ศูนย์วิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับข้าวโพด ข้าวฟ่าง และพืชอื่นๆที่เกี่ยวข้องในระบบการผลิตข้าวโพดและข้าวฟ่าง แบบครบวงจรเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนและงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และนำผลการวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่สังคม ครั้งนี้จะมาแนะนำขั้นตอนและวิธีการทดสอบว่าเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรซื้อไปนั้นมีความสมบูรณ์และมีอัตราการงอกดีหรือไม่

Plant/5801_1.jpg

++ การทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุ์พืช ++ มี 2 วิธี ด้วยกัน คือ
1 วิธีการทดสอบในกระบะทรายหรือดิน
2 วิธีทดสอบในกระดาษเช็ดมือชนิดหนา
วัตถุประสงค์ : เมล็ดพันธุ์พืชที่เกษตรกรซื้อมาหรือเก็บไว้มานานแล้วควรนำมาทำการทดสอบก่อนปลูก เพื่อป้องกันการปลูกแล้วพบปัญหาปลูกแล้วไม่งอกหรืองอกน้อยไม่ทั่วแปลง บางทีต้องปลูกซ่อมหรือปลูกใหม่ ทำให้ต้องเสียเวลาและลงทุนเพิ่มมากขึ้น
 

Plant/5801_2.jpg

การทดสอบความงอกในถาดทราย :
1.ให้เตรียมทรายที่มีขนาดเล็กเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5-0.8 มิลลิเมตร หรือให้ง่ายก็ให้ทำการร่อนทรายในตะแกรงเพื่อให้ได้เม็ดทรายที่มีความละเอียด
2.ถ้าทำให้เป็นมาตรฐานสากลก็จะนำทรายไปอบฆ่าเชื้อที่อุณหภูมิ105 องศาเซลเซียส นาน 24 ชั่วโมง
3.นำทรายมาบรรจุใส่ถาดและทำการพรมน้ำพอหมาด
4.หลังจากพรมน้ำลงกระบะทรายแล้วให้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดเพาะลงกระบะหรือถาดเล็กที่บรรจุทรายเอาไว้
5.กดเมล็ดพันธุ์ลงบนทราย100 เมล็ด ต่อ 1 ถาด แล้วนำทรายมาโรยทับให้หนาประมาณ 1-2 เซนติเมตร
6.ทำการพรมน้ำพอหมาดทุกเช้าอย่าให้น้ำมากจะทำให้เมล็ดไม่งอกและเน่าเสียได้ทิ้งไว้ 7 วัน
7.ครบ 7 วัน ให้นำออกมาตรวจดู ราก ต้น ว่าสมบูรณ์หรือไม่และอัตราความงอกดีหรือสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งข้าวโพดจะมีเกณฑ์ในการตรวจสอบความงอกคือ อัตราความงอกจะอยู่ที่ 60% ขึ้นไป ไม่ต่ำกว่านี้

Plant/5801_3.jpg

วิธีทดสอบในกระดาษเช็ดมือชนิดหนา :
1.นำกระดาษมาชุบน้ำให้พอหมาด วางเมล็ดพันธุ์เรียงบนกระดาษเป็นแถว 10 แถว แถวละ 10 เมล็ด รวมเป็น 100 เมล็ด
2.หลังจากวางเรียงเมล็ดแล้วให้ทำการพับกระดาษม้วนแล้วนำไปใส่ถุงพลาสติกมัดปากถุงไว้เพื่อเป็นการเก็บความชื้นจนครบ 7 วัน
3.หลังจากที่เพาะในกระดาษและบรรจุใส่ถุงพลาสติกครบ 7 วัน ก็นำออกมาตรวจสอบความงอกโดยให้มีความสมบูรณ์ทั้งต้นและรากอยู่ที่ 60% ขึ้นไป
4.ในการนับให้นับเฉพาะต้นกล้าที่สมบูรณ์ มียอดอ่อนและระบบรากที่แข็งแรงหรือที่เห็นว่าจะเจริญเป็นต้นสมบูรณ์ต่อไป
 

Plant/5801_4.jpg

5.หากมีความงอกดีก็ใช้ได้หากมีความงอกต่ำก็ไม่ใช้ปลูก ซึ่งเมล็ดมีความงอกดี ก็ใช้เมล็ดพันธุ์ต่อไร่น้อยถ้าเมล็ดมีความงอกไม่ดีก็ใช้เมล็ดพันธุ์ให้มากขึ้นตามส่วน เพื่อให้ได้จำนวนต่อไร่ที่เหมาะสมโดยไม่ต้องมีการถอนแยกหรือปลูกซ่อม
6.ในกรณีที่มีเมล็ดพันธุ์มากเกินความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการเพาะปลูก ควรเลือกใช้เมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุดซึ่งทำได้โดยการใช้ผลการทดสอบความงอกประกอบการตัดสินใจ
 

Plant/5801_5.jpg

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด