กรมธนารักษ์ เปิดตัวเหรียญกษาปณ์แบบใหม่ ร.10 เริ่มใช้ 6 เม.ย.นี้

PPTV HD 36 อัพเดต 28 มี.ค. 2561 เวลา 09.50 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2561 เวลา 02.50 น.
กรมธนารักษ์ เปิดตัวเหรียญกษาปณ์แบบใหม่ ร.10 เริ่มใช้ 6 เม.ย.นี้
กรมธนารักษ์ เปิดตัวเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เตรียมนำออกใช้ในวันที่ 6 เมษายนนี้

วันนี้ ( 28 มี.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงการคลัง ได้รับพระราชทานพระราชานุญาตรูปแบบเหรียญกษาปณ์ ให้จัดทำเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เพื่อใช้ในระบบเศรษฐกิจของประเทศ เมื่อวันที่ 21 ก.ค.60 โดยผลิตเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รวม 9 ชนิดราคา ประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ 25 สตางค์ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ พร้อมทั้งได้รับพระราชทานพระราชานุญาตให้ออกจ่ายแลกในระบบเศรษฐกิจ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 61 เป็นต้นไป

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่จะนำออกจ่ายแลกในระบบเศรษฐกิจ โดยรูปแบบลักษณะของเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน ทั้ง 9 ชนิดราคา กรมธนารักษ์ ได้ออกแบบเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 10 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์  ด้านหน้าเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผินพระพักตร์ทางเบื้องขวา ทรงฉลองพระองค์เต็มยศทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์และสายสร้อยจุลจอมเกล้า เบื้องขวามีข้อความว่า “มหาวชิราลงกรณ” เบื้องซ้ายมีข้อความว่า “รัชกาลที่ 10” ขณะที่ด้านหลังเหรียญทุกชนิดราคา กลางเหรียญมีอักษรพระปรมาภิไธย วปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องบนมีข้อความว่า “ประเทศไทย” และคำว่า “พ.ศ.” และเลขของปี พ.ศ. ที่จัดทำเหรียญ เบื้องล่างมีข้อความบอกชนิดราคาของเหรียญ สำหรับเหรียญชนิดราคา 5 บาท และ 50 สตางค์ ลวดลายด้านหน้าและด้านหลังของเหรียญวงในเป็นรูปสิบเหลี่ยม

 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ระบุว่า  เหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร จะใช้ควบคู่กับเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีการทยอยผลิตออกมาเรื่อยๆไม่ได้มีการจำกัด คาดว่าจะสามารถทดแทนเหรียญรุ่นเดิมได้หมดภายใน 4-5 ปี โดยยังคงขนาดและน้ำหนักเท่าเดิม สามารถใช่ในระบบตู้หยอดเหรียญต่างๆได้ตามเดิม

 

สำหรับเหรียญกษาปณ์ใหม่ พร้อมออกใช้และจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2561 ส่วนอีก 3 ชนิดราคาที่เหลือคือ เหรียญ 10 สตางค์ 5 สตางค์ และ 1 สตางค์ จะใช้กับหน่วยราชการในการรับจ่ายเพื่อใช้ปิดบัญชีเท่านั้น โดยในอนาคตเมื่อมีการจ่ายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด ก็จะทำให้ความต้องการใช้เหรียญประเภทดังกล่าวลดลง และหากใช้ได้เต็มรูปแบบ มั่นใจว่าจะช่วยลดต้นทุนส่วนราชการได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ด้าน นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า กรมธนารักษ์ พร้อมออกใช้และจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรประกอบด้วยเหรียญชนิดราคา 10 บาท 5 บาท 2 บาท 1 บาท 50 สตางค์ และ 25 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย.61 เป็นต้นไป ตั้งแต่เวลา 08.30-15.30 น. ณ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพมหานคร โทร. 0 2618 6340, 0 2273 0899-902 ต่อ 5115 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯโทร. 0 2282 4109-10 หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โทร. 0 2565 7943-49 และศูนย์บริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ของกรมธนารักษ์  6 แห่ง ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี เชียงใหม่ นครสวรรค์ สงขลา และสุราษฎร์ธานี

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ