คาดครึ่งหลังปี 63 การลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยในกทม.จะมีจำนวน 68,000 หน่วย ลดลง 42.8%

การลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในครึ่งปีหลัง2563 จะมีจำนวนประมาณ68,000 -72,000 หน่วย ลดลง42.8% ถึง39.5% จากปีก่อน

เผยแนวโน้มโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลครึ่งปีหลัง2563

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผย ครึ่งปีแรก2563 เครื่องชี้กิจกรรมการซื้อขายที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล ปรับลดลงตามปัจจัยแวดล้อม อัตราการรจองซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ช่วง5 เดือนแรกปี2563 เฉลี่ยหดตัวราว75% ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยลดลง3.4% จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจหยุดชะงัก และแผนกิจกรรมการตลาดของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยต้องเลื่อนออกไป

สำหรับช่วงที่เหลือของปี2563 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ทิศทางการซื้อขายที่อยู่อาศัยน่าจะปรับตัวดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่น่าจะค่อยๆ ฟื้นตัว และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยยังพอมีปัจจัยด้านบวกอย่างมาตรการการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์และค่าจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยไม่เกิน3 ล้านบาท(สิ้นสุด24 ธ.ค. 63) และแคมเปญกระตุ้นตลาดของผู้ประกอบการ

อย่างไรก็ดี แนวโน้มเศรษฐกิจที่กระทบภาคธุรกิจและกำลังซื้อครัวเรือนเป็นวงกว้าง ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งปี2563 ยากจะพลิกกลับมาเป็นบวก โดยคาดว่าจะมีจำนวน62,000-67,000 หน่วย หรือหดตัว37.9% ถึงหดตัว32.9% จากปีก่อน ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยน่าจะมีจำนวน140,000-145,000 หน่วย หดตัว29.3% ถึงหดตัว26.8% จากปีก่อน

ทั้งนี้ ภายใต้ความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่ชะลอลง ผู้ประกอบการหลายรายมีการปรับลดการลงทุนและรอจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งแม้ว่าอาจส่งผลระยะสั้นต่อผลประกอบการ แต่ก็ถือเป็นการปรับสมดุลของอุปสงค์และอุปทานในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และสินค้าในพอร์ตของผู้ประกอบการให้มีเสถียรภาพ โดยทั้งปี2563 คาดว่าการลงทุนโครงการที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลจะมีจำนวนประมาณ68,000 -72,000 หน่วย ลดลง42.8% ถึงลดลง39.5% จากปีก่อน

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด