วันหนึ่งไปรื้อค้นหาอ่านจนพบว่า

กาลิเลโอได้ทำการทดลองเอาของซึ่งมีน้ำหนักแตกต่างกันสองสิ่งทิ้งลงมาจากตึกสูง วัตถุมีหนักเบาแตกต่างกัน  แต่กลับใช้เวลาในการตกถึงพื้นด้วยเวลาที่เท่ากัน 

การทดลองเชิงประจักษ์ เป็นความอัศจรรย์สำหรับสิ่งที่ค้นพบในวันนั้น แม้กระทั่งวันนี้ก็ยังมีหลายคนไม่รับรู้รับทราบ

แต่ในกรณีที่ของสองสิ่งนั้น มีสิ่งหนึ่งเป็นของพริ้วเบา เช่นขนนก ขนนกอาจจะตกลงถึงพื้นดินช้ากว่าก้อนหิน

ทฤษฎีบอกเกี่ยวกับแรงดึงดูดของโลก และแรงต้านของลม

ตอนนั้นแม้ไม่ได้สนใจตัววิชาฟิสิกส์หรือกลศาสตร์นัก แต่เวลาได้รับรู้ก็ตื่นตาตื่นใจ

ตระหนักว่า  เมื่อมีความรู้เหล่านี้อยู่บนโลก ก็ย่อมมีคนบนโลกนี้ที่ไม่รู้อยู่อีกมากมาย

 

และก่อนหน้านั้น เราก็มักจะมีความภูมิใจลึกๆ ที่ตนเองรู้ แต่คนอื่นไม่รู้

เวลาคนเถียงกัน ผมก็ไม่ค่อยอยากจะเถียงกับใครเพื่อจะขวนขวายขยายความจริง ปล่อยนิ่งๆ วางเชิงไว้

เมื่อการถกเถียงนั้นเกิดการขัดแย้งไม่ตกผลึก เถียงกันไม่จบ เราก็แค่รอจังหวะที่มีช่องว่างเกิดขึ้น

ซึ่งมักจะโผล่มาพร้อมๆ กับคำว่า ‘งั้นมาพนันกันไหม’

สมัยที่ยังไม่มีกูเกิ้ลให้ค้นคว้า แต่เราอาจจะมีหนังสือซึ่งคั่นหน้าเอาไว้เรียบร้อยแล้ว รอเปิดทันทีเมื่อมีเหยื่อวิ่งมาติดกับดักนั้น

ยกตัวอย่างภาษาไทยสักข้อพอสังเขป เช่น คำว่า วสันต์ฤดู คุณคิดว่าหมายถึงฤดูอะไร ผมเชื่อว่าคนเกือบทั้งร้อยที่พบเจอ ก็มักจะบอกว่า ฤดูฝน 

แต่ถ้าผมบอกว่า วสันต์ไม่ได้แปลว่าฤดูฝน 

คุณก็ต้องคิดว่าผมเพ้อเจ้อ

นั่นแหละ เราจึงต้องพึ่งพาพจนานุกรม

แล้วคุณก็จะอึ้ง เมื่อเปิดพจนานุกรม ไปหน้าว.แหวน

เพราะ วรรษา(วัดสา) . พรรษา,ฤดูฝน; ปี

และ วสันต์(วะสัน) . ฤดูใบไม้ผลิ

 

ไม่ใช่ว่าผมเก่งกว่าคนอื่น ผมแค่ค้นพบคำบางคำ กฎบางข้อ และทดลองบางสิ่งมาก่อน

เมื่อมีใครรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผมก็จะหาช่องว่างจากความรู้เหล่านั้น ในการโชว์เหนือหรือบางครั้งอาจถึงกับทำให้ผู้ไม่รู้ถึงขั้นตกเป็นเหยื่อ

ความไม่รู้ของคนอื่นอาจทำให้เราเหนือกว่าได้เปรียบและบางครั้งเอาเปรียบ 

มันชวนให้หลงใหลในความไม่รู้ของคนอื่นและทะนงในความสามารถของตน

 

ผมจึงไม่เคยคิดที่จะมาเป็นครูเป็นผู้สอน

แต่กลับสนุกกับการเดิมพันและการพนัน

ผมเรียนรู้วิธีดูอาการของคนที่ถือไพ่ ว่ามีความแตกต่างกัน บางคนถือไพ่ดีแล้วจะรวบไพ่ บางคนได้ไพ่ดีแล้วจะมีอาการคันตรงนั้นตรงนี้

ผมนั่งดูวิธีเล่นไพ่ของเพื่อนพ้องน้องพี่ คอยถือหางคนนั้นทีคนนี้ทีไปก่อน แท้จริงคือการเฝ้าแอบดูสังเกตพฤติกรรม ว่าแต่ละคนมีอุปนิสัยหรือวิธีวางมือ วางไพ่ กระทั่งจังหวะการเกาหู เกาคาง อย่างไรอยู่ในบันทึกของผมไว้

บางค่ำคืนเมื่อดูจนครบรอบวงแล้ว ผมก็เข้านอน นอนให้เต็มอิ่ม เพื่อให้สรรพกำลังพรักพร้อม ตื่นมาตีสี่ตีห้า ตอนที่ทุกคนกำลังอ่อนล้า บางคนเสียทรัพย์ไปเยอะยิ่งจิตประหวั่นสมาธิแตกซ่าน ส่วนคนที่เล่นได้หน้าตักมีเงินกอง ก็มือใหญ่ใจเติบ 

ผมจึงค่อยๆ ลุกขึ้นมาอาบน้ำประแป้ง แล้วลงไปร่วมวงสังสรรค์อบายมุขด้วย

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่า นาทีนั้นผมย่อมได้เปรียบผู้อื่นหลายขุมอยู่ ถ้าไม่มีการโกงก็คงยากจะต้านทานจิตวิทยาในการเล่นไพ่ของนายสมจุ้ย ณ สามย่าน

ผมหลงใหลในความไม่รู้และอ่อนด้อยของผู้คน

ยิ่งคนอ่อนแอเท่าไหร่ โอกาสที่เราจะเหนือกว่าจนเป็นผู้นำ และได้รับผลพวงย่อมมากกว่า

แต่นาทีนี้ไม่ใช่

ไม่รู้อะไรต่อมิอะไรที่เข้าในชีวิต ทำให้องศาความคิดของเราค่อยๆ เปลี่ยนไป

จากสิ่งซึ่งไม่เคยคิดจะทำ ผมกลับรู้สึกดีที่ได้ทำ

หนึ่งในนั้นคือการสอน

เวลาได้ยินคนบอกว่า เรื่องแบบนี้มันสอนกันไม่ได้ ผมก็มักจะทักท้วงในใจ ว่าถ้าสอนเป็นมันก็น่าจะสอนกันได้

เวลาคนบอกว่า ความคาดหวังคราวนี้ สอนไปแล้วทั้งร้อยคนหรือทั้งชั้นเรียน ได้ผลแค่คนนึงก็ดีใจแล้ว

ผมกลับรู้สึกว่าคนเดียวมันน้อยเกินไป ถ้าเราเสียเวลาสอนตั้งร้อยคน จะให้พอใจง่ายๆ คงไม่ใช่เรา น่าจะคาดหวังไว้มากกว่าครึ่ง บางครั้งผมคาดหวัง ถึงเก้าสิบด้วยซ้ำ

แต่แน่นอน มันย่อมไม่ใช่วิธีการเดิมๆ และรูปแบบเดิมๆ หากเราหวังผลลัพธ์แบบใหม่ๆ

อาชีพการสอนซึ่งไม่เคยคิดจะทำมาก่อนกลับนำความสุขความชื่นบานมาให้ยิ่งแจกจ่ายแบ่งปันเป็นวิทยาทานก็ยิ่งเบิกบานไม่รู้จบ

สอนแล้วก็ใช่ว่าความรู้ของเราจะมลายหายไปกลับทำให้เราเข้าใจสิ่งที่สอนมากขึ้นและได้เรียนรู้ร่วมไปกับผู้เรียน

ติดตามบทความใหม่ ๆ จากศุ บุญเลี้ยง ได้ทุกวันพุธ บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่เพจศุ บุญเลี้ยง

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด