อุตุฯ เผย “ภาคใต้ 11 จังหวัด” ฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง

PPTV HD 36 อัพเดต 28 พ.ย. 2560 เวลา 02.11 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2560 เวลา 00.55 น.
อุตุฯ เผย “ภาคใต้ 11 จังหวัด” ฝนตกชุกอย่างต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน วันที่ 28 พ.ย. – 1 ธ.ค. หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านภาคใต้ตอนล่าง ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นอย่างต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันนี้ (28 พ.ย.60) กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 23 เรื่อง “ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2560)” ระบุว่า ในช่วงวันที่ 28 พ.ย.- 1 ธ.ค. 2560 หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่างจะเคลื่อนตัวอย่างช้า ๆ ผ่านภาคใต้ตอนล่าง และทะเลอันดามัน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นอย่างต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนเตรียมการป้องกันและระวังอันตรายจากสภาวะอากาศดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย

พื้นที่ที่คาดว่าได้รับผลกระทบมีดังนี้

- วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

- วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 1 ธันวาคม 2560 บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออก ขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิดในระยะนี้ และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 และสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา      บริเวณความกดอากาศสูงปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง แต่ยังคงทำให้ประเทศไทยตอนบนอากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น ในขณะที่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกต่อเนื่องกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง

ภาคเหนือ   อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-33 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ        อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง    มีเมฆบางส่วน อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก      มีเมฆบางส่วน อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)   มีเมฆมาก และมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)      มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 25-30 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล        มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกในตอนเช้า และอุณหภูมิจะสูงขึ้น อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ดูข่าวต้นฉบับ