*โดย โอภาส บุญล้อม *

เสียหน้ามาแล้วถึง 2 ครั้ง 2 ครา กับการที่รัฐบาลต้องแพ้โหวตในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้กับฝ่ายค้านเกี่ยวกับร่างข้อบังคับการประชุมสภาฯ โดยครั้งแรกแพ้แค่ 1 เสียง แต่ครั้งที่สองแพ้เยอะถึง 11 เสียง

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า การที่รัฐบาลแพ้โหวต ไม่ใช่เสียงไม่พอ แต่เป็นเรื่องการประสานงานและติดภารกิจ ทำให้เข้าไปลงคะแนนไม่ทัน จากนี้ต้องเน้นเรื่องการประสานงาน

ขณะที่ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ พรรคใหญ่อันดับสองของรัฐบาล บอกว่า มั่นใจและรับประกันได้ว่าถ้าเป็นการลงมติในวาระสำคัญหรือร่างกฎหมายฉบับสำคัญ ๆ จะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกและส.ส.ฝ่ายรัฐบาลจะคุมกันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่ปมเรื่อง"คะแนนเสียง" เป็นเรื่องที่ประมาทกันไม่ได้ ความอยู่รอดทางการเมืองสุดท้ายอยู่ที่"คณิตศาสตร์ทางการเมือง" ถ้ารัฐบาลโหวตแพ้ฝ่ายค้านในเรื่องสำคัญ รัฐบาลก็ต้องไป อย่างเช่น ถ้าแพ้โหวตในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี

ขณะนี้รัฐบาลมี 253 เสียง จาก 18 พรรคการเมืองจากเดิมที่มี 254 เสียงรวม 19 พรรคการเมือง เนื่องจากนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศิวิไลย์ ซึ่งมี 1 เสียง ถอนตัวจากร่วม รัฐบาลขอเป็น "ฝ่ายค้านอิสระ " โดยให้เหตุผลว่า 1.การทำงานในสภาฯในฐานะฝ่ายรัฐบาลไม่มีความเป็นอิสระในการตรวจสอบรัฐบาล 2.พรรคพลังประชารัฐไม่ให้เกียรติ ไม่นำนโยบายพรรคไทยศรีวิไลย์ไปดำเนินการ นโยบายหลายอย่างขัดแย้งกัน ผู้ใหญ่ในพรรคพลังประชารัฐไม่รักษาสัจจะในข้อตกลงในการร่วมรัฐบาล ส่วนพรรคร่วมฝ่ายค้านมี 246 เสียง

และหากนับกันจริงๆ รัฐบาลมีเหลือแค่ 252 เสียงเท่านั้น เนื่องจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยมารยาทไม่สามารถลงคะแนนเสียงให้กับฝ่ายรัฐบาลได้

ขณะที่พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรคเล็กอีกพรรคหนึ่งที่มีนายดำรงค์ พิเดช เป็นหัวหน้าพรรค และมีอยู่ 2 เสียง ก็ได้มีการตั้ง 3เงื่อนไขขู่ถอนตัวร่วมรัฐบาล

1.กรณีรัฐบาลจะยกที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ที่ป่าสงวนแห่งชาติ วังน้ำเขียว เขาสะโตนเอื้อกลุ่มทุนหาประโยชน์

2.ออกโฉนดทองคำ ให้เกษตรกรเปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด ซึ่งจะทำให้มีปัญหาราษฎรนำไปขายแล้วก็จะรุกป่าต่อไปไม่มีที่สิ้นสุด

3.การฟื้นโครงการตัดถนนคลางลาน-อุ้มผาง จะเพิ่มการบุกรุกปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำลายลำธารมากขึ้นและคุมไม่ได้.

ดังนั้นหากรัฐบาลขาดคะแนนเสียงจากพรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทยไปอีก ก็จะเหลือเพียง 250 เสียง ครึ่งหนึ่งของสภาพอดี และมีคะแนนเสียงห่างจากพรคฝ่ายค้านเพียง 4 เสียงเท่านั้น ถือว่าอันตรายมากๆ

นี่ยังไม่รวม พวก ส.ส. ที่ได้เป็น"รัฐมนตรี" ที่ยังไม่ลาออกจาก ส.ส. ซึ่งมีโอกาสติดภารกิจงานรัฐมนตรีไม่สามารถมาประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ โอกาสที่รัฐบาลจะเพลี่ยงพล้ำแพ้ให้กับฝ่ายค้านในสภาก็เกิดขึ้นได้อีก

และด้วยเสียงของรัฐบาลที่น่าห่วงเช่นนี้ ทางรัฐบาลจึงได้เตรียม"งูเห่า" ไว้แล้ว โดยตั้งเป้าให้ได้ถึง 270 เสียง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มือประสานงานพรรคพลังประชารัฐ เคยพูดให้คิดเมื่อครั้งที่พรรคเล็กป่วนจะแยกตัวจากการร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่า เสียงในรัฐบาลไม่ได้ปริ่มน้ำ เพราะเสียงในรัฐบาลไม่ใช่มีแค่ 254 เสียง และมีแต่จะเพิ่มกับเพิ่ม

แหล่งข่าว บอกว่า รัฐบาลจะมีการตะล่อมเอาเสียงสนับสนุนจากพรรคอื่นอีก เช่น พรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีอยู่ 6 เสียง หากนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ไม่ยอม ก็จะขาดเสียงสนับสนุนไป แค่ 1 เสียง คือนายมิ่งขวัญ เท่านั้น แต่ก็ยังจะได้ 5 เสียงมาสนับสนุน,ที่เหลือก็มาจาก ส.ส.พรรคอนาคตใหม่บางส่วน ซึ่งต้องรอจังหวะที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ และขณะนี้พรรคอนาคตใหม่ ก็ถูกร้องอยู่หลายเรื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่การยุบพรรคอนาคตใหม่ได้ โดยเฉพาะกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้พรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงิน 110 ล้านบาท เพื่อใช้ในกิจการของพรรค และอีกส่วนหนึ่งรัฐบาลก็จะดึง ส.ส.จากพรรคเพื่อไทยมาเสริม

"ส่วนพรรคเล็กที่ตอนนี้เหลือ 9 พรรคที่ยังร่วมรัฐบาล รัฐบาลก็ต้องจัดสรรตำแหน่งให้ เช่นตำแหน่งประธานกรรมาธิการ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้พรรรคเล็กตีรวน"

Comment 0

    ความคิดเห็นมากที่สุด