ภายหลังที่รัฐบาลได้มีการผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมระยะที่ 1 คือธุรกิจที่มีความจำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าขนาดเล็ก ร้านอาหารที่เปิดในพื้นที่โล่งแจ้ง และสวนสาธารณะ ซึ่งระยะดังกล่าวประชาชนทุกคนได้ทำตามมาตรการของรัฐเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการสั่งอาหารที่บ้านโดยเฉพาะใช้บริการเดลิเวอรี ซึ่งเป็นการลดการเผชิญหน้ากันระหว่างบุคคล     ต่อมามีการผ่อนปรนระยะที่ 2 ได้มีเปิดห้าง และร้านอาหารที่มีการอนุญาตให้รับประทานอาหารที่ร้านได้ แต่ต้องมีการจำกัดการนั่งร่วมโต๊ะกันเพื่อเว้นระยะห่าง ซึ่งก็มีร้านส่วนหนึ่งที่ปฏิบัติตามคำแนะนำของภาครัฐเป็นอย่างดี แต่ก็มีร้านอาหารบ้างส่วนที่ยังให้นั่งโต๊ะเดียวหลายคนอยู่ ทำให้เห็นว่าประชาชนรวมทั้งกิจการต่างๆ การ์ดกำลังตกลงไปทุกวัน     อีกทั้งการเปิดห้างสรรพสินค้า ยังมีประชาชนเข้าไปกระจุกตัวเป็นกลุ่มก้อน โดยที่เห็นได้ชัดคือห้างดังย่านบางนา  ที่ห้างต้องสั่งปิดก่อนกำหนดเนื่องจากประชาชนที่เข้าไปใช้บริการทั้งร้านค้าและร้านอาหาร ต่างมีผู้คนยืนรอต่อแถวกันอย่างคับคั่ง เนื่องจากร้านค้าต่างๆ มีมาตรการในการเว้นระยะห่าง จึงต้องจำกัดจำนวนผู้เข้าร้าน ส่งผลให้คนออกันที่หน้าร้านเป็นจำนวนมาก และประชาชนเข้าห้างเป็นจำนวนมากเพื่อจับจ่ายใช้สอย     นอกจากมาตรการของประชาชนในการเว้นระยะห่างที่หละหลวมแล้ว สิ่งที่สำคัญที่ประชาชนเริ่มได้มีการปล่อยปละละเลยคือการใส่หน้ากากอนามัยน้อยลง จึงเป็นคำถามตามมาว่า เมื่อมีการผ่อนปรนระยะที่ 3 และ 4 การระบาดในระลอกที่ 2 ในประเทศไทยจะกลับมาหรือไม่ ถึงแม้ว่าขณะนี้ประเทศไทยจะมีการแพร่ระบาดของเชื้อน้อยมาก โดยพบการติดเชื้อ ส่วนใหญ่มาจากต่างประเทศมาตรการในการควบคุมทำได้ดีมาก  แต่ถ้าเราออกไปดูนอกบ้าน เราจะพบว่าทั่วโลกยังมีการแพร่ระบาดกันอย่างต่อเนื่อง มีผู้ป่วยใหม่วันละเป็นหมื่น เป็นแสนคน จึงเป็นการยากที่จะกวาดล้างไวรัสนี้ให้หมดไป     ทุกคนจึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ ในทุกปีโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัดใหญ่ จะพบน้อยมากในฤดูร้อน และในช่วงปิดเทอม จะระบาดมากในฤดูฝน เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจ จึงไม่แปลกที่จะระบาดในฤดูฝน โดยเฉพาะจากเด็กสู่เด็กก่อน แล้วจึงแพร่ระบาดออกไป  การระบาดในระลอก 2 ถ้าเกิดในฤดูฝน อย่างไข้หวัดใหญ่ ก็ยากที่จะควบคุม     ถ้าดูจากสถิติการระบาดในหลายประเทศมาจากแค่คนเพียง 20% เท่านั้น ซึ่งอยู่สถานที่ที่เป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นผับบาร์ สนามมวย โดยเป็นพื้นที่ที่มีความแออัดของจำนวนประชากร และอากาศถ่ายเทไม่ดี ซึ่งปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เชื้อแพร่กระจายได้ง่ายมาก เพราะเชื้อจากคนแค่ไม่กี่คนจะทำให้กลุ่มคนจำนวนมากติดเชื้อ อีกทั้งคนที่ติดเชื้อก็จะแพร่ไปยังคนที่บ้านต่อไป สมมติว่าหลายธุรกิจในระยะที่ 4 โดยเฉพาะกลุ่มผับมีการเรียกร้องให้มีการเปิดเนื่องจากเขาไม่สามารถอุ้มธุรกิจไหว ถ้ายังไม่มีการเปิด แม้กิจการต่างๆ จะบอกว่าตัวเองจะมีการคัดกรองเป็นอย่างดี มีเครื่องตรวจอุณหภูมิไว้ทุกร้าน แต่อย่าลืมว่ายิ่งเป็นวัยรุ่นที่ติดเชื้อยิ่งไม่แสดงอาการ สุดท้ายคนที่ติดเชื้อก็ยังเล็ดรอดเข้าไปในกิจการนั้นๆ อยู่ดี ความเสี่ยงของการติดเชื้อในผับอาจจะถึงขั้นซูเปอร์สเปรดเดอร์ คือจากคนเพียงไม่กี่คนอาจจะทำให้คนอื่นติดเชื้อนับร้อย อย่างเช่นกรณีสนามมวย และต่อยอดไปเรื่อยๆ     นี่คือสิ่งที่ยืนยันว่าผับ บาร์ เป็นกิจการที่ต้องหลีกเลี่ยงในการเปิด ต่อให้มีการเว้นระยะของโต๊ะภายในร้าน การจำกัดจำนวนคนเข้าร้าน หรือมาตรการป้องกันทั่วไปก็ตาม แต่ขึ้นชื่อว่าสุราย่อมทำให้คนขาดสติได้ เมื่อนักดื่มเมา ความสามารถในการป้องกันตัวเองลดลง อาจมีการไปใกล้กระทบกระทั่ง หรือแม้แต่อาเจียนตามพื้นผิว ส่งผลให้เชื้อกลับมาแพร่กระจายเหมือนเดิม     ยกเคสกรณีเมื่อไม่นานมานี้ การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ที่กลับมาระบาดซ้ำในประเทศเกาหลีใต้ โดยมีสถานที่สำคัญอย่างไนต์คลับย่านดังอิแทวอน ในกรุงโซล ไม่ว่าจะเป็น Kingclub, TrunkClub, Club Queen และ Sulpan ซึ่งเป็นสถานบันเทิงของชาวรักร่วมเพศ โดยขณะนี้พบผู้ป่วยเกินหนึ่งร้อยรายที่ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อ เป็นการติดจากบุคคลที่สอง และสาธารณสุขของเกาหลีใต้ประเมินว่ามีคนประมาณ 6,000 ถึง 7,200 คน ที่เสี่ยงที่จะได้รับเชื้อไวรัสจากไนต์คลับในช่วงเวลานั้น ถ้าดูจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศเกาหลีใต้ทะลุเกิน 1 หมื่นรายอย่างรวดเร็วจากกรณีดังกล่าว     จึงไม่แปลกที่ไทยควรจะถอดบทเรียนจากเกาหลีใต้เพื่อเตือนใจว่าถ้ามีการผ่อนปรนร้านเหล้าหรือไม่ ไม่แม้แต่กรณีนี้ในกิจการระยะที่ 3 ไม่ว่าจะเป็นสนามกีฬา ที่มีกิจกรรมกีฬาบางประเทศที่เล่นโดยมีระยะห่างระหว่างบุคคล อาทิ  แบดมินตัน เทนนิส รวมถึงคลินิกความงามเต็มรูป กิจการต่างๆ รวมถึงประชาชนการ์ดจะตกลงกว่าเดิมหรือไม่ ซึ่งต้องจับตาดูอีกครั้งเพื่อพิจารณาในการผ่อนปรนระยะที่ 4 หรือขั้นเลวร้ายที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่เชื้ออยู่คงอาจจะกลับมาปิดกิจการต่างๆ เริ่มใหม่กันอีกครั้ง.

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด