"ครูเอ๋" นักปรึกษาภาพลักษณ์มือหนึ่งของเมืองไทยที่ทำให้คุณมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
ผลพวงจากการโดน BULLY ตั้งแต่เด็ก คุณแม่พาเข้าคอร์สเพื่อสำรวจจิตใต้สำนึกตัวเองใช้เวลาเพียง 2 วันครึ่ง แล้วเซ็นสัญญากับตัวเองว่า “ฉันจะไม่ยอมมีชีวิตแบบเดิมอีกต่อไป” จากวันนั้นจนวันนี้สู่เส้นทาง “ที่ปรึกษาภาพลักษณ์” เพื่อผลักดันให้คนรักตัวเองเพราะเธอเชื่อว่า “ถ้าคนตกหลุมรักตัวเอง ก็จะอยากทำทุกอย่างให้มันดี” โดยไม่ต้องพึ่งปาฏิหาริย์ใดๆ

“ลูกคนขายถ่าน”ทำให้ชีวิตวัยเด็กของ ครูเอ๋ “อภัยลักษณ์ ตันตระบัณฑิตย์” ผู้ก่อตั้ง The New YOU Academyที่ปรึกษาภาพลักษณ์ กลายเป็นคน ไม่มีความเคารพนับถือตัวเองเลย

คำคำนี้เป็นสิ่งที่เธอได้ยินเพื่อนๆ ที่โรงเรียนใช้เรียกเธอ ไม่เพียงเท่านั้นพี่ชายก็มักใช้คำนี้ล้อเธอบ่อยๆ ที่บ้าน ทำให้กลายเป็นเด็กไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ใช้ชีวิตเหมือนหุ่นยนต์ที่ไขน๊อตไม่แน่นทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ทำให้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน บ้าน หรือ โรงเรียน ก็ไม่มีความสุข และกลายเป็นคนที่ “ไม่มีความเคารพนับถือในตัวเองเลย”

“ เรารู้สึกอยู่ตรงไหนมันไม่มีความสุข อยู่ที่โรงเรียนก็ไม่มีความสุข เพื่อนก็แกล้ง อยู่ที่บ้านมันก็ไม่สนุก เลยไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วเรามีตรงไหนที่น่ารัก เรามีตรงไหนที่น่าจะตกหลุมรักเหรอ สิ่งที่เราขาดไปเลยคือ เราไม่ชอบอะไรในตัวเองเลย เราไม่มีความเคารพนับถือในตัวเองเลย”

จนกระทั่งเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย นับเป็นจุดเปลี่ยนความคิดที่มีต่อตัวเอง เมื่อคุณแม่พาไปเข้าคอร์สสำรวจจิตใต้สำนึกในตัวเอง เพียง 2วันครึ่งเปลี่ยนความคิดของเธอที่มีต่อตัวเองแบบ 360 องศา แล้วสัญญากับตัวเองว่า “ฉันจะไม่ยอมมีชีวิตแบบเดิมอีกต่อไป” 

ด้วยใจรักการสอน การถ่ายทอด เรื่องของ Mindเรื่องของจิต เรื่องของจิตใต้สำนึก เธอจึงเริ่มต้นเป็นล่ามให้กับเทรนนิ่งบริษัทที่คุณแม่พาไปเข้าคอร์ส ทำทุกอย่างเหมือนเทรนนิ่งแบบช็อตต่อช็อต ทุกสัปดาห์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ พบเจอผู้อบรมที่หลากหลายตั้งแต่อายุ14 ปี จนถึง 70 ปี  บ่มเพาะ ซึมซับ อยู่เป็นปี แล้วขยับจึงเป็น “เทรนนิ่ง” มีลูกศิษย์ตั้งแต่ยังไม่รับปริญญา หลังเรียนจบยังคงเดินหน้าเก็บเกี่ยวประสบการณ์เรื่องการสอนคนต่อเนื่องแต่ยังขาดการด้านการบริหาร จึงตัดสินใจลาออก แล้วเข้าสู่ชีวิตพนักงานประจำ  

“ทำมา 5 ปี ตั้งแต่เซลล์ มาร์เก็ตติ้ง ก็มีโอกาสได้เจอเยอะแยะมาก ทั้งภาครัฐและเอกชน แต่รู้สึกว่าการเทรนนิ่งมันซึมอยู่ในกระแสเลือดเราตั้งแต่แรกเลย ตั้งแต่วันแรก ก็เลยรู้สึกว่ายังไงก็อยากสอน ชอบสอน”  

จนกระทั่งมาถึงงานประจำงานสุดท้าย คือ “ผู้บริหารเกี่ยวกับเรื่องของภาษา บริษัทอินเตอร์” ทำหน้าที่สร้างทีมแล้วแก้ปัญหาในทีมในองค์กร หลักๆ คือ ต้องสอน เทรนนิ่ง ทีมเป็นประจำสม่ำเสมอ ขณะที่วันหยุดก็ยังคงรับงานเทรนนิ่งองค์กรต่างๆ  จนวันหนึ่งเธอมีโอกาสได้ไปเทรนนิ่งผู้บริหารบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง กระตุ้นความคิดของเธอว่า “ตลอดระยะเวลาที่เทรนนิ่งหลับไม่เคยเป็นชื่อตัวเองเลย”  

“ เริ่มตกตะกอนว่าเราควรจะต้องทำอะไรสักอย่าง ที่เป็นคอร์สของเรา มีโอกาสได้ปรึกษาโค้ช เพราะเอ๋เชื่อว่า โค้ชที่ดีจะต้องมีโค้ช กลับบ้านด้วยหัวใจพองโต ค้นหาความรู้ทุกด้านจนมาเจอคำว่า “Image consultant” ที่ปรึกษาภาพลักษณ์ ตรงตัวเป๊ะเลย ครั้งแรกที่เจอคำนี้ใจมันเต้นรุนแรง ตึกตัก เหมือนมันมีจิ๊กซอว์แล้วอยู่ดีๆ ก็หา Piece of jigsawหาไม่เจอสักที จนกระทั่งวันหนึ่ง มีตัวสุดท้ายที่มันหล่นลงมาและประกอบร่างได้เสร็จเลย ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ หัวใจพองโตแล้วใจเต้นแรงทุกครั้งที่พูดถึงสายอาชีพตัวเองมี Passion ทุกครั้ง มีไฟทุกครั้งที่พูดถึงสายอาชีพตัวเอง” 

เริ่มต้นหาเส้นทางก้าวต่อไปของ “Image consultant”ทิ้งตำแหน่งผู้บริหารบินลัดฟ้าสู่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเธอยอมรับว่า เป็นก้าวที่ท้าทายใช้เวลาระยะหนึ่งเพื่อเรียนรู้จนความรู้แน่น พร้อมกลับมาเมืองไทย แต่…กลับพบว่าไม่สามารถนำมาถ่ายทอดได้ จึงตัดสินใจเรียนรู้ใหม่อีกครั้ง ซึ่งเธอบอกว่า “เป็นจังหวะของการทุบหม้อข้าวเผาสะพาน” เพราะผู้ที่เชียวชาญด้านนี้ในระดับที่เรียกว่าCIM(Certified image mastery) มีเพียง 12 คนในโลก โดยระดับ CIM ได้ต้องใช้ระยะเวลาในการเรียนถึง 10  ปี ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เรียนกับหนึ่งใน 12 คนของโลก และเธอต้องทุ่มความพยายามทั้งหมดที่มี

“ เราก็แพ็คกระเป๋าติดต่ออาจารย์เรียกว่าเป็นจังหวะทุบหม้อข้าวเผาสะพาน เพราะว่าออกจากคอร์เปอร์เรตมาพักหนึ่งแล้วการไปเรียนต้องอาศัยความพยายามมากจริงๆ ทั้งเรื่องของทุนทรัพย์ เรื่องของระยะเวลา ที่พักแล้วทุกอย่าง เรียนอยู่ที่นู้นช่วงหนึ่งเลย แล้วเจออาจารย์ระดับ CIMอีกท่านหนึ่ง คิดว่าต้องไปที่นี่ก็ไปที่ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ”

การตัดสินใจไปศึกษาด้านนี้แบบล้ำลึกอีกครั้ง กับ ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกทำให้ครูเอ๋พร้อมกับมาลุยเส้นทาง “อาชีพที่ปรึกษาภาพลักษณ์” และถือเป็นโอกาสที่จะเปลี่ยนมุมมองของคนเกี่ยวกับการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูดีจากภายใน เพราะในเมืองไทยยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้น้อยมาก เพราะส่วนใหญ่มีความเข้าใจด้านภาพลักษณ์ว่าเป็นเพียงเรื่องภายนอก เธอจึงกลับมา ก่อตั้ง The New YOU Academyเพื่อบอกให้รู้ว่า“ภาพลักษณ์ไม่ใช่เรื่องของการแต่งตัวเท่านั้น” แต่เป็นเรื่องของการปรับความคิดภายในตัวตนของคนคนนั้นให้มีมุมมองต่อตัวเองอย่างมีคุณค่าและนำมันออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นคือโครงการ MOU มาจากคำว่า Miracle of you  คือการเพาะบ่มตัวเองจนสามารถตกหลุมรักตัวเองได้โดยไม่ต้องปาฏิหาริย์จากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะเธอเชื่อว่ามนุษย์ทุกคนบนโลกเกิดมาเป็นผู้ชนะไม่ใช่ผู้แพ้เพราะฉะนั้นลุกขึ้นมาปลุกพลังในตัวคุณทั้งกาย ใจ สมอง ตั้งแต่วันนี้อย่ารอให้เกิด Perfect Moment หรือสิ่งมหัศจรรย์เพราะเราสามารถดลบันดาลสิ่งมหัศจรรย์ได้ด้วยตัวเราเอง

เพี้ยง ขอให้มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยฉันที่เถอะ ขอให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ขอให้มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้น มาช่วยฉันทีเถอะ อยากจะบอกว่ากลับบ้านไปส่องกระจกดูซะ ตัวเรานั่นแหละคือสิ่งสิ่งมหัศจรรย์ตัวคนทุกคนนั่นแหละที่มีPowerในตัวเอง ทุกคน บนโลกใบนี้เกิดมาเป็น As a winner นะ เกิดมาเป็นผู้ชนะ Not a loser ไม่ได้เกิดมาเป็นผู้แพ้แน่นอน”

LIFE STORY ของ ครูเอ๋ “อภัยลักษณ์ ตันตระบัณฑิตย์”จากเด็กที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ไม่แม้กระทั่งเคารพตัวเองในวันนั้น สู่เส้นทางอาชีพการเป็นที่ปรึกษาภาพลักษณ์เบอร์ต้นๆของเมืองไทย คงเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลให้ใครหลายคนที่กำลังฟังเสียงคนอื่นมากกว่าเสียงตัวเองกล้าลุกขึ้นมาสร้าง Miracle of youตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด