ทุกๆปีเวลาจับของขวัญของน้องพี่ชาวศิษย์สะดือ จะใช้วิธีตั้งหัวข้อเพิ่ม แทนที่จะจับของขวัญ กลับตั้งเป็นการจับ…‘ของฝัน’ ‘ของชำร่วย’ บางปีจับ ‘ของสูง’  ปีนั้น ‘ของทำมือ’ บางทีจับ ‘ของสงวน’ ก็ยังมี 

กติกาปกติถ้าใครจับได้ของใคร  เจ้าของก็ต้องนำเสนอของว่าตรงกับคอนเซ็ปต์ที่วางไว้อย่างไร บางปีมีกติกาเพิ่มเติมว่า หากมีการจับฉลากได้ชื่อของตัวเองในรอบแรก ของขวัญที่จับไปได้แล้วของทุกคนต้องนำกลับมารวมกันใหม่  เป็นการ ล้มกระดาน แล้วเริ่มจับกันใหม่อีกครั้ง 

กติกาแบบนี้ก็สร้างความตื่นเต้นให้เกิดขึ้นอีกระลอก 

เหมือนเวลาเล่นไพ่แล้วมีตัว Joke  สามารถใช้แทนตัวอะไรก็ได้

เหมือนเวลาเล่นเก้าอี้ดนตรี แล้วถ้าเกิดใครได้เก้าอี้ตัวสุดท้าย  จะได้รางวัลพิเศษเพิ่มเข้าไป

แต่ละสิ่งละอย่าง เมื่อเพิ่มเข้าตัดออก หากคิดตั้งกติกาให้รัดกุมรอบคอบ ย่อมทำให้เกมนำไปสู่ความตื่นเต้นเร้าใจ

 

งานวันเด็กที่เคยพบเคยเห็น เป็นตัวอย่างของความไร้กติกาของคนให้และคนรับ เด็กบางคนได้ของกลับบ้านเป็นกระสอบ ในขณะที่บางคนกลับหน้าละห้อย แถมบางครา กติกาก็กำกวม 

อ้าว…ใครขึ้นมาเต้น เต้นได้ดี เต้นเข้าทีจะชนะ 

แล้วแบบไหนจึงเรียกว่าดี  ซึ่งส่วนมากพวกท่าเต้นพิศดาร มักถูกเลือกให้เป็นผู้ชนะ

การหาเกมมาเล่นในงานอีเว้นต์ก็ซ้ำๆ ซากๆ ตอบคำถามก็เดิมๆ วนเวียนไปมาเพราะไม่ได้เตรียมคำถามและกติกามาให้ดี 

เด็กบางคนวนเวียนขึ้นลงเวที เหมือนล่ารางวัล ขนมนมเนยไอติมบางทีก็มากไปน้อยไป ไม่เรียงลำดับการแจกให้ดี ก็ตีกันได้

 

เวลาพบเห็นว่ามีคนคิดการช่วยเหลือกันนั้นมันก็ย่อมดี  แต่ในความหวังดีบางทีก็มีแง่มุมให้ชวนคิด

อย่างการเปิดเพจให้นิสิตเก่า แต่ละสถาบันนำสินค้ามานำเสนอขายก็ได้รับการตอบสนองดี แต่บางทีก็ทึ่งอึ้งอึม เมื่อเห็นมีคนเอาที่ดินสี่พันกว่าล้านมาขายด้วย แบบนี้จะว่าผิดกติกาก็คงไม่ใช่  เพราะกติกาไม่ได้กำหนดไว้ว่าต้องเป็นการขายในระดับไหน

แล้วก็มีเพจหนึ่งนึกอยากเอาของมาแลกกัน ทีนี้ต้องมานึกว่าแลกกันยังไงถึงจะพอเหมาะพอดี

จะแลกแบบไม่ต้องมีกติกาใครอยากจะแลกอะไรกับใครก็ตามอำเภอใจ พูดไปเหมือนง่ายแต่กว่าจะพึงพอใจต้องนำมาเสนอหาคู่เทียบ แล้วต้องรอกันไปนานแค่ไหน จนคนแต่ละคนแต่ละคู่จะตกลงปลงใจ

การไม่ตั้งกติกามันก็ ไม่เร้าใจ และอาจยืดเยื้อเสียเวลา

มีรุ่นน้องในเพจดังว่า ติดต่อทาบทามมาว่าขอให้ผมช่วยคิดกติกา เบื้องต้นผมก็ยินดี งานแบบออกแบบความคิดเป็นงานที่ชอบถนัดและอยากช่วย ยิ่งคิดก็ยิ่งมีรายละเอียด

กติกามันจำต้องอธิบาย จะเขียนเล่าก็ยาวไป

เลยบอกเขาว่า ‘คิดกติกาได้แล้วแล้ว ช่วยโทรมาหน่อย’

เธอตอบมาว่า ‘ไม่โทรหรอก’ 

ทำท่าเหมือนกับว่าเสียเวลาที่ต้องโทรหากัน

ผมตอบข้อความกลับไปว่า ‘ที่ให้โทรมาเพราะว่ากติกามันมีรายละเอียดคุยไปด้วยซักถามกันไปด้วยจะได้เข้าใจตรงกัน’

แต่เธอก็ทำเหมือนไม่สะดวกโทรมา

จึงบอกแจ้งไปตรงๆว่า ‘ให้คิดกติกานั้นกว่าจะคิดได้นี่ ต้องใช้เวลาในการคิดเหมือนกันนะ’ แต่จนบัดนี้เธอก็ไม่โทรมา 

เมื่อเธอไม่โทรมา สิ่งที่ได้ลองคิดไว้นั้น ก็ใช่ว่าจะใช้การไม่ได้

เพราะเมื่อคิดได้แล้ว เราสามารถจะเก็บความคิดเอาไว้หรือส่งต่อให้ใครก็ได้

คิดแล้วก็ไม่เสียหาย ยังเอาไปใช้งานได้ในภายภาคหน้า

ความคิดถ้าดีย่อมยังคงใช้งานได้

ของเก่าเก็บที่ยังดีก็ย่อมจะใช้งานได้

แต่สำหรับน้องคนนั้น จากคนเคยสนิทสนมกัน กลายเป็นคนที่ใช้ไม่ได้หมดคุณค่าและความหมายต่อความสัมพันธ์ไปในบัดดล

ติดตามบทความใหม่ ๆ จากศุ บุญเลี้ยง ได้ทุกวันพุธ บน LINE TODAY และหากสามารถอ่านบทความอื่นได้ที่เพจศุ บุญเลี้ยง

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด