ที่ จ.มุกดาหาร วันนี้( 11ก.ค.2563) ผ่านไปแล้ว 61 วันกับคดีน้องชมพู่ ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา ทางนพ.ศักดิ์สิทธิ์ บุญลักษณ์ หัวหน้ากลุ่มงานนิติเวช โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้ผ่าชันสูตรศพน้องชมพู่คนแรก เปิดเผยผลชันสูตรศพน้องอย่างละเอียดกับที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนของรัฐสภา และได้บอกในที่ประชุมว่า ได้ทำการชันสูตรศพเมื่อเวลา 14.00 น.ของวันที่ 15 พ.ค.2563 ยืนยันว่าสภาพศพภายนอก มีเพียงร่องรอยขีดข่วน ที่อาจเกิดจากกิ่งไม้ ซึ่งรอยขูดขีดจะกระจายเป็นกลุ่มๆ แต่พบมากที่สุดบริเวณแผ่นหลัง รองลงมา คือ เหนือข้อเท้าด้านซ้าย ซึ่งเป็นร่องรอยที่เกิดขึ้นขณะยังมีชีวิต 

ส่วนอวัยวะภายใน มีหลายส่วนเริ่มเน่าจนไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ แต่ยืนยันว่า สมองและปอดไม่พบความผิดปกติ ที่เกิดจากการทำร้ายร่างกาย มีเพียงการเน่า กะโหลกศรีษะไม่พบการแตกร้าว คอไม่หัก ไม่มีรอยฟกช้ำ ขณะที่กระเพาะอาหาร ไม่มีอาหารหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงของเหลว 10 มิลลิลิตรเท่านั้น ที่สำคัญอวัยวะเพศไม่พบร่องรอยที่เกิดจากการถูกล่วงละเมิด เยื่อพรหมจรรย์อยู่ในสภาพสมบูรณ์ 

เมื่อผลไม่ปรากฎหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่ระบุได้ว่า นี่คือคดีฆาตกรรม แพทย์นิติเวช จึงตำหนิการทำงานของตำรวจที่พยายามหาหลักฐานเชื่อมโยง มองว่าเป็นการสืบสวนสอบสวนที่ไม่ถูกต้อง ตั้งธง โดยไม่อิงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ถือเป็นหลักฐานสำคัญ 

นพ.ศักดิ์สิทธิ์ มองว่า หากไม่พบร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ก็ยังมีความเป็นไปได้กรณีเด็กพลัดหลงป่า จนขาดอาหาร ขาดน้ำ เสียชีวิต โดยมองว่าแม้จุดพบศพน้องชมพู่ จะต้องขึ้นเขาไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร แต่น้องมีระยะเวลา 3 วัน ก่อนจะเสียชีวิต

ด้านแม่ของน้องชมพู่ กล่าวว่า หากผลสรุปว่าน้องเสียชีวิตเอง ไม่ได้เกิดจากการฆาตกรรม ตนก็ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรเหมือนกัน 

ขณะที่ ลุงพล ที่เคยถูกมองเป็นผู้ต้องสงสัยมาโดยตลอด บอกว่า ถ้าหากผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ระบุว่า น้องเสียชีวิตเอง ส่วนตัวก็ต้องเชื่อตามหลักฐานของทางตำรวจ แต่ถึงอย่างไร ผลที่ออกต้องชัดเจนพอ ที่จะทำให้พ่อแม่ของน้องชมพู่ยอมรับ เพราะพวกเขาคือผู้สูญเสีย 

"สำหรับตัวเอง ไม่เชื่อว่าน้องจะตายเอง เพราะ ว่าจุดที่พบศพนั้นอยู่สูงมาก ไม่เชื่อว่าน้องจะขึ้นไปเองได้"

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด