พาณิชย์จำกัดการซื้อหน้ากากอนามัย 10 ชิ้น/คน

NATIONTV อัพเดต 05 ก.พ. 2563 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2563 เวลา 09.29 น. • Nation TV
พาณิชย์จำกัดการซื้อหน้ากากอนามัย 10 ชิ้น/คน

กระทรวงพาณิชย์ขอความร่วมมือห้างค้าปลีกจำกัดการซื้อหน้ากากอนามัยไม่เกินคนละ 10 ชิ้น ส่งออกเกิน 500 ชิ้น ต้องขออนุญาต เริ่ม 6 ก.พ.นี้ หวังช่วยไม่ให้เกิดการซื้อกักตุนเกินความจำเป็น

วิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุ ได้หารือร่วมกับผู้ประกอบการห้างค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ค้าจำกัดการซื้อหน้ากากอนามัยของประชาชนไม่เกินคนละ 10 ชิ้น แต่บางห้างอาจจะขายให้ได้ไม่เกิน 4 หรือ 5 ชิ้น แล้วแต่สต็อกของผู้ค้าแต่ละราย

ส่วนผู้ที่จะส่งออกหน้ากากอนามัยเพื่อการค้าหรือไม่ก็ตาม ตั้งแต่ 500 ชิ้นขึ้นไป จะต้องขออนุญาติก่อน โดยให้เริ่มขออนุญาตได้ตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.นี้เป็นต้นไป และกรมจะขอความร่วมมือกรมศุลกากร หากไม่มีหนังสืออนุญาตจากกรม ห้ามให้ส่งออกโดยเด็ดขาด สาเหตุที่ต้องให้แจ้งและขออนุญาตการส่งออก เพราะที่ผ่านมา ผู้ค้าหลายรายมีการกักตุนไว้เพื่อนำมาขายในราคาแพง จนประชาชนเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหลายรายยังเร่งส่งออกในปริมาณมาก ส่งผลให้สินค้าขาดแคลนบางช่วง และบางพื้นที่

ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตหน้ากากอนามัยทุกราย จะต้องจัดสรรหน้ากากอนามัยบางส่วนมาให้ศูนย์บริหารจัดสรรหน้ากากอนามัย กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้กระทรวงสามารถจัดสรรไปให้กับผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ก่อนอย่างบุคลากรทางการแพทย์ ผู้ที่ให้บริการนักท่องเที่ยว อย่างพนักงานโรงแรม บริษัททัวร์ รวมถึงผู้ป่วย ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โดยผู้ผลิตต้องเริ่มจัดสรรมาให้กระทรวงตั้งแต่วันที่ 6 ก.พ.นี้เป็นต้นไป พร้อมกันนั้น กรมจะนำไปกระจายผ่านร้านธงฟ้า ที่มีอยู่ทั่วประเทศกว่า 120,000 ร้านด้วย

มาตรการเหล่านี้ เพื่อให้มีหน้ากากอนามัยเพียงพอใช้ในประเทศ เพราะขณะนี้ ความต้องการใช้เพิ่มมากถึงเดือนละ 50-60 ล้านชิ้น จากช่วงปกติ 30 ล้านชิ้น เต็มกำลังการผลิตของแต่ละโรงงานแล้ว และส่วนใหญ่เป็นการผลิตเพื่อส่งออก นำมากระจายในประเทศน้อย ซึ่งปี 62 มีการส่งออกมากถึง 220 ล้านชิ้น จากปี 61 ที่ส่งออกเพียง 71 ล้านชิ้น จึงต้องหามาตรการเข้มงวดกับการส่งออกก่อน แต่ถ้าผู้ผลิตรายใดทำสัญญาซื้อขายกับต่างประเทศไว้แล้ว จะพิจารณาอนุญาตเป็นรายๆ ไป

นอกจากนี้มีประชาชนจำนวนมากถึง 1,022 ราย ได้ร้องเรียนเกี่ยวกับหน้ากากอนามัยมายังกรมผ่านสายด่วนโทร.1569 โดย 769 รายร้องเรียนว่าไม่สามารถหาซื้อได้ อีก 220 รายแจ้งว่าราคาแพงจากที่เคยซื้อปกติ ส่วนที่เหลือเป็นการร้องเรียนไม่ปิดป้ายแสดงราคา หรือขายราคาไม่ตรงกับป้ายแสดงราคา

ก่อนหน้านี้ ประโยชน์ เพ็ญสุต รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยกรณีที่พบการจำหน่ายหน้ากากอนามัยสูงกว่าราคาปกตินั้น จะมีการจัดเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจสอบราคาจำหน่ายต่อไป ซึ่งในส่วนของหน้ากากอนามัย N95 ไม่ควรเกิน 100 บาท จากปกติที่ราคาส่งอยู่ที่ประมาณ 27 - 70 กว่าบาท หากตรวจพบผู้ค้ามีการกัดตุนและฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าจะดำเนินการตามกฎหมาย มีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ดูข่าวต้นฉบับ