หนี02

คดีพลิกโครงกระดูกในรถถูกเผา ที่แท้จัดฉากแกล้งตายหนีคดี ลวงคนเร่ร่อนมาฆ่าเผายัดรถ

จากกรณีที่สภ.จอมบึง เข้าตรวจสอบโครงกระดูกมนุษย์ในซากรถเก๋ง ซีตรอง สีแดง ทะเบียน กม 6094 ราชบุรี ที่หน้าบ้านเลขที่ 112 ม.2 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเปิดเป็นอู่รับทำเบาะรถ โดยโครงกระดูกที่พบยู่ตรงที่นั่งคนขับ คาดว่าคือนายธิตินันท์ ภู่สุวรรณ อายุ 43 ปี เจ้าของอู่ เนื่องจากหายตัวไป แต่จากการสืบสวนพบพิรุธหลายอย่างจนทำให้ทราบว่า โครงกระดูกที่พบไมใช่นายธิตินันท์ แต่เชื่อว่าเป็นคนอื่นที่ถูกนายธิตินันท์ฆ่าแล้วนำศพมาเผาอำพราง ตามที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 1 ส.ค. พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภ.จ.ราชบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนู ฮวบประเสริฐ รองผบก.ภ.จ.ราชบุรี พ.ต.อ.โชติช่วง ภาณุทัต ผกก.สส.ภ.จ.ราชบุรี และ พ.ต.อ.ไวโรจน์ แน่นพิมาย ผกก.สภ.จอมบึง นำตัวนายธิตินันท์ มาสอบปากคำหลังหลบหนีไปอยู่ที่อำเภอบ้านคา จ.ราชบุรี และได้เดินทางไปตรวจสอบสภพารถยนต์ที่ถูกเผาในที่เกิดเหตุอีกครั้ง

พล.ต.ต.อนุภาพ เผยว่า เหตุดังกล่าวนี้ในเบื้องต้นคาดว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่จากการตรวจสอบมีหลักฐานหลายอย่างที่ไม่ใช่อุบัติเหตุ เบื้องต้นพบว่าถังแก๊สรถยนต์ทรงรูปโดนัทยังไม่ได้มีการเดินท่อต่อสายเข้าระบบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ที่นายธิตินันท์ใช้อยู่เป็นประจำก็หายไป ในพื้นที่สภ.จอมบึง ใกล้กับจุดเกิดเหตุ มีการแจ้งคนหายไว้ซึ่งไม่ใช่นายธิตินันท์

เมื่อตรวจสอบประวัตินายธินินันท์ ก็พบว่าถูกจับในข้อพยายามฆ่าเมื่อปี พ.ศ.2562 และคดีได้ถูกส่งฟ้องไปแล้วแต่ช่วงที่อยู่ในคุกนั้นนายธิตินันท์ พยายามจะฆ่าตัวตายญาติจึงได้ซื้อหลักทรัพย์ประกันตัวออกมา โดยศาลจะมีการตัดสินในวันที่ 18 ส.ค. นี้ ทำให้ทางเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการตรวจสอบหาหลักฐานต่างๆ

ทั้งผลดีเอ็นเอ การพิสูจน์อัตตลักษณ์บุคคล ใช้ทางนิติวิทยาศาสตร์มาช่วยตรวจสอบ จนพบว่าศพในรถที่ถูกเผานั้นคือนายเปลี่ยน สีชมพู อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 10 ต.จอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็นชายเร่ร่อนที่เดินเก็บขยะขายในบริเวณดังกล่าว

ด้าน พ.ต.อ.ไวโรจน์ กล่าวว่า หลังจากที่ไปจับกุมตัวนายธิตินันท์ มาได้และสอบปากคำอยู่นานจนยอมรับสารภาพว่า เป็นคนที่ไปชักชวนนายเปลี่ยน มากินเหล้าที่บ้านที่เกิดเหตุ จากนั้นก็ได้ทำร้ายนายเปลี่ยน จนตายโดยการตีด้วยเหล็กแชลง ก่อนจะนำศพไปใส่ไว้ในรถ แล้วก็สตาร์ทรถให้พุ่งไปชนรถอีกคันที่จอดอยู่ จากนั้นก็ทำการจุดไฟเผา เพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่า ตนเองนั้นตายไปแล้ว

คดีที่ตนเองต้องโทษอยู่ก็จะได้จบ เงินประกันที่ซื้อหลักทรัพย์มา ศาลก็จะต้องคืนให้เจ้าของทรัพย์ และตนยังมีเงินประกันชีวิตอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งครอบครัวก็จะไม่เดือดร้อน ตนเองนั้นยอมที่จะอยู่เหมือนบุคคลที่สูญหาย แต่สุดท้ายก็มาถุกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนทราบและไปติดตามจับกุมมาได้ ในเบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา แล้วนำศพไปเผาอำพราง

พล.ต.ต.อนุภาพ ศรีนวล ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ได้กำชับและสั่งการให้สอบสวนอย่างละเอียด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ทาง ผบ.ตร. และ ผบช.ภช7 ให้ความสนใจเนื่องจากเป็นคดีที่โหดร้ายอย่างมาก และยังไม่เชื่อกับการให้การรับสารถภาพของผู้ต้องหาน่าจะมีบางประเด็นที่ผู้ต้องหายังปกปิดอยู่

ทางด้านชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงได้เดินทางมาดูในที่เกิดเหตุพร้อมทั้งเปิดเผยว่า ชาวบ้านบริเวณนี้ดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้แล้ว เนื่องจากหลังจากเกิดเหตุชาวบ้านแถวนี้หวาดกลัวเป็นอย่างมาก และผู้ต้องหารายนี้เป็นคนไม่คบหากับใคร เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน แต่มีนิสัยดุดันเมื่อไม่พอใจใครก็จะใช้อาวุธปืนยิง ล่าสุดก็ไล่ยิงคนในหมู่บ้านแต่ไม่ตาย และถูกดำเนินคดีพยายามฆ่า แค่คราวนี้มาก่อเหตุและถูกจับกุมทำให้ชาวบ้านต่างดีใจและหมดหว่งจะได้ไม่ต้องกลัวอีกต่อไป

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด