ไม่ใช่ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1448 ที่พรรคก้าวไกลเป็นผู้เสนอ หรือฉบับที่ชาวเน็ตกำลังสนับสนุนให้ทุกคนร่วมแสดงความคิดเห็น( #สมรสเท่าเทียม )

จุดประสงค์ของการผลักดันให้เกิด#สมรสเท่าเทียม เพราะคำว่า "คู่สมรส" มีอยู่ในกฎหมายทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นสวัสดิการของข้าราชการหรือสวัสดิการเอกชน ดังนั้นหากทุกคนที่มีคนรัก ไม่ว่าจะเพศอะไร สามารถจดทะเบียนเป็น "คู่สมรส" กันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย คนไทยทุกคนจะเข้าถึงสิทธิดังกล่าวได้อย่างเท่าเทียม

มีพ.ร.บ.แล้ว ทำไมยังไม่พอใจ?

เสียงจากชาว LGBTQ+ ในโซเชียลส่วนใหญ่ไม่เห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้แสดงถึงความ "เท่าเทียม" แต่อย่างใด เนื่องจากตัวกฏหมายเลือกใช้คำว่า "คู่ชีวิต" ซึ่งเป็นคำเฉพาะสำหรับพ.ร.บ.ฉบับนี้เท่านั้น ไม่ใช้คำว่า "คู่สมรส" อย่างที่ "คู่รักชายหญิง" ทั่วไปใช้กัน

ถ้อยคำที่แตกต่างกันนี้เอง ที่ลดทอนสิทธิพึงมีของคู่รักที่มีความหลากหลายทางเพศ กล่าวคือคู่รักใดที่ไม่ใช่ชายหญิง จะยังไม่ได้รับสิทธิ์ทัดเทียมคู่รักชายหญิง อาทิ

  • ไม่มีสิทธิ์ - ในการตั้งครรภ์แทน หรือเรียกง่าย ๆ ว่าอุ้มบุญ
  • ไม่มีสิทธิ์ - ในการลดหย่อนภาษีเงินได้ เหมือนคู่สมรส
  • ไม่มีสิทธิ์ - ในการรับสวัสดิการรักษาพยาบาลของคู่ชีวิตอีกฝ่ายที่รับราชการ
  • ไม่มีสิทธิ์ - ในการขอเปลี่ยนสัญชาติไทย สำหรับคู่ชีวิตต่างชาติ หลังจดทะเบียน
  • ไม่มีสิทธิ์ - ในการเป็นคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย

สิทธิทั้งหมดที่เรากล่าวมาคือสิ่งที่คู่รักกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ "ไม่ได้รับ" เพราะกฎหมายบอกว่าพวกเขาเป็น "คู่ชีวิต" ไม่ใช่ "คู่สมรส"

เข้าใจความต่าง ร่าง แก้ไข ป.พ.พ. มาตรา 1448 เพื่อ #สมรสเท่าเทียม และร่าง พ.ร.บ….

โพสต์โดย THE STANDARD เมื่อ วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2020

แต่ก็มีสิทธิ์มากกว่าสมัยก่อน?

ไม่ปฏิเสธเลยว่าทางการเมือง สังคม หรือในแง่การปกครองต่าง ๆ สิทธิและเสรีภาพของชาว LGBTQ+ ถูกบรรจุอยู่ในหลาย ๆ นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศ และนับเป็นเรื่องน่ายินดีที่นักการเมืองหรือนักเคลื่อนไหวในหลายแวดวงให้ความสนใจในประเด็นนี้อย่างจริงจัง

อ่าน :

ผู้ว่าฯ จันทบุรี ออกประกาศความเท่าเทียมทางเพศ จังหวัดแรกของประเทศไทย

ม.ธรรมศาสตร์ให้นศ.แต่งกายตามเพศสภาพเข้าเรียน-รับปริญญาได้

แต่หาก พ.ร.บ.คู่ชีวิตที่ควรเป็นก้าวแรกของ "สิทธิตามกฎหมายของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ" ถูกเขียนขึ้นมาโดยเน้นย้ำความแตกต่างระหว่างคู่รัก LGBTQ+ และคู่รักชายหญิง (คู่ชีวิต ≠ คู่สมรส) แทน

แล้วคนไทยจะคาดหวังให้เกิด "ความเท่าเทียม" อย่างแท้จริงได้เมื่อไหร่?

ยิ่ง "เหลื่อมล้ำ" เพราะเป็น "คู่ชีวิต"

ส.ส.ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ จาก พรรคก้าวไกล ให้ความเห็นถึง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เอาไว้ว่า หากร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านและถูกนำมาบังคับใช้ตามกฎหมาย จะยิ่งเป็นการตอกย้ำ "ความต่าง" ของกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ และเพิ่มอคติทางเพศในสังคมไทย เพราะกลุ่ม LGBTQ+ จะถูกบังคับใช้กฎหมายคนละฉบับกับคู่สมรสชายหญิง

เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ทุกคนต่างเรียกร้องพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือการที่คนไทยทุกคน ทุกเพศ ได้มีสถานะ "คู่สมรส" กันอย่างแท้จริง ถือเป็นโจทย์สำคัญที่สังคมไทยต้องช่วยกันตั้งคำถามและผลักดัน ให้คนทุกกลุ่มได้ใช้ชีวิตอย่างเสมอภาคที่สุด

ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1448 ได้
ที่นี่

*ขอความกรุณาแสดงความคิดเห็นอย่างสุภาพ งดถ้อยคำหยาบคาย หรือทัศนคติที่แสดงอคติต่อกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

--

อ้างอิง

The Standard

Voice TV

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด